ประกันวาดแผนรับมือ อินชัวร์ เทค บุก

  ฉัตรชัย ธนจินดาเลิศ
          ด้วยกระแสฟินเทค (Fintech) และอินชัวร์เทค (Insure Tech) ที่กำลังมาแรงในขณะนี้ ทำให้ผู้ประกอบการต่างก็ตื่นตัวและเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีทาง การเงินที่จะเกิดขึ้น โดยทางสมาคมประกันวินาศภัยไทยได้มีการหารือกับบริษัทสมาชิกกว่า 60 แห่ง ถึงแนวโน้มผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับอุตสา หกรรมประกันภัยไทย เพื่อเสนอเรื่องให้กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) พิจารณา
          ทั้งนี้ ทางสมาคมได้ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในช่วงอีก 5-10 ปีข้างหน้า โดยโครงสร้างธุรกิจต่างๆ มาอยู่บนโลกออนไลน์มากขึ้น ผู้เล่นรายเล็กเข้ามามีโอกาสและบทบาทในโลกธุรกิจมากขึ้นจากดิจิทัลเทคโนโลยี หรือผู้บริโภครวมตัวกันเข้ามาแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการกันเองโดยตรงมากขึ้น ซึ่งอาจกระทบโครงสร้างบางธุรกิจ เช่น การรวมตัวให้มีการปล่อยกู้เงินโดยไม่ผ่านธนาคาร (Peer to Peer Lending) หรือการรวมตัวทำประกันภัยลักษณะเป็นกลุ่มมากขึ้น (Peer to Peer Insurance)
          ขณะที่ลักษณะความเสี่ยงและภัยเปลี่ยนแปลงไป ภัยที่อาจทำความ เสียหายให้แก่ทรัพย์สิน และความมั่งคั่งของบุคคลและธุรกิจเปลี่ยนไปจากเดิม เพราะมูลค่าธุรกิจและความมั่งคั่งไปอยู่บนโลกออนไลน์มากขึ้น ความเสี่ยงภัยด้านเทคโนโลยีจึงเข้ามามีส่วนมากขึ้น โดยความปลอดภัยด้านเทคโนโลยีจะเป็นองค์ประกอบสำคัญในการทำธุรกิจในโลกสมัยใหม่
          พฤติกรรมผู้บริโภคและการซื้อประกันภัยได้เปลี่ยนแปลงไป เมื่อ ผู้บริโภคต้องการได้รับบริการที่รวดเร็วขึ้น การซื้อผ่านออนไลน์และการติดต่อบริการและสินไหมทดแทนผ่านช่องทางออนไลน์โดยตรงมาที่บริษัทประกันภัยมีมากขึ้น ขณะเดียวกันการตรวจสอบราคาผ่านออนไลน์และช่องทาง อื่นๆ ก่อนซื้อ โดยอาจซื้อผ่านช่องทางออนไลน์หรือไม่ก็ได้
          นอกจากนี้ แหล่งรวบรวมและเปรียบเทียบราคาสินค้าจะส่งผลให้มีความกดดันในเรื่องราคามากขึ้นโดยความต้องการในการซื้อประกันภัยในรูปแบบใหม่ๆ ที่เหมาะกับรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปในยุคดิจิทัล
          ส่วนบริษัทประกันภัยในอนาคต ศักยภาพของระบบสารสนเทศและระบบรักษาความปลอดภัยด้านเทคโนโลยี จะเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จของบริษัทประกันภัย โดยเฉพาะบริษัทที่เน้นขายประกันภัยสำหรับลูกค้ารายย่อย โดยการทำงานต่างๆ จะเป็นระบบอัตโนมัติมากขึ้น
          โครงสร้างพนักงานจะเปลี่ยนมาพึ่งพากลุ่มที่คิดระบบการตั้งราคา การพัฒนาผลิตภัณฑ์รวมถึงบริการใหม่ๆ และใช้ระบบสารสนเทศและการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ รองรับนวัตกรรมการขายและการบริการ มากขึ้น เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการอาจมีจำนวนลดลงแต่อาจปรับรูปแบบให้มีเจ้าหน้าที่บริการในลักษณะคอลเซ็นเตอร์มากขึ้น
          นอกจากนี้ ผู้ให้บริการด้านแพลตฟอร์มจะเข้ามาเป็นคู่แข่งสร้างระบบให้ผู้บริโภคมารวมตัวกันเพื่อการประกันภัย โดยไม่พึ่งพาเพียงบริษัทประกันภัยอย่างเดียว
          ด้านผู้บริโภคเอง การทดแทน และผู้แข่งขันในสินค้าประกันภัยจะไม่ใช่เพียงคู่แข่ง แต่รวมถึงผู้บริโภคที่รวมตัวกันเพื่อทำประกันภัยที่คุ้มครอง ตัวเอง โดยซื้อประกันส่วนเกินของความเสียหายจากผู้รับประกันภัยสำหรับความเสียหายที่มีมูลค่าสูงขึ้น ค่าเบี้ยประกันจะถูกลง และผู้บริโภคนำเงินที่เหลือจากการหักค่าใช้จ่ายกลับมาคืนให้สมาชิก ทำให้การประกันภัยมีค่าใช้จ่ายที่ลดลง
