"ทีโอที-แคท" จ่อยุบรวมมือถือ ปูทางหลังปี 68 ยังมีคลื่นความถี่ไว้ในครอบครอง

พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือแคท เปิดเผยว่า ได้หารือเบื้องต้นกับนายมนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ถึงแนวทางการบริหารจัดการคลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรศัพท์มือถือ โดยเป็นการควบรวบกิจการมือถือของทีโอทีและแคทให้เป็นหน่วยงานเดียวกัน เนื่องจากปัจจุบันทีโอทีและแคท ต่างคนต่างทำธุรกิจมือถือของตัวเอง โดย ทีโอทีให้บริการมือถือภายใต้แบรนด์ "ทีโอที 3 จี" ขณะที่แคทให้บริการมือถือภายใต้แบรนด์ "มาย" 
          ทั้งนี้ การหารือดังกล่าวเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับหลังจากใบอนุญาตประกอบการสิ้นสุดในปี 2568 ทีโอทีและแคทก็ต้องคืนคลื่นความถี่ให้กับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อนำไปเปิดประมูล 
          สำหรับคลื่นความถี่ที่แคทมีไว้ในครอบครอง ดังนี้ คลื่น 850 จำนวน 15 เมกะเฮิรตซ์ มีสิทธิ์ใช้คลื่นถึงปี 2568 ส่วนคลื่น 1800 จำนวน 45 เมกะเฮิรตซ์ จะสิ้นสุดในปี 2561 ขณะที่ทีโอทีมีคลื่น 2300 จำนวน 60 เมกะเฮิรตซ์ 2100 จำนวน 15 เมกะเฮิรตซ์ คลื่น 1500 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งไม่ได้นำมาใช้งาน โดยคลื่นของทีโอทีจะสิ้นสุดในปี 2568 ดังนั้นหากสิ้นสุดปีดังกล่าวแล้ว ทั้งทีโอีและแคท ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจไม่มีคลื่นเป็นของตัวเองแล้วจะดำเนินการธุรกิจมือถือต่อไปอย่างไร เพื่อความอยู่รอดขององค์กร 
          "ทีโอทีและแคทควรจะมาหารือกันอย่างจริงจังถึงแนวท่างการใช้คลื่นความถี่ควรเก็บคลื่นความถี่ใดไว้บางส่วน และคลื่นความถี่ใดที่ควรคืนให้ กสทช. ซึ่งต้องพิจารณากันอย่างละเอียดรอบคอบ เพื่อรักษาคลื่นความถี่ไว้สำหรับการให้บริการมือถือของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ" 
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธุรกิจมือถือเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันดุเดือดมาก หากทีโอทีและแคทไม่รวมกัน ก็จะไม่สามารถแข่งขันกับเอกชนได้ ดังนั้นทีโอทีและแคทควรตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อนำทรัพย์สินตามสัญญาสัมปทานมาสร้างรายได้ เพื่อให้องค์กรอยู่รอด.