SAMARTซิวงานสายไฟลงดินตั้งป้อมประมูลทุกโครงการ

ทันหุ้น- SAMART ปลื้มบริษัทย่อย "เทด้า" คว้างานประมูลโครงการนำ สายไฟฟ้าลงดิน มูลค่าหลักร้อย ล้านบาท คาดจะเซ็นสัญญาได้ใน เร็วๆ นี้ ฟากโบรก ยังแนะถือ เป้าหมาย 17 บาท หลังมองผลงาน ปี 2560ฟื้นตัวจากผลประกอบการของ SAMTEL ที่คาดว่าจะออกมาดี
          แหล่งข่าวจากวงการอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า บริษัท เทด้า จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAMART ผู้เชี่ยวชาญในการให้บริการด้าน Turnkey Contractor สำหรับงานออกแบบ จัดหา ก่อสร้าง และติดตั้งอุปกรณ์ระบบส่งไฟฟ้าแรงสูง อย่างครบวงจร (สถานีไฟฟ้าและสายส่ง ในระดับแรงดันสูงถึง 500 เควี) รวมทั้งให้บริการบำรุงรักษาอุปกรณ์ ไฟฟ้าแรงสูง สำหรับโรงไฟฟ้าเอกชน และโรงงานอุตสาหกรรมทั่วไป
          ล่าสุดได้ชนะประมูลงานโครงการนำสายไฟฟ้าลงดิน มูลค่าหลักร้อยล้านบาท ซึ่ง ครม. อนุมัติงบประมาณ 9,088.8 ล้านบาท ตามที่ กฟน. เสนอสร้างอุโมงค์ไฟฟ้าใต้ดิน รองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่เพิ่มขึ้นปริมาณสูง สร้างความมั่นคงระบบไฟฟ้า คาดเซ็นสัญญาเร็วๆ นี้
          ลุยประมูลทุกโครงการ
          อย่างไรก็ตาม บริษัทอยู่ระหว่างการเข้าประมูลงานทั้งภาครัฐและเอกชน ที่คาดว่าจะเปิดให้ประมูลภายในปีนี้เป็นจำนวนมาก ซึ่ง SAMART มีบริษัทย่อยที่ดำเนินธุรกิจที่หลากหลาย เช่น ธุรกิจสื่อสารไอทีและโทรคมนาคมครบวงจร (ICT Solution & Service) ธุรกิจการสื่อสารข้อมูลและอุปกรณ์สื่อสารไอที (MobileMultimedia) ธุรกิจเทคโนโลยีอื่นๆ (Technology Related Services) และสายธุรกิจบริการสาธารณูปโภค (Utilities & Transportations)ก่อนหน้านี้บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำ "ถือ" SAMART ต่อไปที่ราคาเป้าหมาย 17 บาท ถึงแม้ว่าเชื่อมั่นอย่างมากว่ากำไรของบริษัท สามารถเทลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ SAMTEL จะพลิกฟื้นกลับมาในปี 2560 โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการเปิดประมูลงานโครงการภาครัฐที่เพิ่มมากขึ้น
          ทั้งนี้เริ่มเห็นการเปิดประมูลงานโครงการใหม่ของหน่วยงานภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 4/2559 และไตรมาส 1/2560 ดังนั้นมูลค่างานโครงการใหม่ที่เซ็นสัญญามีแนวโน้มผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 3/2559 ที่ 707 ล้านบาท ก่อนที่จะเพิ่มขึ้นก้าวกระโดดเป็น 4.7 พันล้านบาท ในไตรมาส 4/2559 ประเมินว่าแนวโน้มที่แข็งแกร่งดังกล่าวจะต่อเนื่องไปยังครึ่งแรกของปี 2560 (มูลค่างานใหม่อยู่ที่ 4-6 พันล้านบาท)
          SAMTEL เล็งคว้างาน 1.3 หมื่นล.
          ขณะเดียวกัน SAMTEL ตั้งเป้าเซ็นสัญญางานโครงการใหม่จำนวน 1.3 หมื่นล้านบาท ในปี 2560 (เพิ่มขึ้น 86% จาก 7 พันล้านบาทในปี 59) ซึ่งจะส่งผลให้มูลค่างานในมือที่รอรับรู้เป็นรายได้ (Backlog) ณ สิ้นปี 2560 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่อย่างน้อย 1 หมื่นล้านบาท (เพิ่มขึ้น 14% จาก 8.77 พันล้านบาท ณ สิ้นปี 59)นอกจากนี้งานโครงการใหม่ของหน่วยงานภาครัฐที่จะเปิดประมูลในปี 2560 จะรวมงานโครงการภาครัฐหรือรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่จำนวน 5 โครงการ (มูลค่างานโครงการละ 2-4 พันล้านบาท) เราใช้สมมติฐานอย่างอนุรักษนิยมว่ามูลค่างานโครงการใหม่ที่จะเซ็นสัญญาอยู่ที่ 9 พันล้านบาท ในปี 2560 (เพิ่มขึ้น 29%) ซึ่งจะนำไปสู่มูลค่างานโครงการที่รอรับรู้เป็นรายได้ที่ 9.5 พันล้านบาท ณ สิ้นปี 2560 (เพิ่มขึ้น 8%)
          สำหรับความคืบหน้าที่เป็นไปได้ของโรงไฟฟ้าถ่านหินกัมพูชา 2000 เมกะวัตต์ ในปี 2560 ปัจจุบันมีผู้เสนออัตราค่าไฟฟ้ากับ กฟผ. ได้แก่ SAMART TRC และบริษัทจากประเทศลาว บริษัทหวังว่าจะสามารถตกลงอัตราค่าไฟฟ้าครั้งสุดท้ายและได้ข้อสรุปกับกฟผ.ในช่วงกลางปี 2560 และคาดว่าจะสามารถเซ็นเอ็มโอยูอัตราค่าไฟฟ้ากับกฟผ.ได้ในช่วงครึ่งหลัง ของปี 2560 ในส่วนของโครงการโรงไฟฟ้าขยะของ SAMART ยังคงอยู่ระหว่างการรอประกาศรับซื้อไฟฟ้าจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เราเชื่อว่ากรอบระยะเวลาสำหรับโครงการโรงไฟฟ้าทุกประเภทยังคงมึความไม่แน่นอน ณ ปัจจุบัน