"กสทช." จัด (ให้) วางโรดแมปประมูลคลื่น-เน็ตประชารัฐ

อีกของรัฐบาล กับเวทีเสวนา "ไทยแลนด์ 4.0 สตาร์ต (อัพ) แบบไหนพลิกโฉมเศรษฐกิจไทย" โดย "สมคิด จาตุศรีพิทักษ์" รองนายกรัฐมนตรี  ที่กล่าวย้ำว่า ไทยแลนด์ 4.0 ที่วางไว้คือ การสร้างความเจริญและเท่าเทียม โดยนำจุดแข็งของไทยอย่างการเกษตร วัฒนธรรม ครีเอทีฟอีโคโนมีให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน พร้อมปลูกต้นไม้ผู้ประกอบการใหม่อย่างสตาร์ตอัพให้เต็มประเทศ สร้าง New S-Curve ให้ประเทศ ขณะที่รัฐบาลจะช่วยซัพพอร์ต ปลดล็อกข้อกฎหมายต่าง ๆ ให้
          4.0 จึงไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยีอย่างเดียว แต่ต้องพัฒนา 2 ซีกไปพร้อม ๆ กันทั้งเทคโนโลยีและความพร้อมของคน
          "อินเทอร์เน็ตเป็นสิ่งสำคัญมาก ปีนี้ ทีโอทีรับปากแล้วว่า 24,700 หมู่บ้าน เป็น KPI และต้องไม่ยึกยัก เพราะถ้าอินเทอร์เน็ตไม่ลง ทุกอย่างจะนิ่ง Move ต่อไม่ได้เลย ไทยแลนด์ 4.0 ไม่ต้องพูดถึง ต้องลากสายซับมารีนเคเบิลขึ้นมา ให้ได้ เพื่อจะได้ไม่ยืมจมูกสิงคโปร์หายใจ ไทยเป็นเซ็นเตอร์ของ CLMV เราคือฮับที่แท้จริง ฉะนั้นถ้าใจเราสู้ จะคิดออกเองว่าจะทำอะไร"
          ในฐานะองค์กรกำกับดูแลกิจการด้านเทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล
          "ฐากร ตัณฑสิทธิ์" เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ไทยแลนด์ 4.0 จะประสบความสำเร็จต้องมีการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานด้านโมบาย ต้องเดินหน้าในการประมูลคลื่นความถี่ต่อไป
          "คลื่นที่ใช้งานในปัจจุบันรวมกันแล้วมีแค่ 420 MHz เท่านั้น ทำให้แม้จะเพิ่งประมูลคลื่น 4G ไปแต่การใช้งานโมบายดาต้า ก็เริ่มมีปัญหาอีกแล้ว ซึ่งตามคำแนะนำของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ระบุว่าแต่ละประเทศควรมีคลื่นโทรคมนาคมใช้งานอย่างน้อย 700 MHz"
          โดย กสทช. มีหน้าที่สนับสนุนนโยบายรัฐบาลไทยแลนด์ 4.0 ขณะนี้ได้วางแผนการจัดประมูลคลื่นความถี่ไว้แล้ว เริ่มจากคลื่น 2600 MHz ที่ บมจ. อสมท ยินดีคืนคลื่นเพื่อให้นำมาประมูลใหม่ แต่ยังต้องรอให้ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ ฉบับใหม่ ประกาศก่อนเพื่อให้ กสทช.เยียวยาเจ้าของคลื่นที่คืนกลับมาได้
          "ถ้า พ.ร.บ.ใหม่ประกาศใช้ มี.ค.-เม.ย.นี้ เชื่อว่าไม่ช้ากว่า ธ.ค.ปีนี้จะเปิดประมูลได้แน่นอน 90 MHz ได้ไม่น้อยกว่า 3-4 ใบอนุญาต แต่ราคาเริ่มต้นประมูลต้องให้สถาบันการศึกษา หรือ ITU มาวิเคราะห์ให้"
