"อาเซียน"ดาวรุ่งธุรกิจปลอดภัยไซเบอร์

อาชญากรรมไซเบอร์ในเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ทวีความรุนแรงมากขึ้น และทำให้เกิด ความสูญเสียมาก ทั้งยังการขัดขวางการบริการของธุรกิจและสถาบันการเงินต่างๆ แต่สิงคโปร์กำลังสร้างป้อมปราการต่อสู้ขึ้นมา
          สตาร์ฮับ บริษัทโทรคมนาคมสิงคโปร์ พบว่าบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงสำหรับประชาชนใช้งานไม่ได้นานถึง 2 วันในเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา จากฝีมือแฮกเกอร์ และภายหลังบริษัทนี้ได้ยอมรับว่า อาชญากรไซเบอร์ได้เจาะเข้าไปในระบบนับไม่ถ้วนทั้งภายในและภายนอกสิงคโปร์ ทั้งยังนำข้อมูลมหาศาลเข้าไปในระบบที่เป็นเป้าหมาย ที่เรียกว่า การโจมตีแบบ "ดีดอส" หรือการทำให้ระบบล่ม สตาร์ฮับ ที่ได้สร้างหน่วยงานความมั่นคงไซเบอร์พิเศษหน่วยงานหนึ่งขึ้นมาเมื่อเดือน พ.ค. จึงถูกกดดันให้สะสางเรื่องนี้ด้วยการส่งช่างเทคนิคไปตรวจสอบคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลของลูกค้า และตรวจสอบเรื่องอื่นๆ
          สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า แม้การเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว จะทำให้การใช้อินเทอร์เน็ตแพร่หลายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่มาตรการด้าน การรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ตามไม่ทัน
          ไฟร์อาย บริษัทความปลอดภัยอินเทอร์เน็ตในสหรัฐ เผยว่า 27% ของผู้บริโภค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมไซเบอร์ในช่วงครึ่งหลังปี 2558 หรือสูงเป็น 2 เท่าของค่าเฉลี่ยโลกที่ 15%
          การโจมตีที่มักพบได้บ่อยครั้งคือ ดีดอส และ "แรนซัมแวร์" หรือซอฟต์แวร์ที่ไม่ปลอดภัย ที่แนบมากับไฟล์ในอีเมลหรือข้อมูลอื่นๆ ที่จะเข้าไปทำลายระบบและเรียกค่าไถ่จากเจ้าของเครื่อง การที่ผู้บริโภคไม่ทราบถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ยิ่งทำให้ปัญหารุนแรงไปอีก หลายคนยังไม่ทราบด้วยว่า การใช้ซอฟต์แวร์ผิดกฎหมาย เพิ่มความเสี่ยงให้คอมพิวเตอร์ขององค์กรเสี่ยงที่จะถูกโจมตีง่ายขึ้น
          ข้อมูลอื่นๆ ก็แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ภัยไซเบอร์ในภูมิภาคนี้เป็นเรื่องที่น่ากังวล โดยแคสเปอร์สกี แล็บ ผู้ให้บริการความปลอดภัยไซเบอร์จากรัสเซีย กล่าวว่า ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 5 ชาติ ติดอันดับ 20 ตลาดแรกที่มีการพบไวรัสและมัลแวร์ และประเทศที่เป็นแชมป์ในการจัดอันดับที่น่ากลัวนี้คือ เวียดนาม
          นอกจากนี้ ขนาดของความเสียหายและความสูญเสียทางเศรษฐกิจที่เกิดจาก อาชญากรรมไซเบอร์ ก็รุนแรงขึ้นด้วย การโจมตีระบบเมื่อเดือนก.ค.2559 ที่เกิดขึ้นกับสายการบินเวียดนาม แอร์ไลน์ส นำไปสู่การรั่วไหลของข้อมูลสมาชิกและ ทำให้การให้บริการที่สนามบินติดขัด ธนาคารเวียดนามรายหนึ่งก็เคยเกือบตกเป็นเหยื่ออาชญากรไซเบอร์เมื่อปลายปี 2558 เมื่อเดือน ส.ค.2559 ธนาคารรัฐบาลไทยแห่งหนึ่งได้รับความสูญเสียจากการเจาะระบบของไวรัสในระบบตู้เอทีเอ็ม
