กสทช.ลุย"เน็ตชายขอบ"อัดความเร็ว-ประมูลเม.ย.

กสทช.ลงพื้นที่ชายขอบโซนซี พร้อมอัดเน็ตความเร็วสูงภายใต้โครงการยูเอสโอ ระบุว่าจ้างธรรมศาสตร์ งบประมาณ 20 ล้านบาท เคาะทีโออาร์ ก่อนประมูลอี-ออคชั่น เม.ย.นี้ คาดให้บริการได้สิ้นปี 60
          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ภายหลังที่ รัฐบาลได้มอบหมาย กสทช. ดำเนินการ สำรวจพื้นที่ติดตั้งสัญญาณให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ตามโครงการจัดให้มี สัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ ภายใต้แผนการจัดการให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึง และบริการเพื่อสังคม (ยูเอสโอ) พ.ศ. 2555-2559 ของสำนักงาน กสทช.
          ล่าสุด เมื่อวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา สำนักงานกสทช. ได้ลงพื้นที่ ติดตั้งอินเทอร์เน็ตในพื้นที่ห่างไกลมาก หรือที่เรียกว่า Zone C+ เพื่อร่วมกันพิสูจน์ว่าพื้นที่ดังกล่าว ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือจริงๆ โดยเลือกหมู่บ้านขุนปั๋ง ตำบล แม่ปั๋ง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ เป็นพื้นที่สำรวจ หนึ่งในหมู่บ้านชายขอบที่ กสทช. รับผิดชอบจำนวน 3,920 แห่ง
          นายฐากร กล่าวว่า กสทช.ได้เริ่มดำเนินโครงการไปบ้างแล้ว โดยให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นผู้ศึกษาเงื่อนไขการประมูล (ทีโออาร์) รวมถึงเป็นผู้กำหนดราคากลาง กกสทช.จะประกวดราคาแบบอี-ออคชั่น
          อย่างไรก็ดี คาดว่า ทีโออาร์จะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือน มี.ค.นี้ และจะเริ่มประกวดราคาได้ภายในเดือน เม.ย. ซึ่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะมีหน้าที่ทำทีโออาร์และราคากลางให้ด้วยภายใต้งบประมาณ 20 ล้านบาท คาดว่าภายในเดือน มิ.ย.จะสามารถลงนามกับผู้ชนะการประมูลได้ จากนั้นต้องเร่งวางโครงข่ายและเปิดให้บริการภายในเดือน ธ.ค.2560
          ส่วนโครงการติดตั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่แบ่งกันทำกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี อีกจำนวน 19,652 หมู่บ้านนั้น จะดำเนินการจ้างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทีมเดิมต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นทีมที่ทำงานละเอียด มีความเข้าใจ มีประสบการณ์สำรวจพื้นที่ชายขอบมาแล้ว คาดว่า จะเริ่มเปิดให้บริการได้ภายในเดือน มิ.ย.2561
          "พื้นที่ภาคกลางน่าจะเป็น พื้นที่ ที่เราประมูลได้ก่อน ส่วนพื้นที่ภาคเหนือ เป็นพื้นที่ที่เรากังวล เพราะมีภูเขาสลับ ซับซ้อน อาจต้องใช้เวลา แต่อย่างไรก็ตาม งบยูเอสโอที่มีอยู่ประมาณ 21,000 ล้านบาท น่าจะเพียงพอสำหรับโครงการพื้นที่ชายขอบ และ โครงการที่รับมาจากกระทรวงดีอี โดยความต่างของ กสทช. คือ ไม่ได้ติดตั้งแค่จุดเดียวของหมู่บ้าน แต่จะติดตั้งที่โรงเรียนด้วย
          นอกจากนี้ ก็จะมีศูนย์ยูโซ่ เน็ต (USO NET) และมีงบประมาณ ในการดูแลให้กับพื้นที่อีก 5 ปี" นายฐากร ระบุ