"ฐากร"ย้ำมีค.นี้ซื้อซิมมือถือต้องสแกนนิ้ว

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ภายในเดือนมี.ค.2560 นี้ ผู้ซื้อซิมโทรศัพท์เคลื่อนที่ต้องสแกนลายนิ้วมือเพื่อความปลอดภัย          
          ทั้งนี้ กสทช. เห็นว่าการลงทะเบียนด้วยระบบลายนิ้วมือเป็นการยืนยันตัวบุคคลได้อย่างชัดเจนมากกว่าการถ่ายสำเนาหรือรูปบัตรประชาชน รวมถึงเพื่อรองรับการใช้งานด้านการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ(โมบายเพย์เม้นต์) ที่ต้องการความมั่นคงปลอดภัยในการใช้งานมากยิ่งขึ้น โดยการลงทะเบียนด้วยการสแกนลายนิ้วมือ ทาง กสทช. จะบังคับให้ดำเนินการเฉพาะการเปิดซิมการ์ดใหม่เท่านั้น
          ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 2559 กสทช. ได้เซ็นสัญญาจัดซื้อจัดจ้างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในการพัฒนาระบบยืนยันตัวบุคคลผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือด้วยการสแกนลายนิ้วมือ มูลค่า 15 ล้านบาทเรียบร้อยแล้ว คาดว่าภายในเดือนก.พ. 2560 จะสามารถพัฒนาระบบซอฟต์แวร์แล้วเสร็จ จากนั้นภายในเดือน มี.ค. 2560 จะสามารถออกประกาศให้ประชาชนใช้ระบบดังกล่าวได้          
          สำหรับเครื่องสแกนลายนิ้วมือที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์ทุกรายต้องจัดซื้ออุปกรณ์มาให้บริการพบว่าราคาอยู่ที่เครื่องละ 1,000-2,000 บาท ซึ่งทางสำนักงาน กสทช. จะมีการเสนอเรื่องให้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม(กทค.) พิจารณาลดการจัดเก็บเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปีมาชดเชยในส่วนนี้          
          มีรายงานข่าวแจ้งว่า บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) แจ้งว่า เมื่อเร็วๆนี้ ทีโอที ได้ส่งแผนการใช้งานคลื่นความถี่ย่น 2300 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) ให้แก่ กสทช.          
          ทั้งนี้ ทีโอที แจ้งความประสงค์ที่ไม่คืนคลื่นดังกล่าวให้ กสทช.โดยให้เหตุผลว่า จะขอใช้คลื่นความถี่ย่าน 2300 MHz จำนวน 60 MHz เพื่อนำไปให้บริการ 3 บริการ ได้แก่ 1. บริการอินเตอร์เนตบรอดแบนด์ไร้สาย (Wireless Broadband :WBB) 2.บริการโมบายบรอดแบนด์ (Mobile Broadband :MBB) และ 3.บริการความจุโมบายบรอดแบนด์ให้แก่ผู้ให้บริการเครือข่ายเสมือน
           แบบไม่มีโครงข่าย (MVNO)          
          อย่างไรก็ตาม ทีโอที ได้วางแผนในการนำคลื่นดังกล่าวมาให้บริการใน 3 ลักษณะ ได้แก่ 1. บริการอินเตอร์เนตบรอดแบนด์ไร้สาย ทาง ทีโอที ได้วางแผนการให้บริการแก่ครัวเรือนในชานเมืองและพื้นที่ห่างไกลเพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐในการให้ประชาชนคนไทยทุกภาคได้มีโอกาสในการเข้าถึงอินเตอร์เนตความเร็วสูงอย่างเท่าเทียม โดยจะใช้แบนด์วิดธ์ทั้ง 60 MHz ของคลื่น 2300 MHz ในการรับส่งข้อมูลที่ใกล้เคียงโครงข่ายเอดีเอสแอล หรือ FTTX ของทีโอที          
          ในส่วนที่ 2. บริการโมบายบรอดแบนด์ หรือ MBB ทีโอที วางแผนให้บริการโมบายบรอดแบนด์ในของลูกค้า ทีโอทีเอง โดยจะให้บริการในเขตเมืองและเขตชานเมือง ขณะเดียวกันยังวางแผนการขายส่งบริการความจุให้แก่ MVNO ในพื้นที่ห่างไกลชนบท ที่มีผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่แต่ผู้ให้บริการเอกชนไม่สนใจเข้าไปลงทุน ซึ่งถือเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ให้แก่ ทีโอที          
          3.บริการความจุโมบายบรอดแบนด์ให้แก่ผู้ให้บริการเครือข่ายเสมือนแบบไม่มีโครงข่าย หรือ MVNO เพื่อสนับสนุนนโยบายประเทศไทย 4.0 และสนับสนุนแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม