ผู้ชมเปลี่ยนพฤติกรรมสู่แพลตฟอร์มใหม่คอนเทนต์เด่นสร้างความแกร่งคนทำทีวี

ทีมข่าวบันเทิง
          การแข่งขันในสนามทีวีดิจิตอลนั้นยังคงดุเดือด ผู้ผลิตและเจ้าของสถานีนั้นต้องงัดกลยุทธ์ต่าง ๆ เข้ามาสู้กันมากมาย ผู้ที่แข็งแรงที่สุดเท่านั้นถึงจะอยู่รอดในธุรกิจนี้ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ผลิตต้องเหนื่อยกันหน่อย เห็นทีจะไม่พ้นความเจริญของเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงไปมาก เมื่อสมาร์ทโฟนอยู่ในมือ ผู้คนเดินทางเข้าสู่ยุคสังคมก้มหน้า ส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป จากเดิมที่ต้องเฝ้ารอดูหน้าจอเพื่อติดตามรายการที่ตัวเองชื่นชอบนั้น กลายมาเป็นว่างเมื่อไหร่ค่อยดู จากดูจอหลัก กลายมาเป็นดูจอมือถือ พฤติกรรมการดูทีวีย้อนหลังจึงเกิดขึ้น เกิดแพลตฟอร์มใหม่ๆ ในการดูทีวี  กลายเป็นสื่อใหม่มากมายในโลกออนไลน์ และยังมีคอนเทนต์ต่างๆ ที่น่าสนใจให้คนดูได้มีทางเลือกมากขึ้น สามารถแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดไปจากผู้ชมหน้าจอปกติได้มากทีเดียว
          ผู้ชมจำนวนมากยังมีความต้องการในการดูทีวีอยู่ แต่บางครั้งช่วง เวลาอาจไม่ได้สัมพันธ์กับการออกอากาศ หรือไม่มีทีวีที่จะสามารถดูได้ ผู้ผลิตรายการแทบทุกรายต้องผุดสื่อใหม่ขึ้นมาเพื่อรองรับความต้องการในลักษณะนี้ ออกมาเป็นแพลตฟอร์มการดูทีวีย้อนหลัง โดยเฉพาะการดูทีวีออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ หรือการดูทีวีผ่านโซเชียลมีเดีย ประเภทต่างๆ ในรูปแบบวิดีโอแชริ่ง เช่น ยูทูบ ไลน์ทีวี หรือช่องทางใหม่ที่กำลังสะเทือนวงการสื่ออย่างเฟซบุ๊กไลฟ์เรียกว่า ช่องไหน รายการไหน ไม่มีแพลตฟอร์มดูทีวีย้อนหลังเหล่านี้คงลำบากหน่อย
          พี่ฉอด-สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายธุรกิจ จีเอ็มเอ็ม แชนแนล ดิจิทัล ทีวี แสดงทรรศนะถึงการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ ด้วยการดึงออนไลน์เข้ามาผนวกกับโลกของออฟไลน์ได้อย่างน่าสนใจว่า
          "ถ้าเรามองว่าเราเป็นช่องทีวีเราก็จะโดนผลกระทบ แต่เราพลิกวิกฤติเป็นโอกาส จับออนไลน์เข้ามาผนวก เข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะดูออนแอร์หรือออนไลน์ก็ให้ประโยชน์ต่อเราเท่า ๆ กัน ทำทุกอย่างควบคู่กันไป ทุกวันนี้โลกเปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก ถ้าเรามัวแต่อยู่จุดเดิม ไม่ทะลุตัวเองออกมา เราก็อาจจะตกหายไป อย่างที่เห็นว่าหลาย ๆ ช่องหายไปเยอะมาก ดังนั้นเราต้องปรับตัวเองให้เข้ากับสถานการณ์"
          ปัจจุบันแพลตฟอร์มการดูทีวีมีมากมาย ทั้งยูทูบ ไลน์ทีวี เว็บไซต์ของแต่ละบริษัทที่ทำขึ้น อย่างในยูทูบ ซึ่งเป็นเว็บไซต์เพื่อแบ่งปันวิดีโออันดับหนึ่งของโลก ก็จะมีวิดีโอคอนเทนต์มากมายให้เลือกดู บริษัทผู้ผลิตรายการหลายแห่งก็ทำช่องทีวีที่เป็น Official ของตัวเองลงในยูทูบ เพื่อให้แฟนๆ ได้ดูย้อนหลังกัน
