PCAงานรัฐ-เอกชนจ่อเสียบโชว์แบ็กล็อกแน่น200ล้าน

ทันหุ้น - PCA ฉายภาพธุรกิจปี 2560 สดใส งานภาครัฐ-เอกชนจ่อเสียบอื้อ พลิกโฉมต้อนรับยุคดิจิตอล 4.0 เบนเข็มธุรกิจรุกให้บริการแพลนเน็ตไฟเบอร์ แพลนเน็ตคลาวด์ โชว์แบ็กล็อกแน่นมือ 200 ล้านบาทคาดรับทรัพย์เข้าพอร์ตปีนี้ทั้งหมด
          นายประพัฒน์ รัฐเลิศกานต์ กรรมการผู้อำนวยการและหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แพลนเน็ต คอมมิวนิเคชั่น เอเชีย จำกัด (มหาชน) หรือ PCA ผู้ให้บริการและจำหน่ายสินค้าด้านเทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคม ระบบถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์และดิจิตอลทีวี รวมทั้งมีผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ Planet Comm เปิดเผยถึงทิศทางผลประกอบการปี 2560 ว่า บริษัทคาดแนวโน้มผลประกอบการจะพลิกฟื้นเมื่อเทียบกับปี 2559 เนื่องจากบริษัทมีงานที่เลื่อนรับรู้รายได้จากปีก่อนเข้ามาในปีนี้ค่อนข้างมาก ประกอบกับบริษัทคาดว่างานภาครัฐบาลและเอกชนจะมีเพิ่มขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิตอล
          ปรับโฉมธุรกิจดิจิตอล
          นอกจากนี้บริษัทได้ปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจ มาเป็นผู้ให้บริการแพลนเน็ตไฟเบอร์ และแพลนเน็ตคลาวด์จากเดิมบริษัทจำหน่ายสินค้าด้านเทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคม อย่างไรก็ตามบริษัทได้เตรียมตัวปรับโฉมธุรกิจใหม่เพื่อให้สอดคล้องและเท่าทันกับเทคโนโลยีใหม่ หรือยุคดิจิตอล 4.0
          "ปีนี้เราคงจะปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์การทำธุรกิจเพราะเรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอล ดังนั้นธุรกิจก็ต้องปรับเปลี่ยนไปตามยุค ตามสมัย จากเดิมเราเป็นผู้ขายสินค้าด้านเทคโนโลยีการสื่อสารโทรคมนาคมอย่างเดียว ต่อไปเราจะหันมาเป็นผู้ให้บริการด้านแพลนเน็ตไฟเบอร์ และแพลนเน็ตคลาวด์ ซึ่งตัวแพลนเน็ตไฟเบอร์เองเราได้ทำธุรกิจมาแล้วช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และมีความเป็นไปได้ว่าปีนี้แพลนเน็ตไฟเบอร์มีโอกาสที่จะสร้างกำไรให้กับเรา" นายประพัฒน์กล่าว
          ทั้งนี้บริษัทคาดจำนวนผู้ใช้บริการแพลนเน็ตไฟเบอร์จะมากกว่าปัจจุบันที่ 1,000 ราย โดยบริษัทตั้งเป้าภายในปี  2561 จะมีลูกค้าเพิ่มขึ้นเป็น 30,000 ราย ซึ่งลูกค้าหลักๆ จะเป็นผู้พักอาศัยในโครงการคอนโดมิเนียม ทั้งนี้การที่บริษัทจะเน้นการขยายธุรกิจการให้บริการแพลนเน็ตไฟเบอร์นั้นเพื่อลดการพึ่งพิงงานจากทางภาครัฐบาล โดยคาดว่าในปี 2561 สัดส่วนรายได้จากธุรกิจดังกล่าวจะเพิ่มเป็น 50% จากปัจจุบันที่ 8%
          โชว์แบ็กล็อกล้น 200 ล.
          ขณะที่ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ (Backlog) อยู่ที่ 200 ล้านบาท คาดจะทยอยรับรู้เข้ามาภายในปีนี้ทั้งหมด นอกจากนี้บริษัทมีความพร้อมที่จะยื่นซองประมูลงานจากหน่วยงานราชการ โดยคาดว่าจะมีงานออกมามากกว่าปีก่อน เบื้องต้นคาดงานจะมีขนาดใหญ่หรือมากกว่า 100 ล้านบาท และน่าจะเริ่มประมูลงานราวไตรมาส 2/2560
          นายประพัฒน์ กล่าวก่อนหน้านี้ว่า บริษัทจะจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับพันธมิตร แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างทำแผน คาดจะแล้วเสร็จพร้อมกับเปิดเผยข้อมูลได้ภายในสัปดาห์นี้
          อย่างไรก็ตามบริษัทคาดว่ารายได้จากบริษัทร่วมทุนจะเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ และช่วยผลักดันรายได้ของบริษัทให้เติบโตต่อเนื่องจากปกติ โดยบริษัทตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากบริษัทร่วมทุนเป็น 50:50 ของรายได้รวมทั้งหมดใน 3 ปีข้างหน้า (2560-2562)
          ด้านแผนธุรกิจต่างประเทศ บริษัทขยายธุรกิจประเทศในกลุ่ม CLMV (ลาว เมียนมา เวียดนาม กัมพูชา) ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศประมาณ 10% และคาดว่าในอนาคตจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยประเทศที่มีการเติบโตอย่างมากคือประเทศเมียนมา เนื่องจากบริษัทมีการเข้าไปทำระบบสื่อสารทางด้านการบินให้โดยงานดังกล่าวมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ในลาว เวียดนามและกัมพูชา มีการส่งสินค้าไปจำหน่าย ยังถือว่ามีสัดส่วนที่เล็กน้อยแต่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง