"หุ้นสื่อสาร"จ่อลดนโยบายปันผล

ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา หุ้นในกลุ่มสื่อสารต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ค่อนข้างยากลำบาก ทั้งจากภาวะการแข่งขันที่รุนแรง และต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะ จากค่าประมูลใบอนุญาตที่ค่อนข้างสูง ส่งผลให้ ราคาหุ้นของผู้นำ 3 รายแรกในกลุ่มอย่าง หุ้นแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) หุ้นโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) และหุ้นทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ต่างปรับลดลงมา
          บล.ดีบีเอสวิเคอร์ส (ประเทศไทย) มีความเห็นว่า การที่บริษัทดีแทคได้รายงานกำไรสุทธิปี 2559 ลดลง 65% เหลือ 2.08 พันล้านบาท และประกาศงดจ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการงวดครึ่งปีหลัง เพราะมีผลขาดทุนสะสมในงบเฉพาะกิจการงวดสิ้นปี2559 และได้โอนสำรองตามกฎหมายและส่วนเกินมูลค่าหุ้นมาตัดขาดทุนสะสมดังกล่าวไปแล้ว
          ทั้งนี้ ผลประกอบการที่ย่ำแย่ของ งบการเงินเฉพาะกิจการ ส่วนหนึ่งก็มาจากการประเมินด้อยค่าในต้นทุนเครื่องมือ และอุปกรณ์ต่างๆ มูลค่า 5.2 พันล้านบาท ทำให้งบเฉพาะกิจการขาดทุนสุทธิ 1.05 พันล้านบาท  สำหรับแนวโน้มการแข่งขันในอุตสาหกรรมในปีนี้ เชื่อว่าจะยังคงรุนแรง จึงประมาณการว่ากำไรสุทธิของกลุ่มสื่อสารจะยังไม่ดี และบริษัทขนาดใหญ่อย่าง บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส และบริษัทอินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) จะปรับลดอัตราการจ่ายปันผลลงจาก 100% ของกำไรด้วย ส่งผลให้อัตราเงินปันผลปี 2560 จะอ่อนลงมาเป็นประมาณ 5% ขึ้นกับราคาหุ้นจากเดิมที่ราว 7%
          ขณะที่ บริษัททรู คอร์ปอเรชั่น น่าจะ มีขาดทุนสุทธิทางบัญชี เพราะมีค่าตัดจำหน่ายใบอนุญาต4จี ถึงสองใบแต่ยังทำรายได้ไม่เต็มศักยภาพของใบอนุญาต ในเชิงกลยุทธ์ให้น้ำหนักลงทุนกลุ่มสื่อสารเป็น Underweight
          บล.เอเซียพลัส ระบุว่าดีแทคเป็น หุ้นกลุ่มสื่อสารรายแรกที่รายงานงบ ไตรมาส 4/2559 ซึ่งกำไรสุทธิหดตัวแรงเหลือเพียง 30 ล้านบาท และต่ำกว่าคาดว่า จะอยู่ที่ 263 ล้านบาท ส่วนหนึ่งมาจาก รายจ่ายพิเศษ 139 ล้านบาท จากการปรับโครงสร้างองค์กร เช่น การลดพนักงาน ขณะที่กำไรปกติยังอยู่ที่เพียง 169 ล้านบาท โดยรวมปี 2559 มีกำไรสุทธิเพียง 2.08 พันล้านบาท
          เมื่อเป็นเช่นนี้ ทำให้ดีแทคจ่ายเงินปันผลเฉพาะงวดครึ่งปีแรก 0.42 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผลเพียง 1.01% ส่วนปีนี้ คาดว่าดีแทคยังต้องเผชิญกับการเสียลูกค้าไม่ต่างจากปีก่อน ฝ่ายวิจัยจึงปรับลดประมาณการกำไร ปี 2560 และปี 2561 ลงจากเดิมเฉลี่ย 68% ส่งผลให้กำไร ปี 2560 ลงมาอยู่ที่ 756 ล้านบาท ลดลง 63.8% และปี 2561 กำไรสุทธิอยู่ที่ 827 ล้านบาท
          ทั้งนี้ คาดว่าบริษัทแอดวานซ์จะมีกำไรสุทธิ 5.37 พันล้านบาท ไตรมาส 4/2559 ลดลง 50.2% จากปีก่อน จากผลกระทบ การรับรู้ค่าเช่าใช้คลื่น 2100 เมกะเฮิรตซ์ จากทีโอที ไตรมาสละ 975 ล้านบาท โดยรวม คาดกำไรสุทธิปี 2559 อยู่ที่ 2.9 หมื่นล้านบาท ลดลง 25% ขณะที่คาดกำไรสุทธิปี 2560 คาดลดลง 4.6% มาอยู่ที่ 2.8 หมื่นล้านบาท ยังสามารถคาดหวังอัตราเงินปันผลเกิน 4.5% ต่อปี แม้คาดปรับลดอัตราจ่ายปันผลเหลือ 80% หุ้นกลุ่มสื่อสารถือเป็นกลุ่มที่จ่ายปันผลในระดับที่สูงมาต่อเนื่องในช่วง 3 ปีมานี้ อย่างบริษัทแอดวานซ์ จ่ายปันผล 5-7% ส่วนบริษัทดีแทค เคยจ่ายเงินปันผลปีละ 4 ครั้ง ในช่วงปี 2557-2558 แต่มาใน ปี 2559 นี้ กลับจ่ายได้เพียง 1 ครั้ง ส่วนบริษัท ทรู เพิ่งจะกลับมาจ่ายเงินปันผลได้เมื่อปี 2558 แต่ก็มีเสียงแววว่า ปีนี้จะต้องงดจ่ายปันผลอีกครั้ง