TOTดิ้นหาพันธมิตรฟื้นธุรกิจมือถือ"ดีแทค"ทุ่มสุดตัวชิงคลื่น2300MHz

"ทีโอที" ดิ้นฟื้นธุรกิจมือถือกู้วิกฤตองค์กร เคลียร์คลื่น 2300 MHz ให้เอกชนยื่นข้อเสนอ 27 มี.ค.เร่งเดินหน้าเซ็นสัญญาระยะยาวให้เช่าเสา-โรมมิ่ง คลื่น 2100 Mhz กับ "เอไอเอส" ปั๊มรายได้เฉียดหมื่นล้านบาทต่อปี ฟาก "ดีแทค" ทุ่มสุดตัวชิงสิทธิ์ใช้ความถี่ ขณะที่ "เอไอเอส-ทรู" ย้ำต้องคิดเผื่อถึงโรดแมปประมูลคลื่นของ กสทช.ด้วย
          นายมนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ทีโอทีเข้าไปชี้แจง กสทช.เรียบร้อยแล้ว กรณีที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ท้วงติงแผนการใช้คลื่น 2300 MHz ว่าอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 46 พ.ร.บ.กสทช. เนื่องจากไม่ได้ประกอบกิจการด้วยตนเอง โดยทีโอที ยืนยันว่า การสรรหาคู่ค้าเป็นไปตามมาตรา 46 เนื่องจากทีโอทีเป็นผู้ประกอบกิจการ บริหารจัดการโครงข่ายและคลื่นด้วยตนเอง แต่ขายส่งบริการให้คู่ค้าไม่เกิน 60% ของความจุโครงข่าย และยังดำเนินการขายปลีกบริการบรอดแบนด์ไร้สายประจำที่ (Fixed Wireless Broadband) เอง แต่เนื่องจากไม่ได้มีการใช้ในทุกพื้นที่จึงนำความจุโครงข่ายที่เหลือขายส่งให้คู่ค้า เพื่อให้การใช้คลื่นคุ้มค่าที่สุด
          ส่วนความคืบหน้าในการทำสัญญาเป็นพันธมิตรธุรกิจโมบายกับ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) ตามที่ คณะกรรมการบริษัทเห็นชอบในหลักการตั้งแต่ปลายปี 2558 นั้นอยู่ระหว่างรอส่งร่างสัญญาพันธมิตรที่จะเป็นสัญญาระยะยาวถึงปี 2568 ให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจสอบ  ที่ช้าเพราะมีการตรวจสอบรายละเอียดร่างสัญญาและเรียกเอไอเอสมาเจรจาต่อรองเพิ่มหลายประเด็น
          สัญญาข้างต้นประกอบไปด้วยสัญญาให้บริการข้ามโครงข่ายอัตโนมัติ (โรมมิ่ง) บนคลื่น 2100 MHz เป็นเวลา 9 ปี สร้างรายได้ขั้นต่ำให้ทีโอทีปีละ 3,900 ล้นบาท สัญญาเช่าเสาโทรคมนาคม 16,500 ต้น ระยะเวลา 15 ปี รายได้ขั้นต่ำ 3,600 ล้านบาท และสัญญาเช่าอุปกรณ์ 2G ระยะเวลา 5 ปี สร้างรายได้ปีละ 2,000 ล้านบาท
          เตรียมแผนสำรองรับมือยุติ 2G
