"สรรพชัย หุวะนันทน์" กังวลแปรรูป กสท

 "สรรพชัย หุวะนันทน์" ซีอีโอ กสท เร่งเครื่องปรับธุรกิจ เชื่อยังโตได้ 5% หากกังวลแปรรูปรัฐวิสาหกิจตามกำหนด คนร. เกรงไม่ทันกรอบเวลา ก.ค. นี้ เหตุเวลาน้อย ยังมีปัญหาข้อพิพาททรัพย์สินกับเอกชน
          เดินเกมธุรกิจคาดรายได้โต5%
          พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บมจ. กสท โทรคมนาคม เผยผลประกอบการปี 2559 ว่า คาดการณ์รายได้น่าจะรักษาระดับกำไรประมาณ 3,000 ล้านบาท โดยรายได้รวมราว 50,000 ล้านบาทส่วนใหญ่มาจากธุรกิจโมบาย
          ทั้งนี้ ผลประกอบการงวด 11 เดือนที่ผ่านมา มีรายได้ภาพรวม 46,000 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2,800 ล้านบาท ซึ่งมาจากธุรกิจโมบาย 50% ธุรกิจโทรศัพท์ บรอดแบนด์ และสื่อสารข้อมูล รวม 16% อื่นๆ 14% ที่เหลือคือสัมปทาน 20% และกำไรสุทธิประมาณ 3,100 ล้านบาท ส่วน ปีนี้ภาพรวมของผลการดำเนินงานยังพอ ขยายตัวได้คาดว่าเติบโตราว 5%
          แนวทางการดำเนินธุรกิจ กสท มีแผนเร่งดำเนินการจัดตั้งบริษัทใหม่ ตามมติสำนักงานคณะกรรมการกำกับนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ที่ให้ตั้งบริษัทใหม่ร่วมกับบมจ.ทีโอที ในชื่อ "NGDC" โดยที่ผ่านมา กสท และบริษัท ที่ปรึกษาคือ บจก. ดีลอยท์ ร่วมกับ บมจ.ทีโอทีและบริษัทที่ปรึกษาคือ บจก. ไพรซ์วอเตอร์เฮาส์แอนด์คูเปอร์ ได้เห็นร่วมกันที่จะควบรวมธุรกิจโครงข่ายระหว่างประเทศ (บริษัทเอ็นจีเอ็น) และดาต้าเซ็นเตอร์ (ไอดีซี) ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนจากเดิมที่ คนร. มีมติให้ตั้ง 3 บริษัทย่อยคือ เอ็นจีเอ็น, เอ็นบีเอ็น และไอดีซี โดยจะทำแผนเสนอ คนร.พิจารณาอนุมัติ วันที่ 9 ม.ค.นี้ "ปีนี้เราก็ทำธุรกิจตามที่เคยเสนอแผนไปไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร มีสิ่งเดียวที่กังวล คือการแปรรูปรัฐวิสาหกิจตามมติ คนร. ที่ต้องเสร็จในก.ค.นี้เวลากระชั้นมาก"
          รวมบริษัทลดความซ้ำซ้อนกับทีโอที
          ทั้งนี้ เนื่องจากธุรกิจเอ็นจีเอ็นเคเบิล ใต้น้ำลงทุนสูงแต่กำไรมีแนวโน้มลดลง จากการแข่งขันด้านราคา ขณะที่ ไอดีซีเติบโตทุกปีราว 25% ต่อปี ซึ่งจะถึง จุดคืนทุนและทำกำไรต่อไป การรวมทั้ง 2 บริษัทจึงเป็นแนวทางที่ตอบโจทย์ คนร.ให้เกิดประสิทธิผลได้ โดยลดความซ้ำซ้อน เพิ่มมูลค่า และทั้งช่วยให้องค์กรดำเนินธุรกิจที่อยู่ได้อย่างยั่งยืน
          เช่น โอกาสทำตลาดในกลุ่มคอนเทนต์โพรไวเดอร์ต่างชาติที่รัฐบาลมีเป้าหมาย ส่งเสริมให้เข้ามาตั้งฐานในไทย เพื่อให้ประเทศเป็นส่วนหนึ่งของการเป็นศูนย์กลางด้าน โครงข่าย (ฮับ) ซึ่งการเข้ามาของบริษัทเหล่านี้ นอกจากมองว่าลูกค้าในไทยมีจำนวนมาก รวมทั้งทราฟิกจากประเทศเพื่อนบ้านแล้ว ยังต้องการปัจจัยสำคัญคือโอเปอเรเตอร์ที่จะให้บริการโครงข่ายเชื่อมโยงระหว่างประเทศด้วยราคาสมเหตุผล เพื่อเชื่อมไปยังฐานข้อมูลหลักที่ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในมาเลเซียและสิงคโปร์ ควบคู่กับบริการคลาวด์ และดาต้า ซึ่งการรวม 2 ธุรกิจนี้ให้รองรับครบทั้งโครงข่ายและไอดีซีจะสร้างโอกาสที่ดีให้บริษัทใหม่ที่จะเกิดขึ้น
