FSMARTลุ้นงบQ4กำไรนิวไฮลูกค้าAISเติมเงินผ่านตู้เพิ่ม

ลูกค้าAISเติมเงินผ่านตู้เพิ่ม
          “FSMART” มีลุ้นไตรมาส 4/59 ทำนิวไฮ โชว์กำไร 120 ล้านบาท โต 15% รับอานิสงส์ร้าน 7-11 ไม่ขายบัตรและสลิปเติมเงินมือถือของ AIS ส่งผลลูกค้า AIS หันเติมเงินผ่านตู้บุญเติมเพิ่มขึ้น ดันงบโตต่อเนื่อง โบรกฯแนะ “ซื้อ”  ราคาเป้าหมาย 22 บาท
          นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ขณะนี้ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้นบริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ FSMART โดยได้ปรับราคาเป้าหมายใหม่เป็น 22 บาทต่อหุ้น จากเดิมที่ 19.50 บาทต่อหุ้น ซึ่งจากกรณีร้าน 7-11 ไม่ขายบัตรและสลิปเติมเงินมือถือของ AIS ตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา เป็นอานิสงส์ให้มูลค่าเติมเงินผ่านตู้บุญเติมเพิ่มกว่าระดับปกติ
          ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ยังคาดกำไรสุทธิในไตรมาส 4/59 มีแนวโน้มดีกว่าที่เคยคาด และจะเติบโตทำสถิติสูงสุด (New High) ใหม่ ต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน จึงได้ปรับประมาณการกำไรปี 2559 เป็นเติบโต 50% และกรณี 7-11 ยกเลิกขายถาวร จึงได้ปรับประมาณการกำไรปี 2560-2561 ขึ้น 10-14% เป็นกำไรโตเฉลี่ย 33% ต่อปี จากการได้รับอานิสงส์ร้าน 7-11 ไม่ขายบัตรและสลิปเติมเงินมือถือของ AIS
          สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/59 คาดจะมีกำไรสุทธิที่ 120 ล้านบาท เติบโต 15% จากไตรมาสก่อน และเติบโต 55% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามการขยายตัวของจำนวนตู้เติมเงินระดับปกติ 6,000 ตู้ต่อเดือน และนโยบายควบคุมยอดเติมเงินต่อตู้ (ARPU) โดยรวม การพัฒนาคุณภาพบริการและบริการใหม่ๆ เช่น บริการโอนเงินผ่านตู้ ซึ่งปัจจุบันทำรายการได้เพิ่มกับ KBANK จากเดิมกับ KTB อีกทั้ง ยังมีบริการชั่งน้ำหนักเข้ากับตู้เติมเงินที่มีแนวโน้มโตดี แม้ยังเป็นสัดส่วนน้อย รวมทั้งอานิสงส์จากกรณี 7-11 ไม่ขายบัตรและสลิปเติมเงินมือถือของ AIS
          นอกจากนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ยังได้ปรับประมาณการกำไรปี 2559 เป็น 408 ล้านบาท เติบโต 50.3% จากปีก่อน ขณะเดียวกันยังปรับเพิ่มกำไรปี 2560 เป็น 566 ล้านบาท เติบโต 38.6% จากปี 2559 และปรับกำไรปี 2561 เติบโต 27.3% จากปี 2560 โดยปรับสมมุติฐานมูลค่าการใช้บริการผ่านตู้บุญเติมเป็นอัตราโตต่อเนื่อง 33% ต่อปี เป็น 33,000 ล้านบาทในปี 2560 เพิ่มขึ้นจากระดับ 22,000 ล้านบาทในปี 2559 และในปี 2561 จะเพิ่มเป็น 42,000 ล้านบาท
          โดยคาดปริมาณรายได้ต่อจำนวนคน (ARPU) เฉลี่ยต่อตู้ต่อเดือนจากปี 2559 ที่ 24,500 บาท จะเพิ่มเป็นประมาณ 27,000 บาท ขณะที่คงคาดจำนวนตู้เติมเงินจะเพิ่มระดับปีละ 22,000-24,000 ตู้ เป็น 136,000 ตู้ในปี 2561 โดยกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลัก คือ ผู้มีรายได้ระดับล่างถึงปานกลาง
          อย่างไก็ตาม ตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ร้าน 7-11 ได้หยุดขายบัตรและสลิปเติมเงิน 1-2-call ของ AIS คาดว่าเนื่องจากไม่สามารถตกลงเรื่องผลตอบแทนการขายกันได้ ทำให้มีลูกค้า AIS บางส่วนมาใช้บริการตู้เติมเงินบุญเติมที่อยู่หน้าร้าน 7-11 แทน ซึ่งตู้หน้าร้าน 7-11 มีประมาณ 7,000 ตู้ จากสาขาของร้าน 7-11 ทั้งหมด 9,300 สาขา
          นอกจากนี้ ณ สิ้นไตรมาส 3/59 FSMART มีตู้บุญเติมทั้งหมด 86,000 ตู้ทั่วประเทศ ส่งผลให้มูลค่าการใช้บริการผ่านตู้บุญเติมในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเฉลี่ยจากไตรมาสก่อนเกือบ 20% เป็นระดับเฉลี่ย 73 ล้านบาทต่อวัน จากปกติที่เพิ่มไตรมาสละ 5-7% และยืนในระดับดังกล่าวในเดือนพฤศจิกายน 2559