          ไม่เพียงเท่านั้น เจ้าหน้าที่ยังจับกุม ผู้ต้องสงสัย 9 คน  ในข้อหาพยายามเจาะเว็บไซต์รัฐบาลไทยด้วย ส่วนเดือน ก.พ. ปีที่แล้ว การเจาะระบบภายในธนาคารกลางบังกลาเทศทำให้มีการโอนเงินไปยังฟิลิปปินส์ถึง 81 ล้านดอลลาร์
          ไม่เพียงเท่านั้น การรักษาความปลอดภัยที่หละหลวมทำให้แฮกเกอร์ใช้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นฐานในการทำการโจมตีนอกภูมิภาคด้วย
          สิงคโปร์ ที่เป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ในเอเชียของบริษัทข้ามชาติจำนวนมาก จึงได้พยายามเพิ่มการรักษา ความปลอดภัยในโลกไซเบอร์
          สิงคโปร์ เทเลคอมมิวนิเคชั่นส์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ สิงเทล มีพนักงานสำหรับการตรวจสอบข้อมูลและแผนที่บนหน้าจอขนาดใหญ่และหน้าจอคอมพิวเตอร์ เพื่อตรวจสอบการเคลื่อนไหวที่น่าสงสัย เมื่อมีการตรวจพบการโจมตีระบบ บริษัทนี้จะช่วยลูกค้าตอบโต้กับปัญหานี้ด้วยการวิเคราะห์มาตรการต่อต้านการเจาะระบบ และส่งช่างเทคนิคไปถึงบริษัท ร่วมกับ วิธีแก้ปัญหาอื่นๆ ที่ผ่านมาสิงเทลมีลูกค้าองค์กรราว 3 ล้านรายใน 96 ประเทศ ระบบการตรวจสอบของบริษัทนี้ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งนายบิล ชาง หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ บริหาร (ซีอีโอ) สิงเทล กล่าวด้วยความมั่นใจว่า ความปลอดภัยไซเบอร์นั้นจะทำให้เกิดรากฐานที่สำคัญในการขยายธุรกิจการสื่อสารของบริษัท หลังจากมีการลงทุนต่างๆ แล้ว การให้ บริการด้านการป้องกันภัยไซเบอร์ของสิงเทล ก็มีจำนวนพนักงานมากกว่า 2,000 คน
          ไซแมนเทค บริษัทความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ตจากสหรัฐ ได้เปิดศูนย์ตรวจสอบความปลอดภัยในสิงคโปร์เมื่อปี 2558 เช่นกัน ผู้บริหารคนหนึ่งที่ดูแลธุรกิจเอเชีย-แปซิฟิกของบริษัทนี้ กล่าวว่า การที่เป้าหมายการโจมตีไซเบอร์ขยายวงกว้างไปถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต บริษัทจึงกำลังลงทุนอย่างหนักกับความปลอดภัยที่เหมาะสมสำหรับเทคโนโลยีการสื่อสารกันเองของอุปกรณ์ (อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์) ส่วนเอ็นอีซีและไมโครซอฟท์ ก็เปิดศูนย์คล้ายกันในสิงคโปร์เมื่อปีที่แล้ว ความพยายามในภาคเอกชนเหล่านี้กำลังช่วยให้องค์กรระหว่างประเทศหลายรายต่อสู้กับภัยไซเบอร์ด้วย โดยตำรวจโลกได้เปิดตัวหน่วยงานความปลอดภัยไซเบอร์ระดับโลก ในชื่อ ศูนย์เพื่อนวัตกรรมระดับโลกตำรวจโลก ในสิงคโปร์เมื่อปี 2558 ซึ่งข้อมูลที่มีการแบ่งปันข้ามองค์กรก็ช่วยให้การจับกุมผู้ไม่หวังดีง่ายขึ้น
          ข้อมูลจากไมโครมาร์เก็ตมอนิเตอร์ บริษัทด้านการวิจัย ระบุว่า ตลาดความปลอดภัยไซเบอร์ของเอเชียแปซิฟิก อาจจะ มีมูลค่าถึง 33,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2562 หรือเพิ่มเป็นเท่าตัวจากปี 2547
          "มาตรการด้านการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ยังตามไม่ทัน"
          ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 5 ชาติติดอันดับ 20 ตลาดแรก ที่มีการพบไวรัสและมัลแวร์