          ในส่วนของคลื่น 1800 MHz และ 850 MHz ที่อยู่ภายใต้สัมปทานดีแทค ที่จะสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย. 2561 กสทช.จะจัดประมูลล่วงหน้าอย่างน้อย 6 เดือน เพื่อให้ประชาชนเปลี่ยนผ่านได้ทันที ไม่ต้องเข้าสู่ มาตรการเยียวยา โดยคลื่น 1800 MHz จำนวน 45 MHz แบ่งเป็น 3 ใบอนุญาต กับคลื่น 850 MHz จำนวน 10 MHz อีก 1 ใบอนุญาต แต่ราคาเริ่มต้นประมูลจะยืนตามมติบอร์ด กทค. เดิมที่ต้องไม่ต่ำกว่าราคาจบการประมูลคลื่น 4G เพื่อให้การแข่งขันในตลาดเกิดขึ้น
          แล้วในปี 2563 คลื่น 700 MHz ที่เดิมใช้งานด้านบรอดแคสต์ แต่ได้มีพันธสัญญากับทาง ITU ไว้แล้วว่าจะคืนคลื่นนี้มาใช้กับงานด้านโทรคมนาคมแทน ซึ่งก็จะมีการประมูลอีก 45 MHz ราว 3 ไลเซนส์ หรืออาจจะแบ่งในรูปแบบอื่นตามแต่บอร์ด กสทช.ชุดใหม่จะพิจารณา
          "ดังนั้นภายในปี 2563 ตามแผนการประมูลของ กสทช. จะทำให้มีคลื่นใช้งานได้อีก 380 MHz รวมกับของเดิมจะมีทั้งหมด 800 MHz สูงกว่าคำแนะนำของ ITU ถ้าเดินตามแผนนี้ได้ ขอไทยเป็นที่หนึ่งในอาเซียนเสียทีเถอะ และพร้อมจะก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลเสียที และวงเงินประมาณการราคาเริ่มต้นประมูลทั้งหมดจะอยู่ที่ 5 แสนกว่าล้านบาทรวม 7- 8 ใบอนุญาตที่ กสทช.จะเดินหน้าต่อ"
          ขณะที่การวางโครงข่ายไฟเบอร์ออปติก 74,965 หมู่บ้านทั่วประเทศ และมีอินเทอร์เน็ตใช้งานแล้ว 30,600 กว่าหมู่บ้าน กสทช. จะเข้าไปรับผิดชอบวางข่ายสาย 19,652 หมู่บ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่ชายขอบ
          "กสทช.รับปากว่า ภายในปลายเดือน มี.ค. จะออกประกาศประกวดราคา ติดตั้ง และให้คำมั่นสัญญากับรัฐบาล จะทยอยเปิดให้บริการได้ธันวาคม 2560 และเปิดสมบูรณ์แบบได้กลางปี 2561"
          ขณะเดียวกันการสร้างความปลอดภัยในการใช้งาน เพื่อให้ประชาชนมั่นใจ โดยเฉพาะเรื่องโมบายแบงกิ้ง อีเพย์เมนต์ กสทช.ได้ผลักดันการลงทะเบียนซิมด้วยบัตรประชาชนและลายนิ้วมือ โดยเชื่อมฐานข้อมูลกับกรมการปกครอง สำหรับการเปิดเลขหมายใหม่
          "ทั้งในส่วนของลูก 19 ล้านเลขหมาย เดิมที่มีการใช้งานโมบายเพย์เมนต์ ภายในปลายเดือน มี.ค. สามารถไปลงทะเบียนยืนยันตัวตนได้อีกครั้งเพื่อความสบายใจและมั่นใจในการใช้งานได้"
          นอกจากนี้ยังเตรียมวางระบบ ลงทะเบียนการใช้อินเทอร์เน็ตไร้สาย โดยใช้เลขโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นรหัส ใช้งานได้ รวมถึงการส่งเสริมการสร้างเนื้อหาให้ความรู้การใช้งานแก่ประชาชนด้วย
          "ภูมิทัศน์ใหม่ของประเทศไทย จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้ง People Platform Productivity ซึ่งจะทำให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต้อง เริ่มจากชนบทขึ้นมา อาทิ ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ โฮมสเตย์ การขายสินค้าโดย ไม่ต้องผ่านคนกลาง  ขณะที่แพลตฟอร์มต่าง ๆ ล้วนแต่ต้องใช้คลื่น โลกอนาคตคลื่นความถี่เป็นเรื่องจำเป็น กสทช. จึงต้องเดินหน้าเรื่องนี้ให้สมบูรณ์ให้ได้"