"AIT"ชิงเค้ก2.24หมื่นล้านตุนแบ็กล็อกดันผลงานพีค

ทันหุ้น - AIT ลุ้นผลประมูลงานวางระบบสื่อสารภาครัฐ-เอกชน มูลค่า 166 ล้านบาท มองมีโอกาสคว้างานกว่า 50% "ศิริพงษ์ อุ่นทรพันธุ์" ใส่เกียร์เดินหน้าชิงเค้กก้อนโต 2.24 หมื่นล้านบาท พร้อมขยายฐานลงทุนประเทศเพื่อนบ้าน อวด Backlog 3.4 พันล้านบาท หนุนรายได้สิ้นปี 2560 เข้าเป้า 5 พันล้านบาท
          นายศิริพงษ์ อุ่นทรพันธุ์ ประธานคณะกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AIT เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2560 แตะระดับ 5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ทำได้ 4.42 พันล้านบาท หลังจะทยอยรับรู้รายได้งานในมือ (Backlog) มูลค่า 3 พันล้านบาทในปีนี้ จาก Backlog ที่มีอยู่ทั้งหมด 3.4 พันล้านบาท ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้รายได้ในปี 2561
          เปิดศึกชิงเค้กงานรัฐ-เอกชน ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างรอผลการประมูลงานการออกแบบระบบคอมพิวเตอร์และระบบสื่อสารคอมพิวเตอร์ หรือ ในกลุ่มธุรกิจซีสเต็มส์ อินทิเกรเตอร์ (SI) ซึ่งมีมูลค่าอยู่ที่ราว 166 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเห็นความชัดเจนในอีก 1-2 เดือนจากนี้ ทั้งนี้บริษัทคาดหวังว่าจะได้รับงานจากการเข้าร่วมการประมูลดังกล่าวราว 50% ของมูลค่างานทั้งหมด พร้อมกันนี้ บริษัทยังเตรียมเข้าประมูลงานทั้งส่วนของภาครัฐและเอกชนใหม่ในปี 2560 นี้อย่างต่อเนื่อง โดยมีมูลค่ารวมกว่า 2.24 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นสัดส่วนงานภาครัฐ 50% และงานภาคเอกชน 50% ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้มีการเซ็นสัญญารับงานวางระบบคอมพิวเตอร์ มูลค่ารวมราว 294 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างรอการอนุมัติคำสั่งซื้อ (ออเดอร์)
          "จากการเข้าร่วมประมูลงานโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง และจากการรับรู้รายได้จากงานที่ทยอยส่งมอบให้แก่ลูกค้าในปีนี้ เชื่อว่าจะช่วยผลักดันให้การรับรู้รายได้ในปีนี้สามารถเติบโตได้ตามเป้าที่วางไว้ไม่ต่ำกว่า 5 พันล้านบาท" นายศิริพงษ์กล่าว
          นายศิริพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทยังมองโอกาสในการลงทุนในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม (CLMV) เนื่องจากประเทศดังกล่าวอยู่ระหว่างการพัฒนาประเทศ ทำให้มีการเปิดโอกาสให้ต่างประเทศเข้ามาร่วมลงทุนในโครงการต่างๆ ภายในประเทศได้มากขึ้น ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้รับความสนใจจากพันธมิตรท้องถิ่น และอยู่ระหว่างการเจรจาโอกาสในการพัฒนาธุรกิจ เบื้องต้นคาดว่ายังต้องใช้เวลาระยะหนึ่งในการศึกษาการเข้าลงทุน
          มุ่งลงทุนประเทศเพื่อนบ้าน
          ขณะที่ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้มีการร่วมลงทุนกับ บริษัท ล็อกซเลย์แอนด์ เอไอที โฮลดิ้งส์ จำกัด หรือ LAH ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) หรือ LOXLEY โดย LAH ได้มีการร่วมมือกับพันธมิตร ท้องถิ่นในประเทศเมียนมา รับงานประมูลโครงการพัฒนาระบบโครงข่ายสายใยแก้วนำแสง (ไฟเบอร์ออฟติก) ในประเทศเมียนมา มูลค่าโครงการกว่า 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งได้เริ่มดำเนินการไปแล้วในบางส่วนตั้งแต่ช่วงต้นปี 2560 ที่ผ่านมา และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในช่วงต้นปี 2561
          ปัจจุบันแผนการดำเนินงานดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการปรับแผนเส้นทางใหม่ เพราะไม่สามารถนำโครงข่ายไฟเบอร์ออฟติกเข้ามาสิ้นสุดในประเทศไทยได้ เนื่องจากติดเงื่อนไขทางข้อกฎหมาย ทำให้ต้องเลื่อนเส้นทางสิ้นสุดไปยังประเทศอื่น โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาประเทศสิงคโปร์และประเทศมาเลเซีย โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในช่วงครึ่งแรกปี 2560 นี้
          ล่าสุดบริษัทได้มีการร่วมทุนกับพันธมิตรในประเทศกัมพูชาจัดตั้งบริษัทร่วมทุน โดย AIT ถือหุ้นสัดส่วน 49% ในส่วนอีก 51% เป็นสัดส่วนการถือหุ้นของพันธมิตรท้องถิ่น โดยการร่วมมือครั้งนี้เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพในการเข้าร่วมประมูลโครงการวางระบบสื่อสารภายในประเทศดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันได้มีการยื่นเสนอราคางานวางระบบทะเบียนราษฎร์ในประเทศกัมพูชาแล้ว และอยู่ระหว่างรอการอนุมัติดำเนินงานจากทางภาครัฐ คาดว่าจะเห็นความชัดเจนภายใน 1-2 เดือนต่อจากนี้