ไมโครซอฟท์หนุนไทย เร่งไทยแลนด์4.0 วันนี้ยังช้ากว่าเพื่อนบ้าน

เรื่อง | ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
          ไมโครซอฟท์หนุนไทย เร่งไทยแลนด์4.0
          แม้ภาครัฐจะพยายามเป็นอย่างมากในการเร่งให้ประชาชนและภาคธุรกิจไทยใช้งานเทคโนโลยีให้มากขึ้นตั้งแต่ 2-3 ปีที่ผ่านมา แต่ก็ดูเหมือนว่าการปรับตัวของภาคธุรกิจไม่ได้เดินหน้าไปได้เร็วเท่าที่ควร อาจเพราะยังไม่มีสิ่งจูงใจหรือแรงผลักดันที่ช่วยกระตุ้นภาคธุรกิจให้เกิดเป้าหมายใหญ่จนต้องเร่งการลงทุนด้านไอทีให้ทันกระแสรับไทยแลนด์ 4.0
          อรพงศ์ เทียนเงิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ประเทศของเราต้องสร้างสิ่งแวดล้อมให้เอื้อประโยชน์มากกว่านี้ สิ่งที่ประเทศของเรา ยังแตกต่างจากประเทศอื่นๆ คือ ขาดความหิวกระหาย (Hungriness) ทางเทคโนโลยี ดังนั้นจำเป็นต้องหาคนที่เป็น ผู้นำในการเข้ามาผลักดันเทคโนโลยีมาก กว่านี้ ต้องกล้าที่จะเปลี่ยน กล้าที่จะแตกต่างเพื่อผลักดันประเทศให้ก้าวหน้า
          "เมื่อครั้งที่ผมทำงานไมโครซอฟท์ใหม่ๆ ที่ประเทศมาเลเซียนั้น ผมเห็นทิศทาง เรื่องการผลักดันเทคโนโลยีหนักมาก และทำต่อเนื่องมาเป็น 10 ปี โดยรัฐบาลมีเป้าหมายชัดเจนว่าอยากแข่งกับสิงคโปร์ให้ได้ ทำให้ประชาชนและภาคธุรกิจมีเป้าหมายที่จะเดินหน้า ย้อนกลับ มาถามประเทศของเราเองว่า เป้าหมายของเราอยู่ที่ไหน ถ้ายังไม่รู้ ก็ย่อมตอบไม่ได้"
          เพราะฉะนั้น ประเทศไทยต้องรู้ว่าจะ ขับเคลื่อนไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ด้วยอะไร ถ้าจะบอกว่า เพื่อทำทุกอย่างให้ดี บอกได้เลยว่าผลสุดท้ายไม่มีอะไร ที่ดี เพราะไม่มีโฟกัส หรือการ วางเป้าหมายที่ชัดเจน
          "เราจะต้องสร้างมูฟเมนต์ ในสังคมโดยรวมว่าต้องไดรฟ์ อินโนเวชั่น ต้องให้คนเข้าใจว่าทำไป เพื่ออะไรต้องมีสปิริตเหมือนสมัย
          สเปนหรือโคลัมบัสที่ออกไปค้นหา โลกใหม่ ต้องกระตุ้นด้วยสปิริตในแง่นั้น ถ้าเรายังไม่รู้สึกประชาชน นักธุรกิจและพนักงานยังคงทำงานแบบลูทีนทั้งที่โลกเปลี่ยนไปเยอะ การกระตุ้นไทยแลนด์ 4.0 ก็คงไม่มีความหมาย"
          นอกจากคลาวด์และบิ๊กดาต้าแล้ว โลกของเทคโนโลยียังมีโอกาสพัฒนาขึ้นมาใหม่อีกมาก แต่ยังคงวนเวียนอยู่ในแพลตฟอร์มของคลาวด์และบิ๊กดาต้าเช่นเดิม อยู่ที่ว่าใครจะสร้างความต่างของเทคโนโลยีขึ้นมาได้ก่อน สมัยก่อนออราเคิลเป็นผู้นำด้านดาต้าเบสทำให้สร้างธุรกิจได้อย่างมหาศาลหรือไมโครซอฟท์เองก็สร้างระบบปฏิบัติการวินโดวส์ก็ทำรายได้มากเช่นกัน
          นั่นแสดงให้เห็นว่าใครที่เริ่มต้น อินโนเวชั่นในระดับนี้ได้ จะต้องมีพื้นฐาน ของประเทศในการสนับสนุนที่ดีก่อน เช่น การศึกษาที่ดี การไหลเวียนของเงินทุนจากกลุ่มทุน (Venture Capital) จากนั้น ค่อยแข่งขันในเรื่องนวัตกรรม (อินโนเวชั่น) และโมเดลธุรกิจ
          "ถ้าจะถามว่าประเทศไทยแข่งเรื่อง อินโนเวชั่นได้ไหม ตอบได้เลยว่าแข่งได้สบายมากถ้ามีโอกาส เพราะไม่จำเป็นต้องมีการลงทุนหรือเริ่มต้นเตรียมความพร้อมเหมือนสมัยก่อน ไม่ว่าเราจะใช้งาน คลาวด์จากที่ไทยหรือที่ใดในโลกก็ทำได้เหมือนกัน เป็นพื้นฐานเดียวกัน อยู่ที่ว่าใคร จะพร้อมเข้ามาเล่นในตลาดนี้ก่อน ตอนนี้ อยู่ที่การแข่งขันว่าใครจะคิดรูปแบบธุรกิจใหม่ได้ดีกว่ากัน"
