"เทเลนอร์"เดินหน้าลุย ฮัลโหลเมียนมา

เทเลนอร์ บริษัทโทรคมนาคมจากนอร์เวย์ ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตแก่ลูกค้าราว 18 ล้านคนทั่วเมียนมา โดยแข่งขัน กับอูรีดูจากกาตาร์ และเอ็มพีทีของรัฐบาล ซึ่งขณะนี้ลูกค้าราว 64% ของเทเลนอร์ใช้บริการอินเทอร์เน็ตของบริษัทด้วย
          อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในวงการนี้กำลังสูงขึ้นราย เนื่องจากภายในสิ้นปี 2559 บริษัทโทรคมนาคมรายใหม่ ที่กลุ่มทุนเมียนมา และเวียดเทล บริษัทโทรคมนาคมเวียดนาม ตั้งเป็นบริษัทร่วมทุน จะเข้าสู่ตลาดบริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือเป็นรายล่าสุดของประเทศ
          นายลาร์ เอริค เทลมันน์ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) เทเลนอร์ เมียนมา กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย ที่จะมีผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายที่ 4 ในเมียนมา และบริษัทก็ทราบดีว่าสิ่งนี้จะต้องเกิดขึ้น ส่วนบริษัท ก็ได้วางแผนต่างๆ ไว้ตั้งแต่เริ่มเข้ามาทำธุรกิจ ในประเทศนี้ ทั้งยังมองว่า การแข่งขันใดๆ ที่จะเข้าสู่เมียนมาก็จะเป็นเรื่องดีทั้งนั้น เพราะ ทราบดีว่า การแข่งขันเป็นตัวขับเคลื่อนนวัตกรรมและแนวคิดใหม่ๆ ทั้งยังทำให้บริษัท แข็งแกร่งขึ้นด้วย เทเลนอร์จึงยินดีต้อนรับการแข่งขันอย่างมาก และย้ำว่า สิ่งนี้เป็นผลดี ต่อการริเริ่มการดำเนินงานในแง่ของการพัฒนา
          ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังไม่ได้ตอบชัดเจนเกี่ยวกับวิธีการเตรียมตัวรับมือผู้เล่นรายใหม่รายนี้ แต่บอกเพียงว่า บริษัทมีแผนการกับเรื่องต่างๆเสมออย่างที่เป็นมาตลอด และยังจะสร้างความพึงพอใจให้กับผู้บริโภคให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งการทำให้ลูกค้ามีความสุขที่สุดคือวิธีการเตรียมตัวที่ดีที่สุด ต่อคู่แข่ง ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีบริษัทภายนอกที่ทำการสำรวจการใช้โทรศัพท์มือถือกับกลุ่มตัวอย่าง 5,000 คน จึงได้ข้อมูลหลายด้านเกี่ยวกับการทำธุรกิจ และได้ข้อมูลที่ช่วยปรับปรุงการบริการให้ดีที่สุดต่อผู้บริโภค
          เขากล่าวว่า ปีที่แล้ว บริษัทได้คะแนนความพึงพอใจสูงสุดจากผู้ให้บริการโทรคมนาคมในเมียนมาทั้ง 3 ราย เทเลนอร์ ต้องการให้ผู้บริโภครัก ไม่ใช่แค่ชอบ และยังมองหาวิธีการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อยู่เสมอ และถ้าหากทำเช่นนี้ได้ต่อไปเรื่อยๆ ก็จะเป็นวิธีการปกป้องบริษัทจากการแข่งขันทุกรูปแบบ
          เมื่อถามเกี่ยวกับการขยายธุรกิจในปีหน้า นายเทลมันน์ กล่าวว่า การลงทุนเป็นเรื่องของอนาคต แต่ที่ผ่านมา บริษัทได้ทำการลงทุนหลายอย่าง และได้ใช้เงินไปแล้ว 1,500 ล้านดอลลาร์ตลอดระยะเวลา 2 ปี ที่ผ่านมา ที่เทเลเนอร์ดำเนินธุรกิจในประเทศนี้ และใน 3 ปีที่บริษัทเข้าสู่ตลาดแห่งนี้ ดังนั้นการลงทุนในอนาคตจะขึ้นอยู่กับพัฒนาการของตลาด แต่แน่นอนว่า บริษัทจะลงทุนมากขึ้น
