ALTปักธงรายได้โต50%บุกตลาดประเทศเพื่อนบ้าน รุกโครงการวางระบบอินเทอร์เน็ต

ทันหุ้น - ALT ตั้งเป้ารายได้ปี 2560 เติบโต 50% ใส่เกียร์ลุยประมูลงานวางระบบโครงการอินเทอร์เน็ตหมู่บ้าน ฟุ้งตุน Backlog กว่า 900 ล้านบาท พร้อม เดินหน้าหาพันธมิตรในภูมิภาคอาเซียนเพิ่มเติม ดันสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศ เพิ่มเป็น 20% ขณะที่ตั้งเป้าหารายได้จาก Recurring Income ให้เป็น 50% ในอีก 5 ปีข้างหน้า
          นายสมบุญ เศรษฐ์สันติพงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานบัญชีและการเงิน บริษัท เอแอลที เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ALT เปิดเผยกับ "หนังสือพิมพ์รายวันทันหุ้น" ว่า  สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานในปี 2560 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 50% จากปี 2559 ซึ่งเป็นผลเติบโตจากฐานที่ต่ำ ประกอบกับแนวโน้มธุรกิจทั้ง 3 ธุรกิจของ ALT ในปี 2560 เติบโตได้ดี โดยปัจจุบันมีงานในมือ (Backlog) 800-900 ล้านบาท ซึ่งจะรับรู้ในปี 2560 ราว 80% ที่เหลือรับรู้ในปี 2561
          ในส่วนของธุรกิจให้บริการสร้างสถานีฐาน ติดตั้ง และซ่อมแซมอุปกรณ์โทรคมนาคม ในปี 2560 ยังคงเติบโตได้ตามสภาวะตลาดที่มีการขยายงานออกมามากขึ้นตามนโยบายดิจิตอลอีโคโนมี ในโครงการโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐบาล อาทิ โครงการอินเทอร์เน็ตหมู่บ้าน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงอินเทอร์เน็ต จากทั้งหมด 75,000 หมู่บ้าน ซึ่งปัจจุบันมี 40,000 หมู่บ้าน ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้
          ซึ่งภาครัฐจะมีการเปิดประมูลให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาวางโครงข่าย โดยมีเงินจากการประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz (4G) และเงินจากกองทุน USO ของ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งหากมีการเปิดประมูล บริษัทก็พร้อมที่จะเข้าร่วมประมูลด้วย ซึ่งจะต้องรอภาครัฐประกาศเป็นที่ชัดเจนอีกครั้ง
          ขยายตลาดประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้สำหรับการเชื่อมโยงอินเทอร์เน็ตในภูมิภาค บริษัทตั้งเป้าที่จะเป็นผู้นำในการให้บริการโดยที่ผ่านมาได้ร่วมกับพันธมิตรในประเทศเมียนมาจัดตั้งบริษัทย่อย เพื่อรับงานในเมืองย่างกุ้ง โดย ALT ถือหุ้น 30% โดยในปี 2560 คาดว่าจะเริ่มรับรู้กำไรจากบริษัทย่อยเข้ามา ซึ่งในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2559 บริษัท ได้รับสัญญาเพื่อออกแบบ และผลิตรถสื่อสารเคลื่อนที่ให้กับบริษัท KDDI Sumitomo Globe Myanmar หรือ KSGM ในเมียนมา มูลค่างานกว่า 60 ล้านบาท ซึ่งจะใช้ในพื้นที่เมืองย่างกุ้ง และในพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นของประเทศ
          โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มช่องสัญญาณให้การติดต่อสื่อสารให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ALT พร้อมเดินหน้าหาพันธมิตรในภูมิภาคอาเซียนเพิ่มเติม เพื่อขยายการลงทุนธุรกิจขายอุปกรณ์ระบบสื่อสาร โทรคมนาคม สายใยแก้วนำแสง และระบบโครงข่ายสายเคเบิลใยแก้วนำแสงให้เช่าแนวเสาโทรเลขตามทางรถไฟและถนน เพื่อผลักดันให้สัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเพิ่มขึ้นในอนาคต จากปี 2560 คาดว่าจะมีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศที่ 20% ซึ่งเพิ่มจากปี 2559 ที่ 10%
          รุกธุรกิจ Recurring Income  อย่างไรก็ตาม คาดว่ารายได้จากกลุ่มธุรกิจจำหน่ายสินค้า และกลุ่มธุรกิจที่มีรายได้ต่อเนื่อง (Recurring Income) จากการให้เช่าโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม ในปี 2560 จะเพิ่มเป็นสัดส่วนรายได้ที่ 25% จากปี 2559 ที่ 15% ซึ่งมีอัตราเพิ่มขึ้นและทำกำไรได้มากขึ้น ประกอบกับบริษัท สามารถบริหารจัดการต้นทุนงานโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งธุรกิจจำหน่ายสินค้าสามารถเก็บเงินได้เร็วทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบ พร้อมตั้งเป้า 5 ปีข้างหน้ามีสัดส่วนรายได้จาก Recurring Income ให้เป็น 50%
          พร้อมกันนี้ จากการที่ภาครัฐมีนโยบายในการกำหนดและการบริหารจัดการโครงข่ายคลื่นความถี่เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ ALT ซึ่งได้อยู่ระหว่างการเจรจาในการใช้โครงข่ายร่วมกันของภาครัฐทั้ง บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT และ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT เพื่อให้เกิดการลงทุนที่คุ้มค่าและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่ง ALT จะช่วยอุดช่องว่าง และเพื่อให้เกิดประโยชน์กับภาครัฐและเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับโครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสง