"ธนารักษ์"จัดหนักรีดค่าเช่าAOTเพิ่มเป้าปีนี้กว่า3พันล.

  กรมธนารักษ์ขึ้นค่าเช่าที่รัฐวิสาหกิจ ตั้งเป้าปีนี้รีดรายได้เพิ่ม 3 พันล้านบาทการท่าอากาศยานไทย โดนหนักสุด พื้นที่เช่าเพียบทั้งสุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต หาดใหญ่ ส่วนปตท.โดนค่าเช่าปั๊มน้ำมันและท่อก๊าซ พร้อมดัน 2 โปรเจ็กต์ยักษ์เข้าครม.ต้นปีนี้
          นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ เผยว่า กรมฯตั้งเป้ารายได้ปีนี้ไว้ที่ 1 หมื่นล้านบาท จากปีก่อนที่จัดเก็บได้ 6.9 พันล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นมากว่า 3 พันล้านบาท โดยส่วนใหญ่จะได้จากการปรับขึ้นค่าเช่าใหม่หน่วยงานรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ ได้แก่ การท่าอากาศยานไทย บมจ.ปตท. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บมจ.ทีโอที และบมจ.กสท โทรคมนาคม เป็นต้น
          สำหรับการท่าอากาศยานฯจะมีพื้นที่หลายแห่งทั่วประเทศ ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานหาดใหญ่ ท่าอากาศยานนครราชสีมา ท่าอากาศยานอุบลราชธานี เป็นต้น
          ส่วนบมจ.ปตท. ส่วนที่เป็นสถานีน้ำมัน ปั๊มน้ำมันหลายแห่งก็เป็นที่ราชพัสดุ และค่าเช่าท่อก๊าซ ซึ่งต้องจ่ายค่าเช่าให้กับกรมธนารักษ์เพิ่มขึ้นมาปีนี้ประมาณ 3-5% เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงการคลัง
          นายจักรกฤศฏิ์ กล่าวว่า รายได้หลักจากการเก็บค่าเช่าที่ราชพัสดุมาจากรัฐวิสาหกิจส่วนใหญ่ บางรายก็ยังค้างค่าเช่าที่ดิน ซึ่งกรมฯต้องเร่งรัดทวงหนี้ ขณะที่ค่าเช่าที่ของประชาชนทั่วไปจะได้รับผลกระทบน้อย เพราะมีพื้นที่เฉลี่ยแต่ละรายไม่มากนัก
          ขณะที่โครงการพัฒนาที่ราชพัสดุ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ของบริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ หรือเอ็นซีซี กลุ่มนายเจริญ สิริวัฒนภักดี จะเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีภายในเร็วๆ นี้ มูลค่าของโครงการประมาณ 1 หมื่นล้านบาท
          โครงการพัฒนาที่ราชพัสดุหมอชิต มูลค่าโครงการลงทุน 2 หมื่นล้านบาท อยู่ระหว่างอัยการตรวจร่างสัญญา โดยบริษัท บางกอก เทอร์มินอลฯ เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งจะเสนอกระทรวงการคลัง ก่อนเสนอครม.ต่อไป โดยทั้งสองโครงการจะเป็นโครงการใหญ่ของกรมฯในปีนี้ หลังจากที่ชะลอการก่อสร้างมาเป็นเวลานาน