กระทรวงดิจิทัลฯ เดินหน้าบูรณาการทุกหน่วยงานเชื่อมโยงอย่างเป็นระบบสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า ถึงบทบาทและภารกิจของกระทรวงฯว่าที่ผ่านมาเรามีกระทรวงเทคโนโลยีและการสื่อสาร (ไอซีที) ซึ่งมีบทบาทหน้าที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน อย่างไรก็ตามสถานการณ์ทั้งของโลกและของประเทศรวมถึงสังคมก็เปลี่ยนไปอยู่ตลอดเวลาส่วนหนึ่งก็เพราะว่าเทคโนโลยีทางด้านไอซีทีมันผันแปรไปตลอดเวลามีความก้าวหน้า มีการใช้งาน ไม่เพียงแค่องค์กรแต่ลงไปจนถึงตัวบุคคล ชาวบ้านก็คุ้นเคยไม่ใช่เฉพาะคนในเมืองหลวงเท่านั้นขณะที่การประยุกต์ใช้ หรือแอพพลิเคชั่นก็กว้างขวางมากยิ่งขึ้นไม่จำกัดอยู่เฉพาะวงมือถือ หรือโน้ตบุ๊กเท่านั้น แต่กระจายไปยังภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และวงการสาธารณสุข ซึ่งก็เป็นเหตุผลหนึ่งรวมทั้งมีการเคลื่อนไหวในเชิงก้าวไปข้างหน้าส่วนหนึ่งก็ต้องเกี่ยวข้องกับกฎหมายที่จะมาดูแลสังคมการผลักดันสังคมให้เกิดการพัฒนาที่ไม่เพียงก้าวหน้าแต่ต้องยั่งยืนด้วย
          "ก่อนที่ผมจะเข้ามาก็มีขบวนการที่จะยกร่างและนำเสนอกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายแม่แบบของกฎหมายไอซีทีทั้งปวงซึ่งได้รับพระราชทานโปรดเกล้าฯ ลงมาแล้วนั่นก็คือกฎหมายการพัฒนาดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเสมือนหนึ่งว่ายุคไอซีทีได้เคลื่อนย้ายมาเป็นยุคที่มีขอบเขตกว้างกว่าเป็นยุคดิจิตัลเพราะดิจิตัลลงไปถึงชุมชน ภาคอุตสาหกรรม บริการแม้กระทั่งภาคการเกษตรเป็นสมาร์ทฟาร์มเมอร์"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ กล่าว
          รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ กล่าวว่า การที่เรามีพระราชบัญญัติฉบับใหม่ตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมาเสมือนหนึ่งว่าประเทศไทยก็มีวิสัยทัศน์และมีการขับเคลื่อนที่เป็นเชิงระบบมากขึ้น ฉะนั้นรอยต่อของตรงนี้ก็เป็นที่มาของการที่เราจะขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบ โดยมีคณะกรรมการดิจิทัลที่มีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธานมีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง มีผู้ทรงคุณวุฒิชั้นนำมีการจัดตั้งกองทุนดิจิทัลการตั้งหน่วยงานใหม่ที่เรียกว่า สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  ซึ่งเป็นหน่วยนโยบาย และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งเป็นหน่วยขับเคลื่อนโปรโมชั่น จะเห็นได้ว่ามันเป็นองคาพยพที่เริ่มมีความสมบูรณ์จับต้องได้
          ขณะเดียวกันกระทรวงฯก็จะต้องปรับตัวเพราะว่ากระทรวงที่เรียกว่าไอซีทีเดิมที่ตอนนี้เรียกว่ากระทรวงดิจิทัลฯมีทั้งส่วนราชการรัฐวิสาหกิจและองค์การมหาชน  ซึ่งเป็นการผสมผสานที่รัฐมนตรีจะต้องบูรณาการให้เกิดความเชื่อมโยงและเกิดประโยชน์สูงสุดนอกจากนั้นแล้วยังจะต้องเชื่อมโยงกับทุกๆ กระทรวงเนื่องจากดิจิทัลเป็นหน่วยสนับสนุนให้กับกระทรวงอื่นๆฉะนั้นความเป็นดิจิทัลไม่ได้หมายถึงกระทรวงดิจิทัลอย่างเดียวว่าไปแล้วมันหมายถึงการที่ประเทศโดยที่มีกระทรวงดิจิทัลฯเป็นผู้ขับเคลื่อนหลักได้สามารถที่จะขยายขีดความสามารถของประเทศในทุกๆ ด้านโดยเอาดิจิทัลฯเป็นพระเอกบ้างเป็นพระรองบ้าง เป็นผู้สนับสนุนบ้าง เป็นต้น จะเห็นความกว้างขวางของคำว่า ดิจิทัลเมื่อเทียบกับไอซีทีเดิมไม่ได้หมายถึงแค่สายสื่อสารหรือซอฟต์แวร์อย่างเดียวอีกต่อไป แต่หมายถึงประยุกต์ใช้ที่มีความกว้างขวางมีความครอบคลุมและที่ สำคัญถ้าจะเชื่อมโยงไทยแลนด์4.0ต้องเรียนว่ามันเกี่ยวข้องลึกมาก
