เปิดใจ "พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์"ผู้รับหน้าที่สางปมร้อนกระทรวงดีอี

 ทีมข่าวเศรษฐกิจ
          เป็นที่จับตามานานว่าใครจะก้าวเข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) คนแรก ภายหลังเปลี่ยนชื่อมาจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) หลังให้ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี มานั่งในตำแหน่งรักษาการอยู่นาน ก่อนหวยจะไปลงที่ นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ ที่โยกจากเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มานั่งตำแหน่งเจ้ากระทรวงดีอี
          สิ่งหนึ่งที่ทำให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีเป็นที่จับตากันมาก เพราะไม่เพียงเป็น กระทรวงที่เหมือนถูกตั้งขึ้นมาใหม่ในแง่ของกฎหมาย แต่ยังหมายถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีคนใหม่จะต้องเข้ามาเจองานร้อนมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการชี้แจงต่อภาคประชาชนในการขับเคลื่อนการประกาศใช้ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ... หรือ พ.ร.บ.คอมพ์ ที่มีกระทรวงดีอีในชื่อเดิมคือไอซีที เป็น ผู้ผลักดัน ซึ่งขณะนี้กำลังกลายเป็นประเด็นทางสังคม และมีจำนวนไม่น้อยลุกขึ้นมาต่อต้าน เนื่องจากหวั่นว่าตัวกฎหมายฉบับ ดังกล่าวจะให้อำนาจภาครัฐมากเกินไปจนอาจไปก้าวล่วงด้านการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของ ประชาชน ประชาชน
          และยังมีอีกหนึ่งงานร้อนรออยู่ นั่นก็คือการขับเคลื่อนโครงการอินเตอร์เน็ตหมู่บ้าน มูลค่า 15,000 ล้านบาท ที่เป็นการวางโครงข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) เข้าไปให้ครบราว 79,000 หมู่บ้าน ที่เป็นจำนวนหมู่บ้านที่มีอยู่ทั้งหมดของประเทศไทยให้ลุล่วง ภายหลังจากโครงการดังกล่าว คั่งค้างมานาน หลัง พล.อ.ประจินในฐานะรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี จะเข้ามาเคลียร์ปัญหาให้ทั้งหมด พร้อมส่งไม้ต่อให้นายพิเชฐ กดปุ่มนับ 1 โครงการใน วันที่ 26 ธันวาคมนี้ นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล หรือไทยแลนด์ 4.0 ที่จนถึงขณะนี้ในมุมของกระทรวงดีอีเอง ดูจะยังไม่มีอะไรที่จับต้องได้ หรือเป็นที่จดจำของประชาชนมากนัก ถ้าไม่นับเรื่องร่าง พ.ร.บ.คอมพ์
          เมื่อ "มติชน" มีโอกาสได้สัมภาษณ์นายพิเชฐ จึงไม่รอช้าที่จะถามทุกข้อที่สงสัย เริ่มจากการเปิดใจของรัฐมนตรีกระทรวงป้ายแดง
          * ปักธงดิจิทัลฮับอาเซียน
          การขับเคลื่อนงานร้อนและไม่ร้อนต่างๆ ของกระทรวงดีอีในครั้งนี้ นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ดีอี กล่าวว่า ทันทีที่รู้ตัวว่าต้องเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี รู้สึกค่อนข้างกังวลกับภารกิจงานที่ใหม่ จนไม่สามารถนอนหลับได้ แต่หลังจากเริ่มเข้ามาทำงาน และมีการพูดคุยกับผู้บริหารจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอีทั้งหมด ก็ได้ข้อมูลมามากมาย และคลายความกังวลไปได้เล็กน้อย รวมทั้งยังพบว่าภารกิจของกระทรวงดีอีค่อนข้างจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อประเทศชาติและสังคมโดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินการเรื่องของการสร้างพื้นฐานเพื่อนำประเทศไทยไปสู่การเป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัล (ฮับ) ของภูมิภาค
          "ส่วนตัวยอมรับว่าผมเองเป็นมนุษย์ยุคปี 1995 ฉะนั้นการต้องมารับงานกระทรวง ดีอี ที่ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเรื่องของความ ทันสมัย จึงถือว่าเป็นเรื่องยากพอควร แต่ผมจะทำให้ได้ เลยปวารณาตัวแล้วว่าจะทำให้งานของกระทรวงในช่วงที่ผมทำงานอยู่มีความมั่นคงเป็นปึกแผ่นในระยะยาวให้ได้ ซึ่งผมบอกลูกน้องไปแล้วทำงานกับผมต้องทำงานหนักและทำงานเยอะ"