          อีกหนึ่งช่องทางที่น่าจับตามองคือ ไลน์ทีวี แพลตฟอร์มวิดีโอออนดีมานด์ ที่เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคม 2557 เป็นแหล่งรวบรวมคอนเทนต์ซึ่งผ่านการคัดสรรมาแบบพรีเมียมทั้งในรูปแบบเอ็กซ์คลูซีฟและรีรัน ซึ่งเป็นคอนเทนต์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้ชมทั้งในกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานไม่ว่าจะเป็นละคร ซีรีส์ รายการวาไรตี้ บันเทิง, แอนิเมชั่น และมิวสิกวิดีโอ มีพันธมิตรผู้ผลิตคอนเทนต์หลากหลายค่าย อาทิ จีดีเอช 559, จีเอ็มเอ็ม ทีวี, ช่องวัน, จีเอ็มเอ็ม 25, PPTV, เวิร์คพอยท์ ทีวี, Woody, ทีวี ธันเดอร์, บีอีซี เทโร เรดิโอ - มิวสิค, สไปซี่ ดิสก์ ฯลฯ
          สำหรับคอนเทนต์เอ็กซ์คลูซีฟที่ดูได้เฉพาะไลน์ทีวี เช่น Stay ซากะ...ฉันจะคิดถึงเธอ, แก๊สโซฮัก...รักเต็มถัง, 7 DAYS 7 LIVES, OH! BABY, Take Guy Out และ I Hate You I Love You  ส่วนคอนเทนต์รีรันในแบบเอ็กซ์คลูซีฟ และนันเอ็กซ์คลูซีฟ เช่น ไดอารี่ ตุ๊ดซี่ส์, คลับ ฟรายเดย์, เป็นต่อ, พิษสวาท, บางรักซอย 9/1, O-Negative รักออกแบบไม่ได้, Sotus The Series, Woody เกิดมาคุย และ Let Me In Thailand ซึ่งทุกคอนเทนต์มีคุณภาพและ เสียงระดับฟูลเอชดี โดยไลน์ ทีวี ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงกับซีรีส์ ไดอารี่ ตุ๊ดซี่ส์ ด้วยยอดวิวสูงถึง 164 ล้านวิว และ คลับ ฟรายเดย์ ทูบีคอนทินิว ตอนเพื่อนรัก เพื่อนร้าย ด้วยยอดวิว 153 ล้านวิว เรียกว่าจุดนี้เองที่ทำให้ตลาดทีวีออนไลน์นั้น เป็นช่องทางที่น่าสนใจและไม่ควรมองข้าม
          ส่วนช่องเก่าแก่แชมป์เรตติ้งอย่างช่อง 7 นั้น ก็รุกตลาดออนไลน์ด้วยเช่นกัน และยังถือเป็นสถานีฟรีทีวีกลุ่มแรก ๆ ที่มารุกสื่อออนไลน์ด้วย เพื่อตอบรับเทรนด์ผู้บริโภคที่รับชมทีวีผ่านหน้าจออื่น ๆ โดยเมื่อปี 2555 ได้เปิดเว็บไซต์อินเทอร์เน็ตทีวี Bugaboo.tv ขึ้นมา โดยมียอดผู้ชมกว่า 2 ล้าน UPI ต่อเดือน รวมกว่า 30 ล้านเพจวิวต่อเดือน และหากช่วงที่มีถ่ายทอดสดกีฬาก็จะมียอดวิวเพิ่มขึ้นด้วย ต่อมาได้พัฒนาแอพพลิเคชั่น ขึ้นมา 3 แอพหลักคือ BBTV CH7 เป็นรูปแบบดูสด แอพ Bugaboo.tv เป็นรูปแบบดูย้อนหลัง และ แอพ DO 7 HD รูปแบบ Second Screen อินเตอร์แอคทีฟทีวี ซึ่งพัฒนามาจากผู้ชมที่เล่นมือถือและใช้งานจอที่สองพร้อมดูทีวีจอหลัก เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารสร้างความภักดีของผู้ชมกับสถานี
