"อินทัช"ทุ่มงบนวัตกรรมเสริมทัพบริการดิจิทัล

อินทัชทุ่ม R&D 250 ล้านบาท เฟ้นหานวัตกรรมใหม่รับเทรนด์ IoT-AI พ่วงงบฯ 200 ล้านลุยเดินร่วมลงทุนสตาร์ตอัพดาวรุ่ง เสริมทัพก้าวสู่บริการดิจิทัลครบวงจร พร้อมวางแผนสำรองเผื่อไทยคม 9 ยืดเยื้อ ไม่หวั่นแม้กำไรปี'59 ลดลง 21% เหตุเอไอเอสจัดหนักลงทุน 4G มั่นใจปีนี้รายได้ไม่น้อยกว่าเดิม
          นายฟิลิป เชียง ชอง แทน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลประกอบการปี 2559 มีกำไร 12,708 ล้านบาท ลดลง 21% จากปี 2558 เนื่องจากบริษัทในเครืออย่าง บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) มีการลงทุนโครงข่าย 4G รวมถึงต้องลงทุนเพื่อไปสู่เอสเคิร์ฟใหม่ และ บมจ.ไทยคม มีลูกค้าที่หายไปเนื่องจากการล้มละลาย
          "แต่ถือว่าเอไอเอสทำได้ดีกว่าแผนที่วางไว้ ที่น่าจะติดลบ แต่กลับเติบโตได้ 1.9% โดยมีกำไร 3,307 ล้านบาท ส่วนไทยคม มีกำไร 210 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจอื่น ๆ ยังมีกำไรที่เพิ่มขึ้น 147 ล้านบาท"
          ปัจจุบันการลงทุนของอินทัชแบ่งเป็น 3 สายธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมไร้สาย ผ่านทางเอไอเอส ธุรกิจดาวเทียมและธุรกิจต่างประเทศ ผ่านทาง บมจ.ไทยคม และธุรกิจอื่น ๆ อาทิ โฮม ช้อปปิ้ง และอินเว้นท์ โครงการร่วมลงทุน กับสตาร์ตอัพ โดยแผนการลงทุนในปีนี้ของอินทัช แบ่งเป็น เอไอเอส 40,000-45,000 ล้านบาท งบวิจัยและพัฒนาธุรกิจใหม่ 250 ล้านบาท ซึ่งเป็นปีแรกที่ตั้งงบฯส่วนนี้ไว้โดยเฉพาะ เพื่อหาบริการดิจิทัลใหม่ที่รองรับ อินเทอร์เน็ตออฟธิงค์ (IoT) บิ๊กดาต้า และปัญญาประดิษฐ์ (AI) กับงบฯลงทุนสตาร์ตอัพอินเว้นท์ 200 ล้านบาท
          ภายใต้แนวคิด Connecting Thai for sustainable growth คือ 1.มุ่งเน้นการบริหารสินทรัพย์ และสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้น ด้วยการลงทุนด้านโทรคมนาคม สื่อ และเทคโนโลยี 2.หาการลงทุนในธุรกิจใหม่ ๆ หรือสตาร์ตอัพ ที่เกี่ยวข้องกับโทรคมนาคม สื่อ และเทคโนโลยี รวมถึงการวิจัยและพัฒนาธุรกิจใหม่ ๆ 3.สนับสนุนส่งเสริมการสร้างคุณค่าและประโยชน์ร่วมกันระหว่างองค์กรธุรกิจ สังคม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
          "การลงทุนในสตาร์ตอัพยังคงไว้ที่ 200 ล้านบาทเท่าเดิม เน้นที่ธุรกิจไอที โทรคมนาคม และมีเดีย ที่คนไทยเป็นเจ้าของ ในปีที่แล้วร่วมลงทุนไป 2 ราย คือ วงใน (Wongnai) กับ Social Nation และ Exit ไป 2 ราย ทำกำไรได้ 20% ปีนี้จะโฟกัสที่ไอเดียใหม่ ๆ ไม่ได้ copy มาจาก ซิลิคอน วัลเลย์ โดยนำจุดแข็งของเอไอเอสและไทยคมมาซัพพอร์ต"
          ขณะที่ทางไทยคมคาดว่า ภายในไตรมาส 2 ปีนี้จะเจรจากับภาครัฐเกี่ยวกับความชัดเจนของดาวเทียมไทยคม 9 ได้เรียบร้อย ซึ่งอาจจะมีการลงทุนเพิ่มอีกราว 250 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่อินทัชก็ได้เตรียมแผนอื่นรองรับหากกรณียังไม่สามารถยิงดาวเทียมไทยคม 9 ได้
          "เป้าหมายของไทยคมปีนี้จะต้องหาลูกค้าใหม่ ๆ เข้ามาเสริม โดยเฉพาะทีวีดาวเทียมในตลาดอาเซียน รวมถึงการให้บริการอินเทอร์เน็ตบนเครื่องบิน เรือท่องเที่ยว เรือขนถ่ายสินค้า ส่วนไอเอเอสพัฒนาโครงข่ายทั้งให้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม เช่น การรับส่งข้อมูลผ่านโทรศัพท์มือถือด้วยความเร็ว 1 จิกะบิต รวมถึงเปิดเทคโนโลยี NB-IoT เป็นที่แรกของอาเซียน ซึ่งอินทัชจะพยายามหาแนวทางสร้างผลประโยชน์ให้ฐานลูกค้าของเอไอเอสและไทยคมด้วย"
          ส่วนการลงทุนในธุรกิจทีวีดิจิทัลขณะนี้ ไม่มีความสนใจแล้ว แม้จะเคยเข้าร่วมประมูลและมีผู้ประกอบการบางรายเสนอให้เข้าไปร่วมลงทุน เนื่องจากปัจจุบันพฤติกรรม ผู้บริโภคกำลังเข้าสู่โมบายมากกว่า
          สำหรับผลประกอบการปีนี้คาดว่าจะใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ที่มีรายได้รวม 28,600 ล้านบาท แต่ยังคงนโยบายในการจ่ายปันผล ในอัตรา 100% ของกำไรสุทธิเช่นเดิม