          * ภารกิจร้อนคลายปม พ.ร.บ. คอมพ์
          นายพิเชฐกล่าวว่า ในด้านภารกิจด่วนของกระทรวงดีอีในเวลานี้ คงหนีไม่พ้นเรื่องของการขับเคลื่อนงานของกระทรวงดีอี เตรียมพร้อมสำหรับการก้าวเข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0 อย่างภาคภูมิใจ เริ่มต้นจากการที่ในปี 2560 ทุกหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงดีอี ต้องมีการแสดงผลงานที่เป็นรูปธรรมออกมาให้ประชาชนและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาครับทราบ จึงได้มีการสั่งการไปแล้วว่าในช่วงกลางปี 2560 ทางกระทรวงดีอีจะมีการจัดกิจกรรม "ไทยแลนด์ ดิจิทัล บิ๊กแบงก์" เพื่อเผยแพร่ผลงานด้านการขับเคลื่อนประเทศชาติด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ให้ทุกภาคส่วนในประเทศรับทราบ
          ส่วนอีกหนึ่งภารกิจเร่งด่วนของกระทรวงดีอี คือการชี้แจงต่อประชาชนในเรื่องร่าง พ.ร.บ.คอมพ์ หลังจากนี้จะมีการเชิญกลุ่มผู้ที่ไม่เห็นด้วยมาทำความเข้าใจในประเด็นต่างๆ ที่ยังแคลงใจกันอยู่ ซึ่งส่วนตัวเห็นว่า ร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวเป็นการปรับปรุงข้อกฎหมายที่ล้าสมัย ให้สามารถไล่ตามเทคโนโลยีได้อย่างเท่าทัน ซึ่งการันตีได้ว่ากว่า 90% ของเนื้อหาของร่าง พ.ร.บ.คอมพ์ ต้องการให้สังคมได้ประโยชน์อย่างแท้จริง รวมทั้งยังไม่ได้มีการกระทำอันใดที่เข้าไปละเมิดสิทธิส่วนบุคคล เช่น การตั้งซิงเกิล เกตเวย์ ที่ให้ข้อมูลบนอินเตอร์เน็ตทั้งหมดไหลผ่านช่องทางเดียว เพื่อดักกรองข้อมูล ที่เป็นการละเมิดสิทธิประชาชนและยังส่งผลให้การใช้งานอินเตอร์เน็ตช้าลง ก็จะไม่ทำเด็ดขาดทำเด็ดขาด
          รวมถึงในประเด็น การตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองเนื้อหาบนโลกออนไลน์ เพื่อเข้ามาลบหรือระงับการเผยแพร่เนื้อหาต่างๆ ในอินเตอร์เน็ต ก็ขอให้มั่นใจได้ว่าจะไม่ได้เป็นการใช้อำนาจตั้งใครขึ้นมาเป็น แต่เป็นการดึงผู้ทรงคุณวุฒิจากสายงานต่างๆ เข้ามา เช่น นักสิทธิมนุษยชน สื่อมวลชน หรือผู้ทรงคุณวุฒิในสายงานด้านไอที เป็นต้น ซึ่งในแต่ละสายงานนั้นๆ เอง จะเป็นผู้คัดเลือกคนเข้ามาเป็นคณะกรรมการด้วยตนเอง ฉะนั้นจึงไว้ใจได้ว่าคณะกรรมการชุดดังกล่าวจะมุ่งมั่นทำงานเพื่อให้สังคมดีขึ้น
          * เปิด 4 ยุทธศาสตร์แผนงานปี'60
          สำหรับด้านแผนการดำเนินงาน นายพิเชฐกล่าวว่า เบื้องต้นได้ให้นโยบายหน่วยงานต่างๆ ภาคใต้สังกัดกระทรวงดีอีไปแล้วว่า ภารกิจใดที่ใกล้เคียงกันขอให้ทำงานร่วมกัน หรือให้มีการบูรณาการเข้าหากัน ทั้งหน่วยงานภายใต้ สังกัดกระทรวงดีอีเอง หรือหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงอื่นๆ ก็ตาม เพื่อให้งานต่างๆ เดินได้เร็วขึ้น โดยภารกิจงานในปี 2560 กระทรวงจะเดินหน้าสานต่อแผนงานที่สำคัญทั้งการลงทุนและการพัฒนาโครงการต่างๆ ซึ่งยังคงเป็นช่วงคาบเกี่ยวของการวางรากฐานตามแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมระยะที่ 1 โดยจะสานต่อตามยุทธศาสตร์กระทรวง 4 ด้าน ประกอบด้วย