          นอกจากช่องทางการนำเสนอต้องมีหลากหลายและรองรับความต้องการของผู้บริโภคในทุกแพลตฟอร์ม หัวใจของการทำทีวีที่ขาดไม่ได้นั่นคือการพัฒนาคอนเทนต์ หรือเนื้อหาที่นำเสนอต่าง ๆ แต่ละช่องต้องหาจุดยืน สร้างความแตกต่าง หรือวางตำแหน่งทางการตลาดของตัวเองให้โดดเด่น กำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน ก็สามารถยืนหยัดอยู่บนธุรกิจนี้ได้อย่างแข็งแรง
          ช่องจีเอ็มเอ็ม 25 ยังคงเป็นช่องที่เน้นความแตกต่าง นำเสนอเนื้อหาที่มุ่งตรงไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ มีกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นคนวัย 15-34 ปี เนื่องจากคนกลุ่มนี้มีความแอ็คทีฟในการดำเนินชีวิต เป็นกลุ่มที่มีพลังในการจับจ่ายใช้สอย ตอนนี้ถือเป็นหนึ่งช่องที่เอเจนซี่โฆษณาหรือเจ้าของโปรดักส์ต้องซื้อโฆษณา
          "ในขณะที่ทุกช่องก็คงจะพยายามทำเรตติ้งสูง ๆ ให้แมส แต่ช่องเราน่าจะเป็นช่องเดียวในตอนนี้ที่ไม่มีคู่แข่ง เรายิงตรงไปเลย วันนี้ทุกคนเห็นชัดว่าเราคือช่องสำหรับคนรุ่นใหม่ โปรดักชั่น ละครต่าง ๆ ที่ออกมาซัพพอร์ตตรงนี้หมด คือกลุ่มคนที่เราดิวกับเขามานาน พี่ทำวิทยุ มีเดีย อื่น ๆ มาก่อน เราทำรีเสิร์ชมาเยอะ เข้าใจความต้องการของเขา พอยิงตรงไปที่คนกลุ่มนี้ปุ๊บก็จะยิ่งเห็นภาพชัดเจน ในแง่ของลูกค้าที่จะใช้เงิน เราเข้าใจนะว่าด้วยสภาพเศรษฐกิจตอนนี้งบที่จะใช้คงมีจำนวนจำกัดขึ้น ด้วยความที่ช่องทีวีมีเยอะ เขาก็คงลำบากในการตัดสินใจ แต่ช่องเราเขายิงตรงได้ ไม่ได้เยอะมาก แต่ก็ไม่ได้หว่านไปหมด บางทีหว่านไปอาจจะไม่ใช่ก็ได้ ฉะนั้นโปรดักส์อะไรก็ตามที่ต้องขายในคนกลุ่มนี้ก็จะมาลงที่ช่องเรา" พี่ฉอด-สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา กล่าวถึงกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนของช่องจีเอ็มเอ็ม 25
          ช่องโมโน 29 (โมโน ทเวนตี้ไนน์) ก็เป็นอีกหนึ่งช่องที่สร้างความแตกต่างให้กับตัวเองอย่างชัดเจน ด้วยการคงความเป็นช่องที่เน้นเรื่อง หนังดีซีรีส์ดัง ภายใต้สโลแกน "ฟรีทีวีที่มีหนังดีซีรีส์ดังมากที่สุด" โดยคอนเทนต์ที่คัดสรรมานั้นเน้นที่ระดับพรีเมียม กำหนดกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นคนเมือง คนทำงานวัย 40-60 ปี ที่ชื่นชอบ การดูหนังดูซีรีส์ แต่ในอนาคตก็มีความต้องการที่จะรุกตลาดไปยังกลุ่มชานเมือง ขยายให้เป็นแมสมากขึ้น นอกจากนี้ในปี 2560 ยังเพิ่มเติมในเรื่องของกีฬา เข้าไปเพื่อเอาใจคอกีฬาด้วย
          บรรณสิทธิ์ รักวงษ์ ผู้อำนวยการสถานีดิจิตอล ช่อง MONO 29 (โมโน ทเวนตี้ไนน์) กล่าวถึงกลยุทธ์ของช่องว่า "ตลาดทีวีดิจิตอลการแข่งขันยังดุเดือดอยู่ ต้องมีการชิงคอนเทนต์ นักแสดง ผู้ประกาศ บางช่องก็แข็งแรง บางช่องก็ยังต้องปรับตัว สำหรับโมโนเรตติ้งที่ผ่านมาก็ถือว่าเป็นที่น่าพอใจ แต่เราก็ยังต้องสู้เพื่อแข่งขันต่อ เรายังคงเน้นการเป็นช่องหนัง ช่องซีรีส์ เพราะต้องสร้างความแตกต่าง ปีหน้าเราจะเข้มแข็งขึ้นเพราะผนึกกำลังกับสตูดิโอใหญ่ ๆ เพื่อซื้อหนังใหม่ ใหญ่ และดี และเราก็ยังมีไทยซีรีส์อีกหลายเรื่อง นอกจากนี้ก็มีในส่วนของกีฬา มีแมตช์กีฬาที่น่าสนใจหลายอย่างทั้ง มวย บาสเกตบอล เราวางโพซิชั่นนิ่งตัวเองได้ถูกทางแล้ว ต่อไปก็ต้องควบคุมคุณภาพ ไม่ต้องมีรายการมาก มีน้อยแต่คุณภาพ และช่องของเรายังคงเน้นไทยซีรีส์ที่มีความตื่นเต้น มีเนื้อหาสืบสวนสอบสวน จะไม่ใช่ละครรักโรแมนติก เพื่อให้เป็นแนวทางเฉพาะของทางช่อง"
          คนดูที่จอหลักยังมีจำนวนเยอะอยู่ แต่ในขณะเดียวกันคนดูรีรันก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะคนดูทางทีวีอาจดูไม่ได้ตามเวลาที่ต้องการ ช่องโมโน 29 ก็มีเว็บไซต์ดูคอนเทนต์ต่าง ๆ ย้อนหลังที่ www.mono29.com และเว็บไซต์ www.mthai..com ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ส่วนช่องทางโซเชียล อื่น ๆ นั้นส่วนใหญ่จะใช้เพื่อเป็นเครื่องมือในการประชาสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ชมต่าง ๆ เพราะเป็นช่องทางที่เช็กฟีดแบ็กได้เร็วและตรงชัดที่สุด ส่วนเครื่องมือใหม่อย่าง เฟซบุ๊ก ไลฟ์ นั้นก็อาจจะมีบ้างในรายการข่าว โดยเน้นที่ข่าวฮอตและร้อนแรงจริงๆ
          ด้านช่อง One 31 เป็นช่องที่มีความโดดเด่นในการทำละครไม่แพ้ฟรีทีวีเจ้าเดิม ๆ อย่างช่อง 3 และ ช่อง 7 นั้น ก็มีการปรับตัวกับเทคโนโลยีไม่น้อย โดย ป้อน-นิพนธ์ ผิวเณร ผู้อำนวยการสายงานการผลิตละครช่อง One 31 เปิดเผยว่า "เราต้องเข้าใจก่อนว่าคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะเด็กวัยรุ่นไม่ค่อยดูทีวี วิธีคิดของการทำละครเราต้องไม่โฟกัสที่วัยรุ่น เพราะถ้าเกิดทำโดยยึดวัยรุ่นเราก็ไม่ควรทำในทีวี ก็ต้องเน้นที่ออนไลน์ ถามว่ากระทบไหมคือกระทบในการเลือกเรื่องที่จะทำ เพราะเราต้องรู้ว่าคนดูทีวีตัดวัยรุ่นออกไปเลย ดังนั้นจะเป็นกลุ่มคนอายุ 40 ปีขึ้นไป หรือคนที่ทำงานแล้วมันจะมีแบบไหนบ้างอยู่ที่วิธีคิดของเรา ซึ่งนี่คือการปรับตัวของเรา มันอยู่ที่เราต้องรู้ว่ากลุ่มเป้าหมายของเราเป็นใคร เราต้องทำละครแบบนี้หรือแบบไหนออกมา"
          อย่างไรก็ตาม ป้อน-นิพนธ์ ยังมองว่า นอกจากคอนเทนต์ที่แตกต่างจะทำให้ธุรกิจทีวีอยู่รอดแล้ว การมีส่วนร่วมผ่านโซเชียลของคนดู จะส่งผลทำให้ละครดัง ต้องยอมรับว่าละครหลายเรื่องดังเพราะสูตรนี้อย่างแท้จริง
          "สิ่งที่เราจะต้องทำแน่ ๆ คือคอนเทนต์ที่ต่างจากคนอื่น แต่ต้องเป็นสิ่งที่เราถนัดที่สุด เพราะในแต่ละช่องถ้าไม่มีคอนเทนต์ที่ต่างจากคนอื่นมันจะอยู่ไม่ได้ตายแน่นอน ไม่ใช่แค่ละครแต่รวมถึงโปรแกรมอื่นๆไม่ว่าจะเป็นเกมโชว์ รายการ ซึ่งสิ่งที่ช่องวันพยายามทำให้มันเห็นเด่นชัดก็คือรูปแบบในแบบของเรา มันคือแนวคิด ไอเดีย คอนเทนต์ใหม่ ๆ ถ้าไม่มีคอนเทนต์ใหม่ เราก็ต้องมีการนำเสนอใหม่ ดังนั้นละครจะมีแค่พระเอก นางเอก