          "ไทยแลนด์ 4.0 มี เสาหลักอยู่ 3 เสาเสาแรกคือเสาการสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมที่มีความสร้างสรรค์มีนวัตกรรมเสาที่สองคือเสาของการพัฒนาประเทศโดยคำนึงถึงความเหลื่อมล้ำ ลดช่องว่างของรายได้ลดช่องว่างของประชาชน กับเสาหลักที่สามคือการพัฒนาอย่างยั่งยืน"
          สิ่งดังกล่าวสอดคล้องไปทั่วโลก สหประชาติเองก็มีเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 17 ข้อเพื่อสร้างมาตร ฐานชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่  รัฐบาลได้คำนึงถึงมาโดยตลอดและการที่ท่านนายกรัฐมนตรีให้ทุกๆกระทรวงขับเคลื่อนโดยมีเป้าหมายที่เป็นเอกภาพ นั่นก็คือแผนระยะสั้น 1 ปี กำหนดการทำงานกันอยู่ตอนนี้แผนระยะกลางเพื่อให้สอดคล้องกับแผนสภาพัฒน์ 5 ปี หรือแผน 12 และแผนระยะยาวซึ่งเป็นแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีเห็นไหมครับว่ามันเป็นจังหวะจะโคนที่จะสร้างความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยกำลังเดินหน้าจริงรัฐบาลเป็นผู้ขับเคลื่อนแต่ประเทศทั้งประเทศต้องมาร่วมกันและเห็นเป้าหมายร่วมกัน เดินไปด้วยกันในหน้าที่ของตัวเอง
          สำหรับกระทรวงดิจิทัลฯจะเข้ามามีส่วนร่วมค่อนข้างมากอันดับแรกดิจิทัลกับนวัตกรรมซึ่งแตกต่างจากเทคโนโลยีอื่นเพราะดิจิทัลไปเร็วมากมีเรื่องของการเชื่อมโยงสายสื่อสาร อินเตอร์เน็ตไม่จำกัดเฉพาะในเมืองเท่านั้นแต่ลงไปถึงชุมชนซึ่งเล็กที่สุดในระบบการบริหารราชการ ฉะนั้นหน้าที่ของรัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงดิจิทัลฯ มีหน้าที่ทำให้เกิดโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะผู้ที่ด้อยโอกาสสามารถที่จะใช้ประโยชน์จากดิจิทัลได้ทั้งในเชิงการมีรายได้เพิ่มขึ้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตการเรียนรู้ของชุมชนในระดับต่างๆครอบคลุมทั้งในเชิงการสร้างนวัตกรรมลดความเหลื่อมล้ำและการพัฒนาอย่างยั่งยืนในหลายๆรูปแบบเกี่ยวข้องกับไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งเป็นเป้าหมาย โดยรวมของทุกกระทรวง
          หากจะถามถึงการพัฒนาบุคลากรในองค์กรให้สอดคล้องกับไทยแลนด์4.0รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ กล่าวว่า การพัฒนาบุคลากรก็ต้องคำนึงถึงความต้องการของสังคมในอนาคต การผลิตบุคลากรล่วงหน้าการอุดช่องว่างของการขาดแคลนบุคลากรในปัจจุบัน ไปจนถึงการรับเอาเทคโนโลยี หรือการถ่ายทอด เทคโนโลยีหรือแม้กระทั่งเริ่มที่จะพัฒนาเทคโนโลยีด้วยตัวเองโจทย์เหล่านี้มันต้องตั้งขึ้นมาก่อน ที่จะสอนอะไรอย่างไรจะพัฒนาหลักสูตรอย่างไรหรือแม้กระทั่งภาครัฐเองให้บริการประชาชนถ้ามีความรู้เรื่องดิจิทัลก็จะช่วยประชาชนได้สามารถที่จะสร้างสรรค์ทำให้ประชาชนได้รับความสะดวกมากยิ่งขึ้น ทำให้เป็นโอเพ่นกอฟเวอร์เมนต์มากยิ่งขึ้น หรือโอเพ่น อินโนเวชั่น (เปิดนวัตกรรม)หมายความว่าถ้าผมเป็นบริษัท ผมวิจัยผมก็ปิดไว้รักษาความลับ ซึ่งมันก็ดีแต่มันไม่ค่อยพอแล้วตอนนี้เพราะว่านวัตกรรมมันไม่มีขีดจำกัด ฉะนั้นผู้ประกอบการเริ่มเห็นว่าจะเป็นประโยชน์มากกว่าถ้าหากเขาเปิดและให้ความคิดความสร้างสรรค์อื่นๆไหลเข้ามายกตัวอย่างเช่น  โพสต์อะไรบางอย่างขึ้นอินเตอร์เน็ตอย่างเมื่อก่อนวิกิพีเดียเอาขึ้น เว็บไซต์แล้วบอกโลกว่าไม่มีลิขสิทธิ์ ใครมีความรู้อะไร เติมลงมาวันนี้เห็นไหมครับมันเป็นห้องสมุดโลกเห็นคำว่า โอเพ่น อินโนเวชั่น มันเป็นอย่างนี้ เพราะฉะนั้น มันปิดต่อไปไม่ค่อยได้ รัฐบาลเองก็เปิด มีความโปร่งใสมากยิ่งขึ้นความเสียหายก็จะน้อยลงมีการตรวจสอบจากสังคมมากขึ้น เราถึงต้องมีพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารเป็นต้น
