เอไอเอสเกทับดึง"HBO"ลงจอสมคิดชู"ดีอี"แกนหลักปั้นเศรษฐกิจดิจิทัล

สยาม * เอไอเอส ประกาศครองส่วนแบ่งตลาดเกิน 50% ตบหน้าคู่แข่งดึงช่อง HBO กลับมาให้บริการ เตรียมงบลงทุนอีก 4 หมื่นล้าน "สมคิด" หนุนกระทรวงดีอี แกนหลักปั้นดิจิทัลไทยแลนด์
          นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) เปิดเผยในงานวิสัยทัศน์ 2017 "ดิจิทัลฟอร์ไทย" เปิดเผยว่า แผนการทำงานในปี 2560 เอไอเอสจะมุ่งตอกย้ำการเป็น Digital Life Service Provider ทั้งการยกระดับเครือข่ายให้ก้าวสู่ 5G เป็นรายแรก และเป็นเครือข่ายแรกที่รองรับการใช้อุปกรณ์ IoT ที่หลากหลาย
          ทั้งนี้ตามแผนในปี 60 บริษัทฯ ตั้งเป้ามีส่วนแบ่งการ ตลาดมากกว่า 50% จากไตรมาส 3/59 มีส่วนแบ่งที่ 49.6% โดยปี 60 คาดว่ารายได้ค่าบริการเพิ่มขึ้น 4-5% จากปีก่อนซึ่งเติบโตเพียง 1.6% เพราะในปี 60 บริษัทมีโครงข่ายพร้อมและคอนเทนต์มีพร้อม ซึ่งคาดว่าปีนี้การใช้ดาต้าเติบโตกว่า 100% และมีจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 59 มีจำนวน 41 ล้านราย พร้อมตั้งเป้าเพิ่มฐานลูกค้าอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ในปี 60 เพิ่มเป็น 6.4 แสนราย จาก 3.01 แสนรายในปี 59
          สำหรับปี 60 บริษัทฯ ตั้งงบลงทุน 4-4.5 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นลงทุนโครงข่ายมือถือ ราว 4 หมื่นล้านบาท และอีก 5 พันล้านบาทลงทุนไฟเบอร์สำหรับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Fix Broadband) ซึ่งลงทุนต่อเนื่องจากช่วง 2 ปีที่ผ่านมา (58-59) ลงทุน 6 พันล้านบาทที่จะครอบคลุม 5 ล้านครัวเรือน
          ด้านนายปรัธนา ลีลพนัง รักษาการหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาด เอไอเอส กล่าวว่า เอไอเอสจะเปิดตัวรายการใหม่ในปี 2560 ประกอบไปด้วยช่องสำคัญๆ อย่าง HBO, FOX และบาสเก็ตบอล NBA   โดยช่อง HBO จะออกอากาศผ่านเครือข่ายเอไอเอสทั้งมือถือและบรอดแบนด์ ประกอบด้วย 7 ช่องคือ HBO HD, HBO HITS, HBO signature, HBO Family, CInemax, RED by HBO และ HBO GO ขณะที่  FOX ก็จัดมาให้ทั้งหมด 21 ช่อง รวมถึง National Geographic ด้วย
          ผู้สื่อข่าว รายงานว่า การประกาศการจับมือกันครั้งนี้เกิดขึ้นมาหลังจากที่ก่อนหน้านั้น "ทรูวิชั่นส์" เพย์ทีวีของค่าย ทรูฯ เพิ่งจะมีการยกเลิก 6 ช่องรายการของ HBO อันเป็นการปิดฉากความสัมพันธ์ที่มียาว นานมากกว่า 23 ปีมาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 นั่นเอง
          ด้านนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ คือ หัวใจหลักของการสร้างดิจิทัลไทยแลนด์ ซึ่งจากการเยี่ยมชมและรับฟังแผนดำเนินงานของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี แล้ว มองว่าหน่วยงานในสังกัดคือ บมจ. ทีโอที, บมจ. กสท โทรคมนาคม และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) คือ 3 เสาหลักที่จะช่วยขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการให้ไทยใช้ดิจิทัลในการยกระดับคุณภาพชีวิตและพัฒนาเศรษฐกิจให้ก้าวทันสากล
          ทั้งนี้ มองว่าภายใน 2 ปีนี้ คือ พ.ศ.2560-2561 โครงการต่างๆ ที่เป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศจะต้องเร่งดำเนินการให้เห็นชัดเจนในปีนี้ อาทิ โครงการเน็ตประชารัฐ จำนวน 24,700 หมู่บ้าน ภายใต้งบประมาณ 13,000 ล้านบาท, การขยายและเพิ่มเส้นทางอินเทอร์เน็ตเกตเวย์ ที่เป็นเคเบิลใยแก้วใต้น้ำ หรือ ซัพมารีนเคเบิล จำนวน 7 เส้นทาง ภายใต้งบประมาณ 5,000 ล้านบาท ใน 2 ปี ให้สามารถรองรับการใช้งานข้อมูลทั้งในและต่างประเทศที่จะเพิ่มมากขึ้น, โครงการดิจิทัลพาร์ค ศรีราชา 500 ไร่ แลกการพัฒนาระบบขนส่งสินค้าด้วยเทคโนโลยีของปณท ที่จะเป็นส่วนสนับสนุนให้เกิดอี-คอมเมิร์ซ อย่างเป็นระบบ เป็นต้น.