"ITEL"เร่งปิดดีลเมียนมาลุ้นเซ็นสัญญาเมษายนนี้

 ทันหุ้น - บิ๊กบอส ITEL "ณัฐนัย อนันตรัมพร"บินถี่เมียนมา เร่งเครื่องปิดดีลบริการโครงข่ายโครงสร้างพื้นฐาน เบื้องต้นคาดจรดปากกาเซ็น สัญญาภายในเมษายนนี้ ปักหมุดรายได้โต 30% หรือมีรายได้แตะ 850 ล้านบาท ด้านโบรกประเมินกำไรปีนี้ 120 ล้านบาท ส่องเป้าไกล 13.10 บาท
          นายณัฐนัย อนันตรัมพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL เปิดเผยถึงความคืบหน้าแผนการขยายงานต่างประเทศว่าบริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับลูกค้าในประเทศเมียนมา เพื่อจะให้บริการเช่าโครงข่ายในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน คาดจะได้สรุป พร้อมกับเห็นความคืบหน้าในการเซ็นสัญญาให้บริการดังกล่าวภายในเดือนเมษายนนี้ อีกทั้งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างและรับรู้รายได้เข้ามาใน 18 เดือนข้างหน้า ส่วนจะมีรายได้จากการให้บริการเข้ามาเท่าไรนั้น ยังไม่สามารถสรุปได้ เนื่องจากต้องรอดูสัญญาในการให้บริการ
          จ่อปิดดีลงานเมียนมา
          "ช่วงนี้เราบินมาเมียนมาบ่อยมาก เพื่อที่จะคุยเกี่ยวกับรายละเอียดการให้บริการโครงข่ายจากโครงสร้างพื้นฐานในเมียนมา เบื้องต้นคาดว่าจะได้ข้อสรุปและเซ็นสัญญาภายใน 1 เดือน หรือภายในเดือนเมษายน หลังจากนั้นจึงจะเริ่มก่อสร้างโครงการภายในเดือนพฤษภาคม ส่วนการลงทุนเราประเมินการลงทุนน่าจะอยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านบาท แต่จริงๆ จะลงทุนและมีรายได้เข้ามาเท่าไรนั้น จะต้องดูจากสัญญาก่อน ถ้าเซ็นสัญญาแล้วจึงจะบอกรายละเอียดได้" นายณัฐนัยกล่าว
          โดยงบลงทุนจะมาจากโปรเจ็กต์ไฟแนนซ์ 100% ขณะที่ปัจจุบันบริษัทมีอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 1.37 เท่า และบริษัทจะพยายามควบคุมไม่ให้ D/E เกิน 2 เท่าขณะที่แผนการดำเนินงานในปี 2560 บริษัทยังเน้นงานในประเทศเป็นหลัก เนื่องจากบริษัทจะเดินหน้าหางานใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งบริษัทประเมินงานโครงการจะมีออกมาในไตรมาส 2/2560 เป็นต้นไป
          ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2560 เติบโต 30% หรือมีรายได้แตะที่ 800-850 ล้านบาท เมื่อเทียบกับสิ้นปิ 2559 บริษัทมีรายได้ที่ 809.29 ล้านบาท สำหรับอัตราการเติบโตรายได้ในปีนี้จะมาจากธุรกิจ 3 ธุรกิจ ได้แก่ 1. ธุรกิจให้บริการโครงข่ายสายใยแก้ว บริษัทยังคงรักษาฐานลูกค้าเดิม และขยายฐานลูกค้าใหม่ให้มากขึ้น 2. ธุรกิจบริการการติดตั้งโครงข่ายสายใยแก้ว และ 3. ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์
          ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ปรับกำไรปี 2560 ลงเล็กน้อยมาที่ 120.0 ล้านบาท เติบโต 78.5% (เดิม 129.8 ล้านบาท) จากการปรับสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นลง คาดรายได้รวมเติบโต 10.2% อยู่ที่ 887.9 ล้านบาท แบ่งเป็นงานบริการโครงข่าย +39.5% เติบโตตามจำนวนลูกค้าใหม่เข้าใช้บริการและจำนวนวงจรที่เพิ่มขึ้น โดยเน้นกลุ่ม สถาบันการเงิน (ATM, สินเชื่อ) และร้านค้าปลีก/สะดวกซื้อมากขึ้น อีกทั้งทยอยรับรู้งานในมือ (Backlog) จากงานบริการติดตั้งโครงข่าย โดย ณ สิ้นปี 2559 อยู่ที่ 183.2 ล้านบาท คาดรับรู้ปีนี้ราว 70-80% อาทิ โครงการซ่อมบำรุง Fiber Optic (มูลค่า 124.6 ล้านบาท)
          ขณะที่มีลุ้นรับงานใหม่ต่อเนื่อง โดยยังเน้นลูกค้ากลุ่ม Operators ศูนย์บริการ Data Center คาดโตเล็กน้อยจากลูกค้ารายใหม่เริ่มทยอยเข้าใช้บริการ ด้านอัตรากำไรขั้นต้นคาดดีขึ้นมาที่ 32.6% เทียบกับ 25.2% ในปี 2559 จากการใช้งานโครงข่าย Interlink Fiber Optic Network และพื้นที่ Data Center ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
          ชี้เป้า 13.10 บาท
          ทางฝ่ายคงคำแนะนำ "ซื้อ" ราคาพื้นฐานปี 2560 ที่ 13.10 บาท อิงวิธี PEG ที่ 1 เท่า คาดผลการดำเนินงานปีนี้จะเติบโตสวยไม่แพ้ปี 2559 ขณะที่การเข้าลงทุนในประเทศพม่าจะเพิ่มช่องทางรายได้และสนับสนุนการเติบโตระยะยาว โดยคาดว่าจะเป็นการลงทุนด้านเสาสื่อสาร เบื้องต้นอยู่ในขั้นตอนเจรจาและศึกษารูปแบบของการลงทุน คาดจะประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมออกมาในช่วงไตรมาส 2-3/2560 นี้