          เมื่อผู้บริโภครวมตัวกันอาจมีการ กระตุ้นให้สมาชิกดูแลและป้องกันความเสี่ยงทรัพย์สิน และตรวจสอบระหว่างกันเองมากขึ้น ผู้ที่มีประวัติไม่ดีอาจ ไม่ได้รับสิทธิให้อยู่ในกลุ่มต่อไป เป็นการคัดกรองคุณภาพภัยในกลุ่มไปในตัว
          ด้านสินค้าและบริการในอนาคตจะถูกปรับเปลี่ยนตามโลกธุรกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป มีกลุ่มเป้าหมายที่เปลี่ยนแปลง เช่น กลุ่มเอสเอ็มอีที่อาจเพิ่มจำนวนมากขึ้น สินค้าที่เป็นการประกันภัยระยะสั้นและตรงกับความต้องการอาจมีมากขึ้น
          การบริการที่ต้องพบปะกันจะมีแนวโน้มลดลง โดยถูกปรับเปลี่ยนมาเป็นรูปแบบออนไลน์มากขึ้น
          การกำหนดเบี้ยประกันภัยทำได้ยากขึ้นโดยเฉพาะหากมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น ประกันภัยไซเบอร์ การประกันภัยรถยนต์ บ้านอัจฉริยะ
          ด้านตัวแทน-นายหน้าประกันภัย หันมาทำตลาดออนไลน์มากขึ้น และการประกันภัยที่ซับซ้อนยังต้องพึ่งนายหน้ารายใหญ่ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และการจัดโปรโมชั่นจะมาอยู่บนโลกออนไลน์มากขึ้น
          ทั้งนี้ ในด้านของหน่วยงานกำกับดูแล เบื้องต้นหน่วยงานกำกับดูแลอาจต้องทบทวนข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อเอื้อให้การทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของธุรกิจประกันภัยสามารถดำเนินการได้ในขอบเขตที่เหมาะสม บนระบบสารสนเทศที่มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค โดยกฎระเบียบควรยึดอยู่บนหลักการพื้นฐานมากกว่าการระบุรายละเอียดของเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องไว้ เนื่องจากอาจมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างรวดเร็ว
          แนวทางการอนุมัติผลิตภัณฑ์และกรมธรรม์ประกันภัย อาจต้องปรับเปลี่ยนให้มีความคล่องตัว เพื่อส่งเสริมให้มีการคิดนวัตกรรมใหม่ๆ มากขึ้น รวมถึงการเปิดเสรีเบี้ยประกันภัย
          การเตรียมการกำกับดูแลผู้เล่นในรูปแบบใหม่ๆ เช่น การอนุมัติผู้ให้บริการด้านแพลตฟอร์ม รวมถึงการขายและรูปแบบค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมออนไลน์ การให้ความรู้แก่ผู้บริโภคในข้อดีข้อเสียในการทำธุรกรรมในรูปแบบใหม่ๆ
          แนวทางการกำกับดูแลเพื่อส่งเสริมนวัตกรรมใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นอาจต้องปรับมาเป็นมาตรฐานมากขึ้น โดยมีการเน้นในเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภค ความมั่นคงทางการเงิน การบริหารความเสี่ยง มาตรฐานและการบริหารความเสี่ยงระบบสารสนเทศ เป็นหลัก และปรับกฎระเบียบบางส่วนมีความยืดหยุ่นขึ้นเพื่อส่งเสริมการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ
          แนวทางใหม่ๆ เช่น การรวมตัวทำประกันภัยลักษณะเป็นกลุ่ม และอินชัวร์เทค เป็นสิ่งใหม่ที่กำลังเกิด ขึ้นในตลาดโลกโดยยังไม่มีผลสำเร็จหรือผลกระทบให้เห็นชัดเจน การ เตรียมความพร้อมให้อุตสาหกรรมในระยะอันใกล้นี้ อาจต้องมุ่งไปในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานและการกำกับ ส่งเสริมการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ก่อนเป็นอันดับแรก