          สำหรับกรณีที่ 3 ค่ายมือถือหารือกับสำนักงาน กสทช. เกี่ยวกับการขอยุติการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 2G และอาจกระทบกับทีโอทีในส่วนของสัญญาเช่าเสาส่งสัญญาณและอุปกรณ์ 2G ที่รับมอบมาหลังสิ้นสุดสัมปทาน เอไอเอสนั้น นายมนต์ชัยกล่าวว่า เชื่อว่าคงไม่เกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ เพราะยังมีประชาชนใช้อยู่อีกเป็นจำนวนมาก และภายใต้สัญญา มีอุปกรณ์จำนวนไม่น้อยที่แม้ยุติบริการ 2G แล้วก็นำไปใช้กับเทคโนโลยีอื่นได้ เช่น เสาและสายส่งสัญญาณ ขณะที่การคิดค่าเช่าระบุให้เป็นเหมาจ่าย แต่เป็นไปได้ว่าหากสิ้นสุดเวลาเช่าอุปกรณ์ 5 ปีแรกแล้วอาจไม่มีการต่อสัญญา ทีโอที จึงเตรียมแผนสำรองด้วยการเตรียมนำอุปกรณ์ที่ยังใช้กับเทคโนโลยีอื่นออกมาให้เช่าหรือนำไปใช้ประโยชน์กับบริการของทีโอทีเอง
          27 มี.ค. เปิดหาพันธมิตรคลื่น 2300
          และวันที่ 27 มีนาคมนี้ จะเปิดให้บริษัทที่สนใจยื่นข้อเสนอเพื่อเป็นคู่ค้าในการให้บริการไร้สายบนคลื่น 2300 MHz คาดว่า จะมีเอกชนหลายรายยื่นซอง หลังจากวันที่ 10-15 ก.พ.ที่ผ่านมามีบริษัทสนใจรับเอกสารเชิญชวน 13 บริษัท ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด  เครือเอไอเอส, บริษัททานตะวัน เทเลคอมมูนิเคชั่น จำกัด, บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด   บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด บริษัท เรียลมูฟ จำกัด ในเครือทรู, บริษัท โมบาย แอลทีอี จำกัด, บริษัท เดอะไวท์สเปซ จำกัด, บริษัท อีริคสัน (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท กู๊ด ลอจิก จำกัด, บริษัท โนเกีย โซลูชั่นส์ แอนด์ เน็ตเวิร์ค (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ไฮมีเดีย เทคโนโลยี จำกัด, บริษัท บลูชาร์ป จำกัด และบริษัท เอ็นเอบลิง เอเชีย เทค (ไทยแลนด์) จำกัด
          คาด Q4 รายได้เข้ากว่า 700 ล้าน
          แหล่งข่าวระดับสูงจากทีโอทีกล่าวว่า ค่ายมือถือสนใจยื่นข้อเสนอเป็นคู่ค้าบนคลื่น 2300 MHz เพราะทำให้มีสิทธิใช้ความจุโครงข่ายที่มีแถบคลื่นกว้างถึง 60 MHz คาดว่าบริษัทที่ปรึกษา ได้แก่ บริษัท เดเทคอน เอเชีย-แปซิฟิค จำกัด และบริษัท ไพร์มสตรีท แอดไวเซอร์รี่ จำกัด จะใช้เวลาราว 60 วัน พิจารณาข้อเสนอ ทั้งในแง่เทคนิคและผลตอบแทนทางธุรกิจ ก่อนเสนอให้บอร์ดพิจารณา และลงนามกับคู่ค้าได้ราวเดือนสิงหาคมนี้ และเปิดให้บริการได้ในไตรมาส 4 ปีนี้
          สำหรับรูปแบบบริการบนคลื่น 2300 MHz ทีโอทีวางแผนเชิงกลยุทธ์ไว้เป็นการให้บริการฟิกซ์ไวร์เลสบรอดแบนด์ เพื่อการให้บริการประชาชนอย่างเท่าเทียม และให้บริการโมบาย ด้วยเทคโนโลยี LTE โดยความจุ 60% ของโครงข่ายจะให้บริการโฮลเซลเซอร์วิส ไม่จำกัดว่าจะนำไปใช้กับฟิกซ์ไวร์เลสบรอดแบนด์ หรือโมบายในสัดส่วนเท่าใด อีก 40% ทีโอทีจะให้บริการเอง แบ่งเป็นบริการฟิกซ์ไวร์เลส บรอดแบนด์ และโมบาย อย่างละ 20% ขณะที่การวางโครงข่ายคู่ค้าต้องขยายให้ครอบคลุม 80% ของประชากรใน 5 ปี คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 4 ปีนี้ ราว 700-800 ล้านบาท