          สางคดีคู่สัมปทานหารายได้เช่าเสา
          นอกจากการตั้งบริษัทใหม่ที่รวมทรัพย์สินมาจากทีโอทีแล้ว กสท จะพยายามเคลียร์ปัญหาข้อพิพาท กับคู่สัมปทานอย่างบมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) บริษัท ทรูมูฟ จำกัด และบริษัทดิจิตอนโฟน จำกัด (ดีพีซี) ภายในปีนี้ต้องได้ข้อยุติเพื่อนำสินทรัพย์สัมปทาน เช่น เสาโทรคมนาคม และไฟเบอร์ มาสร้างรายได้ต่อไป
          ทั้งนี้ต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับ การตั้งหน่วยธุรกิจด้านอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงค์ (ไอโอที) ให้บริการแพลตฟอร์มกลางสำหรับหน่วยงานกระทรวง ทบวง กรม ต่างๆ ในการ พัฒนาบริการอัจฉริยะ เช่น สมาร์ท เฮลธ์, สมาร์ท โลจิสติกส์, สมาร์ท มิเตอร์, สมาร์ท ทัวริสซึ่ม, สมาร์ท ฟาร์มเพื่อรองรับคอนเซ็ปต์ สมาร์ทซิตี้และไทยแลนด์ 4.0 ได้อย่าง ครบวงจร  เนื่องจากการใช้ไอโอทีจะเริ่มจากภาครัฐ ในการให้บริการต่อประชาชน กสท จึงมุ่งนำเสนอ โซลูชั่นส์ที่ลดต้นทุนและมีประสิทธิภาพ
          ให้หน่วยงานภาครัฐที่จะเป็นผู้นำไปใช้
          เป็นหลัก เป็นการแตกธุรกิจใหม่ที่ชัดเจน
          ยิ่งขึ้น โดยนำร่องโครงการที่ภูเก็ต โดยปัจจุบันเปิดให้บริการฟรี ไวไฟ
          นอกจากนี้สร้างรายได้จากสินทรัพย์อื่นๆ ที่ไม่ได้ใช้งาน โดยมีแนวคิดที่จะให้เอกชนที่สนใจนำเสนอข้อเสนอการบริหารจัดการสินทรัพย์  เช่น พื้นที่อาคารแคท ทาวเวอร์ทั้งในอาคารและท่าเรือ พัฒนารองรับ ธุรกิจท่องเที่ยวพื้นที่ศรีราชาที่จะทำเป็น อินโนเวชั่น พาร์ค
          ขยายตลาด'มาย'หาพาร์ทเนอร์ใหม่
          ขณะที่ ผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่จาก กสท แบรนด์มาย สิ้นปี 2559 มีจำนวน 1.7 ล้านเลขหมาย  ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 2 ล้าน เลขหมายในปี 2560 รายได้ จากปี 2559 รายได้ 1,600 ล้านบาท ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 2.6 ล้านบาทในปี 2560 ซึ่งกลยุทธ์ตลาด ตะลุยบริการ 4จี ตอกย้ำจุดเด่นความคุ้มค่า ด้วยโปรโมชั่น ครอบคลุมไลฟ์สไตล์การใช้งานที่คุ้มค่า สำหรับผู้ใช้บริการทุกกลุ่ม
          โดยใช้งบประมาณการตลาด 280 ล้านบาท ออกสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์สร้าง การรับรู้แบรนด์และโปรโมชั่นให้มากขึ้น พร้อมจัดงบส่งเสริมการขาย อีก 100 ล้านบาท จัดหาเครื่องมือถือแบรนด์ยอดนิยมราคาพิเศษ จำหน่ายพร้อมแพ็คเกจโปรโมชั่นสำหรับกลุ่มลูกค้าองค์กรที่ใช้บริการต่างๆ รวมถึงลูกค้าทั่วไป
          ปีนี้มีสิ่งเดียวที่กังวลคือการแปรรูปรัฐวิสาหกิจตามมติคนร.ที่ต้องเสร็จในก.ค.นี้เวลากระชั้นมาก
          สรรพชัย หุวะนันทน์