          ซีอีโอเทเลนอร์เมียนมา พูดต่อไปว่า ที่ผ่านมามีข่าวลือเกี่ยวว่าบริษัทจะถอน การลงทุนและออกจากตลาดเมียนมาไป แต่หลายคนสับสนเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาย้ำว่า ที่ผ่านมา บริษัทได้ลงทุนไปแล้ว 1,500 ล้านดอลลาร์ แต่ไม่มีการส่งผลกำไรจากประเทศนี้กลับประเทศ และเงินจำนวนดังกล่าวไม่ได้หลุดออกไปจากเมียนมา กำไรทั้งหมด ได้นำกลับมาลงทุนต่อเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดีกว่า และเพื่อช่วยขยายเครือข่ายโทรศัพท์มือถือออกไป สิ่งเหล่านี้คือทางเลือกที่บริษัทตัดสินใจว่าต้องการลงทุนต่อในประเทศนี้
          นอกจากนี้ ยักษ์ใหญ่โทรคมนาคมคม ยังได้เปิดตัวบริการโอนเงินดิจิทัล "เวฟ มันนี่" เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าชาวเมียนมา
          นายเทลมันน์ เผยว่า บริการดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มแรกเท่านั้น แต่บริษัทจะลงทุนเพิ่มขึ้น เพื่อขยายธุรกิจนี้ในอนาคตด้วย แต่ธุรกิจการเงินโทรศัพท์มือถือนั้นต้องมองในระยะยาว เพราะในสังคมเมียนมา ขณะนี้ มีคนไม่มากที่มีบัญชีธนาคารเป็นของ ตัวเอง จึงเชื่อว่าการเข้าถึงบัญชีธนาคารเพื่อการโอนเงินหรือเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการเป็นสิ่งที่สำคัญ และบริการนี้ควรเปิดให้คนจำนวนมากเข้าถึงได้มากกว่าที่เป็นอยู่ เหตุนี้ จะทำให้แพลตฟอร์มเงินดิจิทัลของตัวเองให้เป็นประโยชน์มากขึ้น
          เขาเสริมว่า หากต้องการทำให้คนมี บัญชีธนาคารด้วยวิธีเดิมๆ นั้น จะต้องตั้งธนาคารขึ้นมา แต่บริการของบริษัทต่างออกไป ตรงที่นำเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือรวมเข้ากับบริการการเงิน ทำให้เข้าถึงผู้บริโภคได้มากกว่า และบริษัทยังมีเป้าหมายทำให้สัญญาณโทรศัพท์มือถือครอบคลุม 90% ของประชากรเมียนมาในปีนี้ด้วย
          อย่างไรก็ตาม ทรัพยากรบุคคลของเมียนมา ยังถือว่าต้องพัฒนาอีกมาก และความขัดแย้ง ในประเทศก็สร้างความยากลำบากในการทำตามเป้าหมายดังกล่าว
          นายเทลมันน์ยอมรับว่า ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่ง คือ ปัญหาการว่าจ้าง และการขยายโครงข่ายบริการของบริษัทในพื้นที่ของชนกลุ่มน้อยไม่ได้ นอกจากนี้บางพื้นที่ยังขาดแคลนระบบโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ จึงไม่เอื้ออำนวยต่อการตั้งเสาสัญญาณ
          เขาย้ำว่า จนถึงวันนี้บริษัทได้ลงทุนไปแล้ว 1,500 ล้านดอลลาร์ และจะยังคงเดินหน้าลงทุนไปเรื่อยๆ เพื่อยกระดับการให้บริการให้ ครอบคลุม และให้เท่าเทียมกันทุกพื้นที่ และเงิน ก้อนนี้จะนำมาให้บริการ 4จี "ของแท้" อีกด้วย
          ซีอีโอเทเลนอร์ เมียนมา บอกอีกว่า บริษัท ได้เปิดตัวบริการ 4จี ในกรุงเนปิดอว์แล้ว และจะขยายการให้บริการไปอีกหลายเมือง ในอีกไม่ช้า จึงไม่ต้องกังวลว่าหลายเมือง อย่าง นครย่างกุ้ง เมืองมัณฑะเลย์ และกรุงเนปิดอว์ จะไม่มีเครือข่ายโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตที่ทันสมัย อย่างที่เมืองในประเทศพัฒนาแล้วเมืองอื่นๆ มี
          'การทำให้ลูกค้ามีความสุขที่สุดคือวิธีการเตรียมตัวที่ดีที่สุด'
          บริการของบริษัทต่างออกไป ตรงที่นำเทคโนโลยีมือถือรวมกับบริการการเงิน ทำให้เข้าถึงผู้บริโภคได้มากกว่า