          ดีแทคพร้อมทุ่มสุดตัว
          แหล่งข่าวจาก บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) เปิดเผยว่า อยู่ระหว่างยกร่างข้อเสนอเพื่อยื่นในวันที่ 27 มีนาคมนี้ และยังมองในเชิงบวกว่าจะได้รับคัดเลือกให้เป็นคู่ค้าบนคลื่น 2300 MHz กับทีโอที ซึ่งคู่แข่งน่าจะมีแค่เอไอเอส, ทรู และโมบาย แอลทีอี ที่ยื่นข้อเสนอ ทั้งเชื่อมั่นว่าทีโอทีจะสามารถชี้แจงกับ กทค. เพื่อคงสิทธิ์ในการใช้งานคลื่นทั้ง 60 MHz ได้ เพราะอย่างน้อยก็เป็นการนำคลื่นมาใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่า ดีกว่าปล่อยทิ้งไว้
          ด้านแหล่งข่าวจาก บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า กำลังประเมินมูลค่าโครงการคลื่น 2300 MHz เพื่อยกร่างข้อเสนอที่เหมาะสม ให้ทีโอที เพราะคลื่น 2300 MHz มีข้อจำกัด หลายด้าน ทั้งในส่วนของเครื่องลูกข่ายที่รองรับ ระยะเวลาโครงการที่ได้สิทธิ์ 8 ปี ทั้งมีความไม่แน่นอนว่าจะสามารถทำสัญญาเข้าเป็นคู่ค้าได้เร็วหรือช้าแค่ไหน
          "ทรู" คิดเผื่อประมูลคลื่นรอบใหม่
          "คลื่น 2300 MHz น่าสนใจ เพราะเป็นคลื่นที่ใช้เทคโนโลยี TDD ที่จะทำให้นำมาให้บริการ Wireless Broadband ได้ดี แต่เหมาะกับโอเปอเรเตอร์ที่มีเสาอยู่แล้ว เพราะเงื่อนไขโครงการรวมถึงการลงทุนเน็ตเวิร์กให้ได้ตามเกณฑ์ มีระยะเวลาถึงปี 2568 ซึ่งเรื่องเน็ตเวิร์ก ทรูมีความพร้อม"
          แต่เมื่อเทียบกับคลื่นที่ กสทช.ระบุชัดเจนแล้วว่านำออกมาประมูล ซึ่งมีทั้ง 2600 MHz ที่จะประมูลปีนี้ และคลื่น 850 MHz กับ 1800 MHz ในปี 2561 มีความน่าสนใจกว่า เพราะใบอนุญาต กสทช. อย่างน้อยคือ 15 ปี และได้ทันทีเมื่อจ่ายค่าไลเซนส์แล้ว ทำให้มีความเสี่ยงน้อยกว่า ดังนั้นการจะลงทุนในคลื่น 2300 MHz ต้องอยู่ภายใต้มูลค่าที่ประเมินไว้
          แหล่งข่าวจากเอไอเอสกล่าวในทำนองเดียวกันว่า กสทช.ประกาศโรดแมปประมูลคลื่นชัดเจนแล้ว ทำให้แต่ละบริษัทต้องวางแผนการลงทุนในแต่ละคลื่นให้เหมาะสม ตามศักยภาพและเงื่อนไขการใช้คลื่น แต่คลื่น 2300 MHz ก็ยังน่าสนใจสำหรับเอไอเอส  ส่วนการทำสัญญาเป็นพันธมิตรระยะยาวกับทีโอที หวังว่าจะได้ลงนามในสัญญาฉบับจริงเร็ว ๆ นี้ หลังจากบอร์ด ทีโอทีอนุมัติให้มีการต่อเวลาสัญญาทดลองออกอีก 6 เดือนแล้ว