          ขณะที่เป้าหมายของไมโครซอฟท์ในอนาคตคือ ไมโครซอฟท์ต้องมีบทบาทต่อการพัฒนาประเทศให้มากกว่านี้ ไม่ว่า ภาคธุรกิจจะมีอินโนเวทีฟอะไร เราอยาก จะเป็นแพลตฟอร์มอินโนเวชั่น ไม่ว่า จะเป็น อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ บล็อกเชน อะนาไลติก บิ๊กดาต้าและค็อกเนทีฟเซอร์วิส
          "เทคโนโลยีสำหรับอนาคตกำลังเดินหน้าไปมาก โลกในอนาคตไม่ใช่โลกแห่งความฝันอีกต่อไปแล้ว แต่กำลังเป็นไปได้จริง บริษัทพยายามผลักดัน ให้พนักงานตื่นตัวมากกว่านี้สมกับที่เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี เราจะทำงานแบบเดิมอีกไม่ได้ แต่ต้องเดินออกไปเปลี่ยนทัศนคติของลูกค้าที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เป็นคอมฟอร์ตโซนมานานเพื่อกระตุ้นให้เกิดอินโนเวชั่นใหม่ๆ"
          นอกจากนี้ ไมโครซอฟท์ยังสนับสนุนเรื่องการศึกษาโดยซื้อบทเรียนและเนื้อหามาจากเคมบริดจ์ประมาณ 2,500 คอร์ส ให้แก่นักเรียนอาชีวะนำไปใช้ในการจับคู่งาน (Job matching) ให้แก่ทางเอสซีจี เพื่อค้นหาคนให้เหมาะกับงานและได้ทราบว่าเรียนอาชีวะแล้วมีอนาคต เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเป้าหมายให้เด็กรุ่นใหม่ทราบว่าตัวเองต้องการอะไร
          "การนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้ด้านการศึกษาได้อย่างเต็มรูปแบบถือว่าเกินความสามารถ เพราะฉะนั้นมันเป็นโลกที่มีความซับซ้อน ไมโครซอฟท์ จะทำในสิ่งที่คิดว่าแตกต่างได้และเป็นแรงผลักดันให้เราเข้าไปในทุกตลาดเพื่อสนับสนุนให้ประเทศนั้นดีขึ้น"
          หากจะส่งเสริมในเรื่องการใช้เทคโนโลยี ก็ไม่ควรว่าเทคโนโลยีเป็นแค่เทรนด์และใช้ควบคุมโลกในปัจจุบัน ดังนั้นเราต้องเข้าใจว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร และจะทำอย่างไรที่จะได้ประโยชน์จากการพัฒนาเทคโนโลยีได้เร็วที่สุด
          "ผมว่าคีย์หลักคือการส่งเสริมให้คนที่วิ่งเร็วที่สุดมีโอกาสวิ่ง อย่าเอาคนที่วิ่งช้าที่สุดไปวิ่งนำหน้า ลองพิจารณาจากสิ่งรอบตัวเรา บางทีคนที่วิ่งนำหน้าอาจไม่ใช่คนที่วิ่งเร็วที่สุด และโลกสมัยนี้ เดินหน้าเร็ว ถ้าเราไม่ปล่อยให้ไหลเร็ว ไม่นานก็จะหมดสภาพ ฉะนั้นควรเทียบว่าอะไรที่มีประโยชน์ อะไรที่จะส่งเสริมให้คนในประเทศวิ่งได้เร็วเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ และหาตัวอย่างว่าเรากำลังเดินหน้าส่งเสริมอะไร"
          การสนับสนุนและผลักดันเทคโนโลยีตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ในสายตาซีอีโอคนไทยอย่างอรพงศ์นั้น เป็นอีกหนึ่งของการฉายภาพโอกาสและการเติบโตด้านไอทีของประเทศไทยให้เห็นชัดขึ้นว่าทุกอย่างเกิดขึ้นได้หากภาครัฐผลักดันให้ถูกทาง

          "โลกสมัยนี้ เดินหน้าเร็ว ถ้าเราไม่ปล่อยให้ไหลเร็ว ไม่นาน ก็จะหมดสภาพ ฉะนั้นควรเทียบว่าอะไรที่มีประโยชน์ อะไรที่จะส่งเสริม ให้คนในประเทศ วิ่งได้เร็วเมื่อ เทียบกับประเทศ อื่นๆ และหาตัวอย่างว่าเรากำลังเดินหน้า ส่งเสริมอะไร"