ฟ็อกซ์ปรับทัพลุย

หลังจากส่งสัญญาณร่อแร่มาหลายปี และแล้วปี 2559 ที่ผ่านมาธุรกิจเพย์ทีวีก็อยู่ในภาวะตกต่ำมากที่สุด เนื่องจากมีผู้ประกอบการหายไปจากธุรกิจถึง 2 รายด้วยกันนั่นก็คือ ซีทีเอช และจีเอ็มเอ็มแซท ส่งผลให้ผู้ประกอบการในธุรกิจนำเข้าคอนเทนต์ต้องปรับตัวครั้งใหญ่ เพื่อให้ผ่านวิกฤตครั้งนี้
          บริษัท ฟ็อกซ์ เน็ตเวิร์คส์ กรุ๊ป (ประเทศไทย) ถือเป็นอีกหนึ่งบริษัท ที่ต้องออกมาปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจครั้งใหญ่ เพื่อลดความเสี่ยง จากความผันผวนของธุรกิจเพย์ทีวี ด้วยการหันมาเพิ่มช่องทางการทำ การตลาดให้มีความหลากหลายมากขึ้นจากเดิมจะเน้นเฉพาะช่องทางเพย์ทีวีเป็นหลัก
          รุจยารักษ์ อาภากร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ฟ็อกซ์ เน็ตเวิร์คส์ กรุ๊ป (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปีที่ผ่านมาถือเป็นปีที่ยากลำบากพอสมควร เนื่องจากการทำธุรกิจของบริษัทจะวางระยะยาว 5 ปี แต่หลังจากช่วงกลางปีมีผู้ประกอบการเพย์ทีวีหายไป 1 ราย และปลายปีหายไปอีก 14 ราย จึงทำให้
          ธุรกิจของบริษัทได้รับผลกระทบมากพอสมควร
          จากปัจจัยลบที่เกิดขึ้นดังกล่าว ทำให้บริษัทต้องหันมาวิเคราะห์ตลาดในประเทศไทยใหม่ พร้อมกับปรับสินค้าให้เข้าถึงผู้บริโภคหลากหลายช่องทางและตรงกับความต้องการของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น
          ทั้งนี้ เดิมที ฟ็อกซ์ฯ จะยึดเพย์ทีวีเป็นช่องทางหลักในการทำตลาด แต่หลังจากธุรกิจเพย์ทีวีในประเทศไทยเริ่มมีปัญหา ฟ็อกซ์ ก็เริ่มปรับตัวมาตั้งแต่ปี 2558 ต่อเนื่องมาจนถึงปี 2559 และในปี 2560 นี้ ฟ็อกซ์ฯ จะมีความจริงจังกับการปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนของวงการโทรทัศน์ไทยมากขึ้น ด้วยการขยายช่องทางการนำคอนเทนต์ไปออกอากาศที่นอกเหนือจากช่องเพย์ทีวีนั่นก็คือ การขยายธุรกิจไปในช่องทางไฟเบอร์ออปติก ทีวีดาวเทียม ไอพีทีวี และมือถือ
          สำหรับในส่วนของการรับชม ช่องรายการของฟ็อกซ์ฯ ผ่านมือถือนั้น ล่าสุดได้มีการจับมือกับบริษัท แอดวานซ์อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส
          นำคอนเทนต์เข้าไปออกอากาศใน ช่องทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ของระบบเอไอเอส ขณะที่ช่องทางทีวีดาวเทียม ล่าสุดได้มีการจับมือกับบริษัท เนกซ์ สเตป นำรายการดัง 8 ช่องไปออกอากาศในระบบการให้บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก หรือเพย์ทีวี ภายใต้ชื่อ กู๊ด ทีวี
          นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะขยายช่องทางการรับชมผ่านฟรีทูแอร์ หรือ
          ระบบฟรีทีวีของไทย จากปัจจุบันได้เริ่มมีการนำบางรายการไปออกอากาศในช่องพีพีทีวีบ้างแล้ว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรธุรกิจทีวีดิจิทัลหลายราย เพื่อนำคอนเทนต์ของฟ็อกซ์ไปออกอากาศ
          รุจยารักษ์ กล่าวอีกว่า ตอนนี้ บริษัทได้มีการรื้อแผนธุรกิจใหม่ทั้งหมด เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่ เกิดขึ้น ตอนนี้บริษัทดูแผนธุรกิจไว้
          ที่ 3 ปีว่าจะทำการตลาดอย่างไรบ้าง เพื่อให้มีรายได้ที่เพิ่มขึ้น นอกจากจะขยายช่องทางนำคอนเทนต์รายการ ต่างๆ ไปออกอากาศเพิ่มเติมในแพลตฟอร์มต่างๆ แล้ว บริษัทยังมีแผนที่จะขยายธุรกิจเข้าไปในส่วนของการจัดงานอีเวนต์ประเภทต่างๆ เนื่องจากบริษัทมีคอนเทนต์อยู่ในมือสามารถนำมาปรับใช้ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจได้ เช่น การพาผู้โชคดีไปชมการแข่งขันกีฬารายการสำคัญ หรือพาไปท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ รวมถึงการขายสินค้าจากซีรี่ส์หรือภาพยนตร์ เป็นต้น
          จากแนวทางการดำเนินธุรกิจ ดังกล่าว ฟ็อกซ์ฯ มั่นใจว่า ภาพรวมผลประกอบการที่จะได้รับในสิ้นปี 2560 นี้น่าจะมีอัตราการเติบโตดีขึ้นกว่าปี 2559 อย่างแน่นอน เนื่องจากปีดังกล่าว ได้รับผลกระทบหลากหลายด้าน จึงทำให้ผลประกอบการต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ จากการฟื้นตัวดังกล่าว ฟ็อกซ์ฯ คาดหวังว่าจะเป็นการปูพื้นฐานที่ดีต่อการขยายตัวของธุรกิจในอนาคต