"เฟซบุ๊ก" เร่งเกมขยายตลาดเจาะฐานลูกค้าธุรกิจในไทย

หลังแต่งตั้งแม่ทัพธุรกิจในไทยตั้งแต่เดือน ก.ย. 2559 "จอห์น แวกเนอร์" กรรมการผู้จัดการ เฟซบุ๊ก ประเทศไทย ได้ฤกษ์เปิดตัวอย่างเป็นทางการ และพูดถึงทิศทางธุรกิจในบ้านเรา (25 ม.ค. 2560) โดยประกาศว่ามีภารกิจสำคัญในการให้ความรู้ และผลักดันให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ใช้เทคโนโลยีของเฟซบุ๊กมากขึ้น เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดและลดต้นทุน โดยยกกรณีตัวอย่างในหลายธุรกิจที่ใช้แล้ว เช่น ธุรกิจเสื้อผ้าออนไลน์ "โพมิโล" (Pomelo) ที่ใช้โฆษณาแบบไดนามิก ย้ำความสนใจในสินค้าที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมายทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น 10 เท่า ลดต้นทุนได้ 85% เป็นต้น
          ผู้บริโภคไทยอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคของโทรศัพท์มือถือเต็มตัว ใช้เวลากับมือถือมากถึง 160 นาทีต่อวัน และรับชมวิดีโอบนมือถือ เฉลี่ย 105 นาทีต่อวัน มากกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่อยู่ที่ 65 นาที ถึง 60% โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปีที่แล้วเพิ่มขึ้นถึง 98% และวิดีโอที่ดูกันส่วนใหญ่มีความยาวน้อยกว่า 10 นาที
          และพบด้วยว่า 1 ใน 2 ของคนไทย ซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านสมาร์ทโฟน และ 30% ของนักช็อป ยอมรับว่าการดูวิดีโอมีผลต่อการตัดสินใจซื้อ ขณะที่ผู้ใช้อีคอมเมิร์ซไทยใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กสื่อสารสูงสุด โดย 92% ใช้ทุกวัน ความนิยมในการส่งข้อความเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จาก 34% ในปี 2557 เป็น 74% ในปี 2558 และ 74% ของคนไทยส่งข้อความโต้ตอบแบบทันทีทุกวัน สูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั่วโลก ซึ่งอยู่ที่ 55%
          จากข้อมูลนี้แสดงว่าภาษาในการสื่อสารในปัจจุบันได้เปลี่ยนไปสู่ภาพเคลื่อนไหว (Visual) ที่มีวิธีวัดผลชัดเจน ทำให้ธุรกิจเห็นโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ง่ายขึ้น
          อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการรายเล็กอาจมีอุปสรรคในการเข้าถึงเทคโนโลยี และนั่นคือสิ่งที่ตนในฐานะผู้รับผิดชอบธุรกิจเฟซบุ๊กในประเทศไทยที่ต้องช่วยเหลือผู้ประกอบการให้มั่นใจและรู้สึกปลอดภัยที่จะนำเทคโนโลยีใหม่มาปรับใช้
          ธุรกิจในไทยยังใช้งบประมาณกับสื่อดิจิทัลเพียงแค่ 1% แต่ใช้เงินกับสื่อทีวีมากถึง 69% ขณะที่พฤติกรรมการดูโทรทัศน์ลดลงมาก สื่อดิจิทัลจึงมีศักยภาพเติบโตได้อีกมาก ซึ่งเฟซบุ๊กเป็นทางเลือกที่เข้าถึงคนไทย จากจำนวนผู้ใช้งาน 44 ล้านคน/เดือน และมากถึง 42 ล้านคนใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือ/เดือน (29 ล้านคน/วัน)
          "ที่ยังใช้เงินกับสื่อดิจิทัลน้อย ส่วนหนึ่งมาจากความไม่รู้ อีกส่วนมาจากความ คุ้นเคยสิ่งเดิม แม้ผู้บริโภคจะไปที่ช่องทางอื่นแล้ว ขณะที่ธุรกิจเล็ก ๆ อาจเข้าไม่ถึงเทคโนโลยี เพราะต้องอาศัยทีมงาน และเปลี่ยนการทำงานค่อนข้างมาก ทำให้ส่วนใหญ่ยังปรับตัวไม่ทัน ซึ่งถือเป็นหน้าที่ของผม และงานของเฟซบุ๊กในประเทศไทย"
          โทรศัพท์มือถือยังส่งผลกระทบสำคัญ ต่อธุรกิจอีคอมเมิร์ซในอาเซียนด้วย โดยการค้าขายบนมือถือคิดเป็น 27% ของช่องทาง อีคอมเมิร์ซทั้งหมด จากการสำรวจกลุ่มประเทศในเอเชีย พบว่า 2 ใน 3 ของชาวอาเซียน ค้นหาสินค้าต่าง ๆ บนมือถือ และ 1 ใน 2 ของชาวอาเซียน ซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านมือถือ
          และยอดขายอีคอมเมิร์ซในอาเซียนในปีที่ผ่านมาโต 34% เฉพาะในไทยโตขึ้น 15-20% คิดเป็นมูลค่ากว่า 2.3-2.4 แสนล้านบาท และคาดว่าจะขยายตัวกว่า 3 เท่า ด้วยมูลค่า 1.38 แสนล้านบาท ภายในปี 2563 และมีสัดส่วน 15% ของธุรกิจ ค้าปลีกภายในปี 2567