          ยุทธศาสตร์ที่ 1 การพัฒนาฐานรากเพื่อเศรษฐกิจดิจิทัล เป็นการเตรียมการขยายโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ รวมทั้งรองรับประชาคมอาเซียนด้วย แผนงาน/โครงการสำคัญๆ 5 เรื่อง ได้แก่ 1.การติดตั้งโครงข่ายอินเตอร์เน็ตในพื้นที่ห่างไกลให้ทั่วถึงและเท่าเทียม เป้าหมาย ครบทั้ง 79,000 หมู่บ้านทั่วประเทศ ในโครงการอินเตอร์เน็ตหมู่บ้านให้ลุล่วง เพื่อครบทั้ง 79,000 หมู่บ้านทั่วประเทศ ในโครงการอินเตอร์เน็ตหมู่บ้านให้ลุล่วง เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่ที่ปัจจุบันไม่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์และไม่มีบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงสามารถเข้าถึงเครือข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ได้เทียบเท่าประชาชนในเมือง 2.การพัฒนาระบบลงทะเบียนการใช้บริการฟรีไวไฟ 3.การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลระหว่างประเทศ โดยการเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายอินเตอร์เน็ตระหว่างประเทศสู่การเป็นดิจิทัลฮับของอาเซียน ด้วยการขยายความจุระบบเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศ ในวงเงินงบประมาณรวม 5,000 ล้านบาท 4.โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและยกระดับบริการอิเล็กทรอนิกส์ 5.โครงการท่อไร้สายใต้ดิน
          ยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาส่งเสริมเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล ได้แก่ การส่งเสริมธุรกิจดิจิทัลสตาร์ตอัพ การส่งเสริมการสร้างสภาพแวดล้อม ที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล อาทิ ศึกษาแนวทางการเชื่อมโยงข้อมูลสินค้าและกระบวนการตรวจสอบในยุคดิจิทัล อาทิ ศึกษาแนวทางการเชื่อมโยงข้อมูลสินค้าและกระบวนการตรวจสอบย้อนกลับสินค้า การพัฒนาฐานข้อมูลและข้อมูลเพื่อทำมาตรฐานสินค้าด้วยมาตรฐานสากล การพัฒนาระบบการออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ การพัฒนาระบบและเชื่อมโยงระบบการออกใบรับรองและใบอนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อการอำนวยความสะดวกทางการค้า
          ยุทธศาสตร์ที่ 3 การส่งเสริมการสร้างบริการดิจิทัล เป็นการยกระดับการบริการของหน่วยงานภาครัฐ โดยมีแผนงานสำคัญๆ ได้แก่ การบูรณาการข้อมูลและระบบงานภาครัฐเพื่อสนับสนุนมาตรการและนโยบายของรัฐ การบูรณาการศูนย์ข้อมูลภาครัฐ การอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการใช้บริการภาครัฐ การลดสำเนากระดาษเพื่อบริการประชาชน ศูนย์บริการภาครัฐสำหรับประชาชน การพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และการสร้างเครือข่ายรักษาความปลอดภัยในโลกไซเบอร์
          ยุทธศาสตร์ที่ 4 การส่งเสริมและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและเตือนภัยด้านอุตุนิยมวิทยาด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลให้สามารถพยากรณ์ได้ลงลึกระดับ ตำบล
          * มั่นใจสางปัญหาเก่าได้
          "สำหรับปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นของกระทรวงดีอีเอง และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอีเอง เช่น ปัญหารัฐวิสาหกิจบางแห่งขาดทุนอย่างอย่างหนัก การปรับปรุงแก้ไขสัญญาเพื่อให้บริการในกิจการดาวเทียม หรือ ภารกิจงานที่ยังไม่เคลื่อนต่าง หลังจากนี้ จะมีการเดินทางไปเยี่ยมเยียนทุกหน่วยงานของกระทรวงดีอี เพื่อรับฟังปัญหาอย่างละเอียด ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าทุกปัญหาหากเราตั้งใจก็จะสามารถแก้ไขได้" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีกล่าวปิดท้าย
          ได้รับฟังข้อมูลจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีคนแรก ยิ่งเป็นเรื่องที่น่าติดตามมากขึ้นว่าหลังจากนี้ไปการเดินหน้าสางปมร้อนต่างๆ ของกระทรวงดีอี จะเดินไปในทิศทางใด ภายใต้การนำของนายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์...
          "ยอมรับว่าผมเป็นมนุษย์ยุคปี 1995 การต้องมารับงานกระทรวงดีอี  ที่ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเรื่องของความทันสมัยถือเป็นเรื่องยากพอควร แต่จะทำให้ได้"
--จบ--