กสทช.เปิดแผนประมูลคลื่นความถี่ตลอดปี

กสทช. ลุยประมูลคลื่นความถี่ หวังปี 63 ประเทศไทย ขึ้นแท่นโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเบอร์ 1 เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)กล่าวว่า แนวทางที่ทำให้นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล หรือไทยแลนด์ 4.0 ประสบความสำเร็จ คือโครงสร้างพื้นฐาน เพราะการจะต่อยอดทางธุรกิจหรือเชื่อมโยงการสื่อสารไปยังทั่วทุกมุมของโลกได้ การมีคลื่นความถี่ประเภทไร้สายที่เพียงพอจึง เป็นเรื่องสำคัญ
          ส่วนโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมประเทศไทย ขณะนี้มีการใช้งานในตลาดแล้วรวม 420 เมกะเฮิรตซ์ แต่ล่าสุดทาง กสทช. ได้รับฟังเสียงวิจารณ์จากประชาชนแล้วว่า คลื่นความถี่ที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอต่อการใช้งาน สอดคล้องกับที่สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) ที่ระบุว่า คลื่นความถี่ที่เหมาะสมในการใช้งานของแต่ละประเทศในตลาดควรมี 700 เมกะเฮิรตซ์ ดังนั้น กสทช.ต้องเดินหน้าการจัดสรรคลื่นความถี่
          สำหรับแผนการจัดสรรคลื่นความถี่ คือ การจัดการประมูลคลื่น 2600 เมกะเฮิรตซ์จำนวน 90 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ใช้งานอยู่  ตามแผน กสทช.ได้รับโอนคลื่นความถี่คืนมายัง กสทช. ภายหลัง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่..) พ.ศ....ผ่านความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และมีการประกาศใช้อย่างเป็นทางการ คาดจะเป็นในช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. 60 จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการจัดทำหลักเกณฑ์การประมูล โดยคาดจะเปิดประมูลได้ราวเดือน ธ.ค. 60
          "ในปี 2561 กสทช. ยังมีแผนประมูลคลื่น ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 45 เมกะเฮิรตซ์ และย่าน 850 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 10 เมกะเฮิรตซ์ หลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทานของ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ซึ่งราคาตั้งต้นการประมูลจะต้องไม่ต่ำกว่าคลื่น 1800 และ 900 เมกะเฮิรตซ์ ที่ประมูลเมื่อปี 2558 และช่วงปี 2563 ยังมีแผนประมูลคลื่นย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 45 เมกะเฮิรตซ์ด้วย ซึ่งหากเป็นตามแผน ปี 2563 ประเทศ ไทยจะมีคลื่นใช้งานในตลาดรวมทั้งประเทศที่ 800 เมกะเฮิรตซ์ และเป็นเบอร์ 1 ด้านโทรคมนาคมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และจะสามารถนำเงินจากการประมูลคลื่นขั้นต่ำราว 500,000 ล้านบาท ส่งให้รัฐบาล นำไปพัฒนาประเทศได้".