สตง.ตั้งทีมสอบค่าคลื่น"ทรูมูฟ" ชี้กทค.อืด3ปียังไม่กล้าเคาะราคา ไฟเขียวยกเลิกอำนาจเหนือตลาด

บอร์ด กทค.ไฟเขียวส่งข้อมูล สตง.ช่วยตรวจสอบจำนวนเงินที่ทรูมูฟต้องจ่ายหลังสิ้นสุดสัมปทานใช้คลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ชี้ กทค.พิจารณาช้า ดูมา 3 ปี ยังไม่สรุป เหตุกลัวโดนฟ้องกลับ พร้อมอนุมัติเลิกผู้มีอำนาจเหนือตลาดทรู อินเตอร์เน็ต
          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา ได้มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการช่วยเหลือ ในการส่งข้อมูลให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ในการช่วยตรวจสอบจำนวนเงินที่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินในการใช้งานคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ ในช่วงที่มีการให้บริการอย่างต่อเนื่องตามมาตรการเยียวยา ภายหลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทานของบริษัท ทรูมูฟ จำกัด โดยกรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากการที่เมื่อวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา สตง.ทำหนังสือมาเร่งรัดให้บอร์ด กสทช.ดำเนินงาน ภายหลังการพิจารณาในเรื่องดังกล่าวดำเนินงานล่าช้ามากว่า 3 ปี แต่บอร์ด กทค.ได้ตอบกลับ สตง.ไปว่าไม่สามารถเร่งรัดการพิจารณาให้แล้วเสร็จในเร็ววันได้ ทาง สตง.จึงแจ้ง กทค.มาเมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมาว่าจะขอตั้งคณะทำงานโดยเฉพาะขึ้นมาพิจารณาในเรื่องดังกล่าว พร้อมทั้งขอให้ กสทช.นำส่งข้อมูลต่างๆ ให้ สตง.
          "การที่ สตง.เข้ามาตั้งทีมตรวจสอบในครั้งนี้ ถือเป็นมิติใหม่ในการทำงาน ซึ่งบอร์ด กทค.ทุกคนก็ดีใจที่ สตง.เข้ามาช่วยตรวจสอบในครั้งนี้ เพราะเดิมที่ล่าช้า ก็เพราะบอร์ดเองไม่กล้าลงมติรับรองตัวเลขที่จะให้ทางผู้ประกอบการจ่าย เนื่องจากกลัวลงมติไปแล้วจะโดนฟ้องกลับมา" นายฐากรกล่าว
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้คณะทำงานตรวจสอบของ กสทช. ได้สรุปตัวเลขรายได้รายจ่าย ตั้งแต่ 16 ก.ย.2556-3 ธ.ค.2558 ระบุว่าทรูมูฟต้องนำส่งรายได้ 13,989.24 ล้านบาท ขณะที่แนวทางที่สำนักงาน กสทช.เสนอนั้น ทรูมูฟต้องนำส่งรายได้ 1,507.265 ล้านบาท
          นายฐากรกล่าวว่า สำหรับจำนวนเงินที่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินในการใช้งานคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ ในช่วงที่มีการให้บริการอย่างต่อเนื่องตามมาตรการเยียวยา ภายหลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทานของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส ทางบอร์ด กทค.ได้มีมติให้เอไอเอสนำส่งรายละเอียดกลับมายังบอร์ด กทค.ใหม่อีกครั้ง ภายหลังบอร์ด กทค.มีมติไม่รับคำอุทธรณ์ของเอไอเอส ทั้งนี้ คาดว่าจำนวนเงินที่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน จากการใช้งานคลื่นความถี่ตามมาตรการเยียวยาบนคลื่นความถี่ย่าน 1800 และ 900 เมกะเฮิรตซ์ จะได้ข้อสรุปภายใน 2 เดือน
          นายฐากรกล่าวว่า นอกจากนี้ บอร์ด กทค.ยังมีมติอนุมัติการใช้งานคลื่นความถี่ย่าน 2300 เมกะเฮิรตซ์ ตามที่บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ร้องขอ แต่ทางทีโอทีต้องนำส่งแผนทางธุรกิจให้คณะทำงานที่มีนายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการ กสทช.เป็นประธาน เพื่อพิจารณาว่าการดำเนินงานของทีโอทีขัดต่อหลักเกณฑ์ กสทช.หรือไม่ และบอร์ด กทค.ยังได้อนุมัติการยกเลิกสถานะผู้มีอำนาจเหนือตลาดให้แก่บริษัท ทรู อินเตอร์เน็ต จำกัด เพื่อส่งเสริมการแข่งขันในตลาด เนื่องจากในปัจจุบัน ทรู ออนไลน์ มีส่วนแบ่งการตลาดในระดับใกล้เคียงกับธุรกิจ ซึ่งการยกเลิกสถานะดังกล่าวจะส่งผลให้เกิดการแข่งขันในตลาดมากขึ้น