OTO ซ่อนมูลค่าเกินคาด กำไรแกร่งมีงานใหญ่รอ การันตีกำไรพุ่ง 3 ปีซ้อน-ลุ้นชิงโปรเจ็กต์งานรัฐ

 ทันหุ้น - ส่องหุ้น OTO สุดคุ้มค่า นักวิเคราะห์ชี้ ราคาน่ายืนเหนือ 9 ถึง 11 บาท ผู้บริหารเผยปีนี้ปักธงรายได้โต 30-35% กอดแบ็กล็อก แน่น 900 ล้านบาท ลุ้นชิงบิ๊กโปรเจ็กต์ หน่วยงานรัฐ การันตีกำไรพุ่งต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน มีเงินสดในมือ 300 ล้านบาท
          นางสุกัญญา วนิชจักร์วงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท วันทูวัน คอนแทคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ OTO เปิดเผยถึงแผนงานปี 2560 ว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 30-35% จากปี 2559 ที่ 968.88 ล้านบาท โดยอัตราการเติบโตที่สูงขึ้นจะมาจากงานในมือ (Backlog) รวมมูลค่า 900 ล้านบาท แบ่งเป็นงานบริหารจัดการลูกค้าสัมพันธ์(Outsource Contact Center) จำนวน 300 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะเป็นงานบริการออกแบบและติดตั้งศูนย์บริการข้อมูลเบ็ดเสร็จ (Turnkey Total Solutions) จำนวน 600 ล้านบาท โดยบริษัทจะทยอยรับรู้รายได้เข้ามาภายในปี 2560 นี้
          พร้อมกันนี้บริษัทประเมินอัตราการเติบโตในงาน Outsource Contact ปีนี้จะเติบโตไม่สูงถึง 39% ตามการเติบโตของลูกค้าออนไลน์ที่มีการขยายฐานการให้บริการสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่บริษัทอยู่ระหว่างรอเซ็นสัญญางาน Turnkey ให้กับลูกค้าเอกชนภายในไตรมาส 2/2560 ซึ่งเป็นงานที่เลื่อนมาจากไตรมาส 4/2559 ดังนั้นบริษัทจึงประเมินอัตราการเติบในปีนี้ มีโอกาสเติบได้ค่อนข้างสูง
          "แนวโน้มปี 2560 เราตั้งเป้ารายได้โตกว่า 30% โดยให้ช่วงอัตราการเติบโตในปีนี้น่าจะอยู่ราวๆ 30-35% เพราะดูงาน Backlog งาน Outsource Contact และ Turnkey ที่จะรับรู้ในปีนี้ค่อนข้างมาก และเราประเมินธุรกิจ Outsource Contact จะเติบโตตามการขยายฐานผู้ประกอบการออนไลน์ได้ถึง 30% ดังนั้นคาดว่าจะมีฐานลูกค้าใหม่เข้ามามากพอสมควร ส่วนงาน Turnkey เราก็อยู่ระหว่างรอเซ็นสัญญารับงาน ดังนั้นภาพรวมการเติบโตมีโอกาสโตไม่สูงจากปีก่อน" นางสุกัญญากล่าว
          ชิงบิ๊กโปรเจ็กต์
          ขณะที่ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างลุ้นผลประมูลงาน Turnkey ขนาดใหญ่จากหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ มูลค่าราว 400-500 ล้านบาท บริษัทคาดจะรู้ผลประมาณไตรมาส 3/2560 หากบริษัทได้งานดังกล่าวเข้ามาจะทำให้บริษัทมี Backlog ในมือระดับสูง และงานดังกล่าวจะเป็นงานที่รับรู้รายได้ในระยะสั้น เมื่อเทียบกับงานที่บริษัทเคยรับมา
          ขณะเดียวกันสัดส่วนรายได้ในปี 2560 จะยังมาจากในประเทศถึง 99% ส่วนที่เหลืออีก 1% จะเป็นสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศ โดยในปีนี้บริษัทจะเร่งจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในเมียนมาให้สำเร็จ เบื้องต้นคาดจะเห็นความชัดเจนได้ประมาณไตรมาส 3/2560
          นางสุกัญญา กล่าวต่อว่า บริษัทวางงบลงทุนในปี 2560 ไว้ที่ 50-80 ล้านบาท เพื่อทดสอบการย้ายสำนักงานบางส่วนไปต่างจังหวัด โดยบริษัทมีแผนจะทดสอบเรื่องค่าใช้จ่ายหลังย้ายสำนักงาน หากเป็นไปตามแผนคาดจะช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่าย และเพิ่มมาร์จิ้นบางส่วนให้กับบริษัท ทั้งนี้บริษัทจะพยายามผลักดันอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ในปี 2560 ให้เป็น 10-11% จากปี 2559 บริษัทมีอัตรากำไรสุทธิที่ 8.61%
          เล็งแตกไลน์ธุรกิจ
          โดยงบลงทุนดังกล่าวจะไม่รวมกับงบในการแตกไลน์ธุรกิจไปในฐานธุรกิจอื่นๆ ไม่เกี่ยวข้องกับ Call Center ซึ่งปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรเพื่อขยายธุรกิจอื่นๆ 3-4 ราย ส่วนจะสรุปได้กี่รายนั้นยังไม่สามารถบอกได้ เนื่องจากการเจรจาจำเป็นต้องใช้ระยะเวลามากพอสมควร ทั้งนี้หากจะเห็นความชัดเจนน่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 6-8 เดือน
          อย่างไรก็ตาม หากบริษัทจะลงทุนขยายไลน์ธุรกิจอื่นๆ คาดจะใช้เงินลงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท โดยบริษัทประเมินงบลงทุนจะอยู่ที่ 100-200 ล้านบาท ปัจจุบันบริษัทมีกระแสเงินทุนอยู่ที่ 300 ล้านบาท คาดจะเพียงพอต่อการลงทุนแน่นอน
          สำหรับผลการดำเนินงานในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาบริษัทสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2557 มีกำไรสุทธิ 65.99 ล้านบาท ปี 2558 มีกำไรสุทธิ 66.23 ล้านบาท และปี 2559 มีกำไรสุทธิ 83.38 ล้านบาท
          มอง 9 ถึง 11 บาท
          นักวิเคราะห์หลักทรัพย์แห่งหนึ่งประเมินว่า OTO ในปี 2560 น่าจะมียอดขายประมาณ 1,270 ล้านบาท จากปีที่แล้วมีเพียง 962 ล้านบาท และคาดว่าในปีนี้จะมีกำไรที่ 127 ล้านบาท จากปีที่แล้วมีกำไรอยู่ที่ 83 ล้านบาท  หากคิดพี/อีที่ 20 เท่าแบบอนุรักษนิยม จะได้ราคาเป้าหมายที่ 9.07 บาทต่อหุ้น และหากคิดพี/อีที่ 25 เท่า OTO จะได้ราคาเหมาะสมที่ 11.35 บาทต่อหุ้น