ค่ายมือถือติงคิดค่าโทรเป็นวิ มองผู้บริโภคส่วนใหญ่ได้ไม่คุ้มเสีย ร้องหาผู้รับผิดหากแพงกว่าแพคเกจ

 เมื่อวันที่ 9 มกราคม บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ออกคำชี้แจงกรณีที่ภายในสัปดาห์นี้ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ในคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะประชุมเพื่อพิจารณาคิดอัตราค่าบริการตามการใช้งาน จริงเป็นวินาทีทุกรายการส่งเสริมการขาย ตามมติ กทค.วันที่ 17 พฤษภาคม 2559 ว่า เอไอเอสและบริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด หรือ ทรูมูฟ เอช บริษัทในเครือของทรู คอร์ปอเรชั่น น้อมรับ มติ กทค.และจะปฏิบัติตามอย่างไม่มีเงื่อนไข  แต่ขอชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อประกอบการพิจารณาในที่ประชุม กทค. คือประเมินว่าผู้ใช้บริการส่วนใหญ่ประมาณ 70-80% จะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน เพราะบริษัทจำเป็นต้องยกเลิกการส่งเสริมการขายที่เป็นแพคเกจและโปรโมชั่นเหมาจ่าย ทั้งนี้ บริษัทได้นำอัตราค่าบริการตามอัตราที่ กสทช.กำหนดมาใช้ในการคำนวณได้แก่ คลื่น 2100 เมกะเฮิรตซ์ หรือ 3 จี คิดค่าบริการนาทีละ 82 สตางค์ จะหารออกมาเป็นวินาทีละ 1.37 สตางค์ คลื่น 1800 และ 900 เมกะเฮิรตซ์ หรือคลื่น 4 จี กสทช.กำหนดให้คิดต่ำกว่านาทีละ 69 สตางค์ หรือสูงสุดได้ไม่เกินนาทีละ 68 สตางค์ บริษัทนำมาหารเฉลี่ยแล้วตกวินาทีละ 1.13 สตางค์ ดังนั้น ยิ่งโทรนานเท่าไร ผู้บริโภคจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมากเท่านั้น
          ข่าวแจ้งว่า บริษัทเคยยื่นอุทธรณ์ขอให้ กทค.และ กสทช.พิจารณาทบทวนมติดังกล่าว และได้เข้าร่วมแสดง ความเห็นในการจัดประชุมหารือกลุ่มย่อยเมื่อเดือนกรกฎาคม 2559 โดยเห็นว่าแนวทางที่เหมาะสมควรปล่อยให้ราคาเป็นไปตามกลไกการแข่งขันของตลาด คือมีทั้งการคิดอัตราค่าบริการตามจริงเป็นวินาทีและการคิดเป็นเหมาจ่าย เพื่อให้ผู้บริโภคเลือกใช้ตามความจำเป็น ดังนั้น หากมตินี้ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคและอุตสาหกรรมโทรคมนาคมโดยรวม กทค.และกลุ่มที่เรียกร้องให้ กทค.ยืนยันใช้มติวันที่ 17 พฤษภาคม 2559 ดังเดิมต้องแสดงความรับผิดชอบกับผลที่เกิดขึ้น