สงครามสื่อแข่งเดือด ปีหน้า"เฟซบุ๊ค-ยูทูบ"บี้"ทีวีดิจิทัล"

พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธาน กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เปิดเผยว่า ในปีหน้า เฟซบุ๊ค( Facebook) กับยูทูบ (Youtube)จะมีบทบาทอย่างยิ่งในการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมโทรทัศน์และบันเทิง ตามปรากฏการณ์การแตกกระจายตัว ของสื่อดิจิทัลที่มีโซเชียลมีเดียเป็นตัวเร่ง ขณะที่องค์กรขนาดกลาง และขนาดเล็กเริ่มทำสื่อโฆษณาเองบนสมาร์ทโฟนจนทำให้ เม็ดเงินในอุตสาหกรรมโฆษณา และสื่อ ลดลงอย่างมาก
          "ปรากฏการณ์ Citizen journalism (นักข่าวพลเมือง)อย่างเต็มรูปแบบ โดยประชาชนจะเป็นผู้ผลิตสื่อเอง และทำหน้าที่เป็นสื่อมวลชนเอง ซึ่งจะเกิดนักข่าว พลเมือง ทุกหนทุกแห่ง โดยพวกเขาจะทำการส่งภาพและวีดีโอรวมไปถึงแพร่ภาพสดในเหตุการณ์จริง และรายงานข่าว ด่วน (breaking news)ผ่านโซเชียลมีเดีย ด้วยตัวเอง ปรากฏการณ์ดังกล่าวจะมีผลกระทบต่อวิชาชีพสื่อมวลชนและสถาบันสื่อมวลชน ซึ่งจะทำให้สื่อมวลชนต้องทำงานหนักขึ้น และต้องปรับบทบาทให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงนี้ ซึ่งความสนใจของผู้บริโภคสื่อจะถอยห่างออกจากสื่อโทรทัศน์แบบดั้งเดิมมากขึ้นเรื่อยๆ"
          ขณะที่สื่อสิ่งพิมพ์กระดาษจะมีอัตราการพิมพ์ที่ลดลงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ เพราะเม็ดเงินในการโฆษณาแตกตัวไปสู่สื่อดิจิทัลมากขึ้นอย่างรวดเร็ว สื่อสิ่งพิมพ์ที่มีเนื้อหา (content) เฉพาะกลุ่มอาจอยู่รอดต่อไปอีกระยะหนึ่ง
          "ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล การทำงานหนักไม่ได้เป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จ แต่การทำงานด้วยวิสัยทัศน์ที่เฉียบแหลม โดยใช้ความรู้ และปัญญา และยอมรับการทำงานโดยไม่ขึ้นกับ สถานที่และเวลา จะเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จของทุกองค์กรและของประเทศ"
          พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์กล่าวว่า สำหรับการคาดการณ์ดังกล่าวเป็นผลจากการวิเคราะห์เทียบเคียงจากบทวิเคราะห์ของสถาบันที่น่าเชื่อถือหลายแห่งทั่วโลก โดยมิได้เกิดจากจินตนาการของตนเองแต่อย่างใด
          น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ในการประชุมบอร์ดกสทช.ในวันที่ 26 ธ.ค. 2559 มีวาระน่าจับตา ได้แก่ การออก(ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่องมาตรการส่งเสริมการรวมกลุ่มของผู้รับใบอนุญาต ผู้ผลิตรายการและผู้ประกอบวิชาชีพสื่อสารมวลชนที่เกี่ยวกับกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ พ.ศ. ... เพื่อส่งเสริมการรวมกลุ่มของผู้รับใบอนุญาตและผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนในองค์กรรูปแบบต่างๆ เพื่อทำหน้าที่จัดทำมาตรฐานทางจริยธรรมของการประกอบอาชีพและควบคุมการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพกันเองภายใต้มาตรฐานทางจริยธรรม พร้อมทั้งดำเนินการเยียวยาแก่ผู้เสียหาย เนื่องจากรายการที่ออกอากาศเป็นเท็จ หรือละเมิดเสรีภาพ เกียรติยศ ชื่อเสียง สิทธิในครอบครัว หรือความเป็นอยู่ส่วนตัวของบุคคล ตาม พ.ร.บ. การประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551
          "ร่างประกาศส่งเสริมการรวมกลุ่มเพื่อการกำกับดูแลกันเองของผู้ประกอบการวิทยุและทีวีที่ค้างมา 3 ปีกว่า ก็พร้อมเข้าสู่ การพิจารณาของ กสท.อีกครั้ง ก่อนหน้านี้กลุ่มองค์กรสื่อคัดค้าน แต่หลังจากเจรจา ถกเถียงกันจนได้ร่างที่พอรับได้ร่วมกันแล้ว ปัจจัยหนึ่งก็เพราะว่าตอนนี้มีกลไกรัฐอื่นที่จะเข้ามาควบคุมเสรีภาพสื่อมากกว่าแนวทางของ กสทช. จึงเป็นโอกาสดีที่สื่อวิทยุและโทรทัศน์จะร่วมมือกับ กสทช.ในการยกระดับการกำกับดูแลกันเองด้านจริยธรรมให้เป็นจริง โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาการละเมิดจริยธรรมที่ไม่ใช่กฎหมาย" น.ส.สุภิญญา กล่าว