          กระทรวงดิจิทัลฯเองก็ทำหน้าที่ค่อนข้างมากในส่วนของอีกกอฟเวอร์เมนต์คือพยายามติดตั้งระบบเพื่อที่จะให้หน่วยงานของรัฐมีความเชื่อมโยงกันเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร แม้กระทั่งเรื่องการใช้จ่าย ของงบประมาณประจำปี ตอนนี้เราเปิดให้สาธารณสามารถเข้ามาดูว่าปีที่แล้วกระทรวงโน้นกระทรวงนี้ใช้เงินทำอะไรบ้าง อันนี้ก็เป็นหน้าที่เราในการติดตั้งระบบที่จะให้ข้อมูลออกสู่สาธารณะได้หรือการสื่อสารกันเองภายใน ซึ่งก็มีหลายระดับสื่อสารในระดับคนทำงานไปจนถึงสื่อสารที่มีชั้นความลับ
          นอกจากนี้มีการวางอินเตอร์เน็ตหมู่บ้านซึ่งประเทศไทยมี 70,000 หมู่บ้าน ปีนี้กระทรวงฯโดยบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) จะวางสายใยแก้วนำแสง 24,700 หมู่บ้าน ทำให้เกิดความทั่วถึงประมาณ1 ใน 3 ของประเทศขนานกันไปเราก็จะดำเนินโครงการที่เรียกว่า ดิจิทัลชุมชนซึ่งจะมีทั้งเรื่องการขายของโดยนำสินค้าของชาวบ้านขึ้นอินเตอร์เน็ตเพื่อที่จะให้ชาวบ้านขายได้เองมีการส่งของทางไปรษณีย์ไทยซึ่งอยู่ในกระทรวงดิจิทัลฯสนับสนุนเรื่องของการส่งของการประสานงานกับกระทรวงการคลังธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อทำให้ระบบการชำระเงินทางอินเตอร์เน็ตมีความปลอดภัยในระดับที่ชาวบ้านสามารถที่จะทำธุรกรรมได้ไปจนถึงการสร้างตลาดโดยร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการต่างประเทศและร่วมมือกับเอกชนให้บริการซอฟต์แวร์บนหน้าจออินเตอร์เน็ต
          อีกเรื่องหนึ่งที่กำลังจะเดินขนานกันไป ก็คือเรื่องดิจิทัลพาร์คไทยแลนด์  เป็นเรื่องของ การสร้างนวัตกรรมทางด้านดิจิทัล เพื่อที่จะทำให้ประเทศไทยยืนอยู่บนขาของตนเองได้มากขึ้น มีการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลด้วยตนเอง และก็สามารถที่จะเข้าโลกยุคดิจิทัลโดยความเข้มแข็งโดยจะเชิญบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างประเทศเข้ามาร่วมที่นี่จะมีทั้งนักวิจัย ผู้คิดค้นระบบใหม่ๆแอพพลิเคชั่นใหม่ๆรวมกันทำงานอยู่ที่นี่ ตอนนี้กำลังพัฒนาโครงการอยู่
          จะพยายามทำงานให้เร็วในเวลาที่เหลืออยู่ ต้องขอบคุณทุกฝ่ายรวมทั้งสื่อมวลชนนอกเหนือจากการช่วยกระทรวงดิจิทัลฯ ในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารให้กับสังคมได้รับทราบแล้วสื่อมวลชนเองก็จะต้องปรับตัวไปกับยุคดิจิทัลเช่นเดียวกัน ทางกระทรวงดิจิทัลฯก็ยินดีที่จะสนับสนุนและก็คิดไปข้างหน้าว่าสื่อดิจิทัลในอนาคต จะออกมาอย่างไรรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อ เศรษฐกิจและสังคมกล่าวสรุป
          "ไทยแลนด์ 4.0 มี เสาหลักอยู่ 3 เสา เสาแรกคือเสาการสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมที่มีความสร้างสรรค์ มีนวัตกรรม เสาที่สอง คือเสาของการพัฒนาประเทศโดยคำนึงถึงความเหลื่อมล้ำ ลดช่องว่างของรายได้ลดช่องว่างของประชาชนและเสาหลักที่สาม คือการพัฒนาอย่างยั่งยืน"