นางร้ายแล้วบทปกติมันอยู่ไม่ได้ คนดูจะเบื่อ ยิ่งมีช่องหลักต่าง ๆ รวมถึง ไอโฟน แอนดรอยด์ โซเชียลทุกคนสามารถเข้าสู่คอนเทนต์ได้จากสิ่งนี้ ถ้าคอนเทนต์ไม่แจ๋วมันอยู่ไม่ได้แน่นอน ไม่มีใครอยากดูสิ่งเก่า ตบจูบ คู่จิ้นหรอก บวกกับทางเลือกในปัจจุบันมีเยอะมาก ต้องคิดก่อนว่าคอนเทนต์ที่จะถูกใจคนดู มันไม่ได้แปลว่ามันสนุกในแบบของมันอย่างเดียว คุณต้องให้คนดูมีส่วนร่วมกับคอนเทนต์นั้นด้วย การมีส่วนร่วมของคนดูสำคัญมาก สิ่งนี้จะทำให้พฤติกรรมคนเปลี่ยนไป ต้องยอมรับว่าคนดูทีวีไม่ได้ดูทีวีอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว เขาดูไปแชตไป ฉากนี้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งถ้าคอนเทนต์มันตายอยู่ที่หน้าจอ ทำยังไงละครก็ไม่ดัง ดังนั้นเราต้องมีคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทำให้เขาสนใจและอยากมีส่วนร่วมให้ได้และสามารถแชร์คอนเทนต์นั้นไปให้คนอื่นได้ด้วยว่ามันสนุกแบบไหนยังไง "สงครามนางงาม" "พิษสวาท" "นาคี" เป็นสูตรนี้หมดเลย"
          จินา โอสถศิลป์ หนึ่งในผู้บริหาร จีดีเอช 559 ผู้ผลิตคอนเทนต์หนังและละครที่ครองใจวัยรุ่น ยังคงมองว่า คนดูทีวียังมีจำนวนที่เยอะอยู่ ถ้าทำเนื้อหาที่นำเสนอดี เชื่อว่าใครก็ต้องมาดู แต่สิ่งที่จะสื่อให้ผู้ชมรู้ว่า คอนเทนต์ที่นำเสนอนั้นดีหรือไม่ดีอย่างไร ก็หนีไม่พ้นโลกโซเชียล ที่ถือเป็นดาบสองคม
          "การที่จะสื่อสิ่งที่เราทำออกไปสู่ผู้ชมให้มาก มันหลีกหนีพวกโซเชียลและสื่อดิจิตอลไม่ได้ เราก็คงต้องปรับตัวในเชิงกลยุทธ์ ในเชิงความคิดสร้างสรรค์ และการใช้มีเดียของเราด้วยว่า จะทำยังไงให้ไปถึงกลุ่มเป้าหมายของเราซึ่งเขาอยู่ตรงไหนบ้างก็ไม่รู้และกว้างมาก ต้องยอมรับว่าในโลกออนไลน์ทำให้เราทราบฟีดแบ็กได้เร็วและดีกว่าออฟไลน์ แต่เราไม่รู้ว่าเขาอยู่ตรงไหน เขาเป็นใครเราไม่รู้ ก็ต้องค่อย ๆ ทำรีเสิร์ชมา อย่างทำหนังนี่โซเชียลทำให้เรารู้ฟีดแบ็กเร็วมาก เพราะโซเชียลเป็นพลังการบอกต่อที่สำคัญมาก สมัยนี้ดูหนังชอบหรือไม่ชอบ บอกกันตั้งแต่ในโรงได้เลย แต่ในขณะเดียวกันหากเราทำไม่ดี โซเชียลก็จะเป็นพลังลบได้เหมือนกัน โซเชียลเหมาะกับการเป็นช่องทางเพื่อการโปรโมตประชาสัมพันธ์ที่ดี ทำให้คนรู้ได้เลย โดยที่ไม่ต้องมารอกว่านักข่าวจะเอาไปออก"
          โลกออนไลน์ เป็นเครื่องมือสำคัญกับการสื่อสารการตลาดในยุคดิจิตอลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ธุรกิจสื่อได้รับผลกระทบโดยตรง ทุกสื่อต้องปรับตัว จอหลักในอนาคตอาจจะไม่ใช่จอทีวีอีกต่อไปก็เป็นได้ คงต้องจับตามองกันต่อไปว่าเทคโนโลยีจะพัฒนาไปในแบบใด พฤติกรรมผู้บริโภคจะไปในทิศทางไหน คนทำทีวีจะต้องปรับตัวอย่างไรบ้าง แต่เท่าที่ดูตอนนี้บอกได้เลยว่า หากย่ำอยู่กับที่ ไม่มีจอที่สองให้ผู้ชม รับรอง ม้วนเสื่อกลับบ้านแน่นอน.