4หุ้นคว้างานเน็ตหมู่บ้าน FORTH-AITฟาดมากสุด

FORTH-AITฟาดมากสุด
          “FORTH-AIT-SVOA-ILINK” พาเหรดคว้างานอินเทอร์เน็ตหมู่บ้าน โดย FORTH ฟาดงานมากสุด 1,656 ล้านบาท หลังชนะงานจัดซื้ออุปกรณ์สายเคเบิล ส่วน AIT ได้งานอุปกรณ์ OLT และ Switch มูลค่ารวมกว่า 800 ล้านบาท
          นายมรกต เธียรมนตรี ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารโครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT (ทีโอที) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ที่ผ่านมาทางทีโอทีได้ทำการเปิดรับเอกสารประกวดราคาจัดซื้ออุปกรณ์รองรับโครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ หรือ โครงการอินเทอร์เน็ตหมู่บ้าน โดยการเสนอราคาในครั้งนี้ได้แบ่งออกเป็น 5 ประเภทอุปกรณ์ ภายในวงเงินรวมประมาณ 4,308 ล้านบาท ซึ่งมีบริษัทเอกชนหลายแห่งเข้ายื่นเอกสารในครั้งนี้
          โดยประเภทที่ 1.งานซื้ออุปกรณ์สายเคเบิลใยแก้วนำแสง (OFC) จำนวนทั้งสิ้น 5 รายการ วงเงินงบประมาณในการจัดหา 2,064 ล้านบาท พบว่าทางบริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ FORTH เป็นผู้ที่เสนอราคาต่ำสุดทั้ง 5 รายการ มีราคาเสนอรวมอยู่ที่ 1,656 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) ซึ่งต่ำกว่าราคากลางในการจัดหาถึง 408 ล้านบาท หรือประมาณ 20%
          ขณะที่ประเภทที่ 2 เป็นงานซื้ออุปกรณ์ข่ายสาย ODN (Optical Ditribution Network) จำนวนทั้งสิ้น 3 รายการ ภายใต้วงเงินงบประมาณในการจัดหา 310 ล้านบาท ประกอบด้วย รายการที่ 1.เป็นอุปกรณ์ Aerial Outdoor Splitter (ตู้พัก SDP) มีบริษัท โกลบอล เมช จำกัด เป็นผู้เสนอราคาต่ำสุดที่ราคา 93 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) จากราคากลาง 244 ล้านบาท
          ส่วนรายการที่ 2 เป็นอุปกรณ์ Aerial Straight Joint Closure (Unit) มีบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ILINK เป็นผู้เสนอราคาต่ำสุดที่ 39 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) จากราคากลาง 63 ล้านบาท และรายการที่ 3 เป็นอุปกรณ์ FDF 24 Core SC/UPC มีบริษัท ไนน์เน็กซ์ จำกัด เป็นผู้เสนอราคาต่ำสุดที่ 1.5 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) จากราคากลาง 2.58 ล้านบาท ซึ่งส่งผลให้ในส่วนที่ 2 มีราคาประมูลต่ำกว่าราคากลางในการจัดหาประมาณ 176 ล้านบาท หรือต่ำกว่าราคากลางประมาณ 57%
          สำหรับประเภทที่ 3 เป็นงานซื้ออุปกรณ์ Optical Line Terminal (OLT), ONU, Enclosure และ Rack จำนวนทั้งสิ้น 4 รายการ ภายใต้วงเงินงบประมาณในการจัดหา 1,395 ล้านบาท พบว่ามีผู้เสนอราคาทั้งสิ้น 5 ราย ซึ่งประกอบด้วย FORTH, บริษัท เอ็นอีซี คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) หรือ LOXLEY, บริษัท ไฟเบอร์โฮม อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AIT  โดยทาง AIT เป็นผู้ราคาเสนอรวมทั้ง 4 รายการต่ำสุดอยู่ที่ 685 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)  ซึ่งต่ำกว่าราคากลางในการจัดหาประมาณ 710 ล้านบาท หรือประมาณ 51%
          ด้านประเภทที่ 4 เป็นงานซื้ออุปกรณ์ Switch ประเภท Indoor และ Outdoor จำนวน 2 รายการ ภายใต้วงเงินงบประมาณในการจัดหา 286 ล้านบาท พบว่ามีผู้เสนอราคา 8 ราย ประกอบด้วย AIT, FORTH, บริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน) หรือ SVOA, บริษัท สุพรีมดิสทิบิวชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด, บริษัท อินฟิเทล จำกัด, บริษัท ลี้คิม เทรดดิ้ง จำกัด, บริษัท โกลบอล เมช จำกัด และ บริษัท เน็กซ์เทค เอเชีย จำกัด โดยทาง AIT เป็นผู้เสนอราคาต่ำสุดที่ 169 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)  ซึ่งต่ำกว่าราคากลางในการจัดหาประมาณ 116 ล้านบาท หรือประมาณ 41%
          สุดท้ายประเภทที่ 5 เป็นงานซื้ออุปกรณ์กระจายสัญญาณแบบไร้สาย (Wireless Access Point)+POE Injector และระบบควบคุมเครือข่ายไร้สาย (Wireless Controller) ภายใต้วงเงินงบประมาณในการจัดหา 251 ล้านบาท พบว่ามีผู้เสนอราคา 4 ราย ประกอบด้วย SVOA, บริษัท สุพรีมดิสทิบิวชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด, บริษัท โกลบอล เมช จำกัด และบริษัท อินเตอร์ วี เค อินเตอร์ จำกัด โดยทาง SVOA เป็นผู้เสนอราคาต่ำสุดที่ 240 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)  ซึ่งต่ำกว่าราคากลางในการจัดหาประมาณ 10 ล้านบาท หรือประมาณ 4%
          *ประกาศผลทางการภายใน ก.พ.นี้
          นายมรกต กล่าวต่อว่า ราคาที่ได้รับเสนอนี้เป็นแค่ราคาเบื้องต้น โดยทางทีโอทีจะต้องให้ทีมงานตรวจสอบข้อเสนอทางเทคนิคของผู้เสนอราคาก่อนว่ามีคุณภาพตรงกับความต้องการของทีโอทีหรือไม่ ซึ่งหากผู้ที่เสนอราคาต่ำสุดมีคุณสมบัติทางเทคนิคถูกต้องก็จะเป็นผู้ชนะในงานดังกล่าว
          โดยคาดจะใช้เวลาในการตรวจสอบประมาน 10 วัน และจะประกาศผลผู้ชนะอย่างเป็นทางการภายได้ในวันที่ 23 ก.พ.60 หลังจากนั้นในช่วงต้นเดือน มี.ค.60 จึงจะทำการลงนามสัญญาในช่วงปลายเดือน เม.ย.60 จึงจะเริ่มส่งมอบอุปกรณ์ และคาดว่าประมาณเดือน พ.ค.60 จะสามารถเริ่มติดตั้งและส่งมอบได้จำนวน 3,000 หมู่บ้าน และจะทยอยติดตั้งตามแผนที่ได้วางไว้ภายในปี 2560 จะติดตั้งและส่งมอบได้ครบ 24,700 หมู่บ้าน