ศึกโซเชียลมีเดีย แข่งปั๊มรายได้ สู้คอนเทนต์ดึงโฆษณาไทอิน

 เรื่อง | รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
          ศึกโซเชียลมีเดีย แข่งปั๊มรายได้ สู้คอนเทนต์ดึงโฆษณาไทอิน
          เมื่อโทรศัพท์มือถือกลายเป็นทุกสิ่ง โซเชียลมีเดียทั้งเฟซบุ๊ก ไลน์ ยูทูบ กระทั่งโอเปอเรเตอร์อย่างเอไอเอส ต่างเปิดศึกสร้างรายได้ในทุกช่องทางผ่าน จับตาไลฟ์วิดีโอ วิดีโอออนดีมานด์ ธุรกิจทำเงินปี 2560
          จาริตร์ สิทธุ ผู้จัดการฝ่ายงานวิจัย สายงานศึกษาตลาดไคลเอนต์ ดีไวซ์ ประจำไอดีซี ประเทศไทย เปิดเผยว่า ยุทธศาสตร์ของ "มาร์ก ซัคเกอร์เบิร์ก" มองว่าวิดีโอ คือ อนาคตของเฟซบุ๊ก โดยวิเคราะห์ว่าแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก มองไลฟ์วิดีโอเป็นเครื่องมือสร้างรายได้ มีกระแสว่าแนวคิดจ้างเซเลบริตี้หรือศิลปิน ดารามีชื่อเสียงไลฟ์วิดีโอในลักษณะของการไทอินสินค้าหรือเรียกว่าเป็นโฆษณาแฝง และเฟซบุ๊กมีการแบ่งรายได้ในส่วนดังกล่าวหรือรายได้จากโฆษณาสินค้า
          ทั้งนี้ เชื่อว่าเฟซบุ๊กน่าจะใช้ไลฟ์วิดีโอสร้างรายได้รูปแบบดังกล่าว มากกว่าทำลักษณะวิดีโอออนดีมานด์หรือรับชมรายการย้อนหลัง เช่น คิตตี้ไลฟ์ (Kitty Live) เริ่มหารายได้แบ่งกับดีเจที่ถ่ายทอดสด โดยมีนักพัฒนาแอพพลิเคชั่นประเมินว่ามูลค่าตลาดในธุรกิจกลุ่มไลฟ์นี้คาดว่าจะมีไม่น้อยกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3,400 กว่าล้านบาท จากการมีผู้เล่น อาทิ อิทส์ มี (It's Me) เป็นต้น
          ในส่วนของสมรภูมิการแข่งขัน ธุรกิจบริการสื่อสารและแพร่ภาพและเสียงผ่านอินเทอร์เน็ต (Over-the-Top : OTT) หรือวิดีโอออนดีมานด์ เชื่อว่า ดุเดือดและพฤติกรรมของผู้บริโภคเปิดรับมากขึ้น จากผู้เล่นหลากหลาย ไลน์ทีวี เน็ตฟลิกซ์ เอไอเอส
          ในตลาดนี้สุดท้ายทุกค่ายต่างสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพมาเป็นแม่เหล็กการดึงดูดผู้ชม โดยเฉพาะคอนเทนต์เอ็กซ์คลูซีฟหารับชมที่ไหนไม่ได้ เช่น ไลน์ทีวีเริ่มนำคอนเทนต์เอ็กซ์คลูซีฟจับมือร่วมกับจีทีเอช ขณะที่เน็ตฟลิกซ์ส่งละครซีรี่ส์ดัง อาทิ Unbreakable Kimmy Schmidt และ Daredevil เป็นต้น
          นอกจากคอนเทนต์แล้ว ยังวัดกันที่สัญญาเครือข่ายอินเทอร์เน็ต การรับชมหากกระตุกส่งผลให้ต่ออรรถรสการรับชมทันที สำหรับเป้าหมายของไลน์ทีวีการดูคอนเทนต์ฟรีไม่เสียเงิน แต่ไลน์จะมีรายได้จากโฆษณา ส่วนเอไอเอส การนำเสนอรายการจากเอชบีโอ ฟ็อกซ์ เพื่อดึงลูกค้าใช้บริการเครือข่ายและแพ็กเกจจากการดูคอนเทนต์ที่ต้องจ่ายเงิน
          ด้าน รัฐกร สืบสุข เทรดดิ้ง พาร์ท เนอร์ กรุ๊ปเอ็ม กล่าวว่า เทรนด์ไลฟ์ วิดีโอ เป็นปรากฏการณ์สื่อรูปแบบใหม่ในไทยและต้องจับตาหลายแบรนด์นำมาใช้สำหรับการถ่ายทอดสดเพื่อสื่อสาร หรือวางเป็นช่องทางจำหน่ายได้เฉพาะบางสินค้าเท่านั้นที่สามารถทำได้ อาทิ รถยนต์ นาฬิกา สินค้าเป็นนิชมาร์เก็ตหรือเฉพาะกลุ่ม มองว่าแพลตฟอร์มเฟซบุ๊กผู้ใช้งานไม่ได้ต้องการดูคอนเทนต์ข่าว ละคร เหมือนยูทูบหรือไลน์ทีวี
          ยกตัวอย่างเฟซบุ๊ก "สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว" แม้ว่าจะมีการถ่ายทอดสดผ่านทางเฟซบุ๊กไลฟ์ ต้องไปดูว่ามีฐานผู้ชมมีมากหรือไม่ การสร้างรายได้มีความเป็นไปได้ในลักษณะของการไทอิน นำสินค้ามาตั้งโชว์ แต่การจะพูดถึงสรรพคุณสินค้าคงมีความเป็นไปได้ยาก
          อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบกับไลน์ทีวีแล้ว แบ่งช่องทางกันอย่างชัดเจนว่าคนที่จะเข้าไปดูทีวีต้องดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น เป็นการแบ่งแยกพื้นที่ผู้ใช้งานตามความต้องการ
          ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า ธุรกิจบริการสื่อสารและแพร่ภาพและเสียงผ่านอินเทอร์เน็ตกลายเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้กับโซเชียลมีเดีย แม้กระทั่งโอเปอเรเตอร์ยังต้องหันมามอง ด้วยเทรนด์ผู้ชมทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด 60-70% ดูรายการย้อนหลัง โดยเฉพาะละคร และอีก 30-40% เป็นการรับชมจากจอทีวี
          ทั้งนี้ แพลตฟอร์มใดจะโดนใจเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานได้มากน้อยแค่ไหน ต้องวัดกันที่ยุทธศาสตร์ ยูทูบ ไลน์ทีวี เฟซบุ๊กไลฟ์ เหนือกว่านั้น คือ คอนเทนต์ที่ต้องมีคุณภาพ