DTACลั่นเป้าหมายปี63ขึ้นอันดับ1ดิจิทัลแบรนด์ดึงบล็อกเชนปฏิวัติธุรกิจ

“ดีแทค” วางเป้าปี 63 ขึ้นอันดับ 1 “ดิจิทัลแบรนด์” ดึงเทคโนโลยี “บล็อกเชน” เข้ามาช่วยพัฒนากิจการโทรคมนาคมไทย สอดคล้องกับนโยบาย Thailand 4.0 ของรัฐบาล
          นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC เปิดเผยว่า บริษัทได้ตั้งเป้าหมายในการเป็นอันดับ 1 ดิจิทัลแบรนด์ ภายในปี 2563 เนื่องจากมีการเตรียมความพร้อมในการพัฒนากิจการโทรคมนาคมไทย โดยรวมถึงบล็อกเชนที่คาดว่าจะเข้ามาช่วยการดำเนินธุรกิจในทุกภาคส่วนของไทย สร้างการเติบโตให้แก่ประเทศผ่านเทคโนโลยี
          สำหรับบล็อกเชน (Blockchain) คือ นวัตกรรมเทคโนโลยีที่จะขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลที่ไม่ใช่แค่พลิกโฉมประเทศไทย แต่จะรวมถึงพลิกโฉมประเทศต่างๆ ในโลก เนื่องจากบล็อกเชนจะเข้ามาปฏิวัติโลกธุรกิจ และการเงินการธนาคาร และจะเข้ามายกระดับและเปลี่ยนวิถีชีวิตประชาชนทั่วไป แต่บล็อกเชนยังคงเป็นเทคโนโลยีที่ใหม่และต้องใช้เวลาในการแพร่หลายในสังคม
          ทั้งนี้ บล็อกเชนยังสอดคล้องกับโมเดลการพัฒนาของประเทศ คือ Thailand 4.0 ที่รัฐบาลได้กำหนดขึ้นเพื่อยกระดับรายได้ประชาชนและคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน และต้องร่วมกันพัฒนาระบบการเข้าถึงดิจิทัลที่ทุกฝ่ายจะต้องมีส่วนช่วยในกระบวนการลดความเหลื่อมล้ำในทางสังคมรวมทั้งจะมีการก้าวหน้าไปร่วมกัน ทั้งภาครัฐ ราชการ บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ บริษัทเอกชน ผู้ประกอบการรายย่อย เกษตรกร และประชาชน
          อีกทั้งจากรายงานการใช้งานดาต้าผ่านอินเทอร์เน็ตโดยเฉลี่ยบนมือถือโครงข่ายดีแทคต่อคนต่อเดือน จากเดือนต.ค. 59 ยังเพิ่มขึ้นประมาณ 200% เมื่อเทียบกับเดือนต.ค. 57 ขณะที่ข้อมูลจาก www.internetworldstats.com ในเดือนมิ.ย. 59 รายงานการจัดอันดับ 20 ประเทศที่มีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นสูงสุด มีประเทศไทยติดอยู่ในอันดับ 19 ของโลก โดยไทยมีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต 41 ล้านคน จากประชากรไทยประมาณ 68.2 ล้านคน โดยเพิ่มสูงถึง 1,682.6% เมื่อเทียบกับการใช้งานปี 2543-2559 แสดงว่าประเทศไทยมีการพัฒนาสู่ดิจิทัลอย่างรวดเร็ว
          “อุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยกำลังประสบและเป็นอุปสรรคต่อการส่งเสริมเทคโนโลยีในอนาคต คือ กรอบนโยบายที่ชัดเจนต่ออุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยในอนาคต เพื่อรองรับต่อปริมาณการใช้ข้อมูลมหาศาล หรือ บิ๊กดาต้า (Big Data) อันเกิดจากเทคโนโลยีการสื่อสารในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น 5G และ Internet of Things (IoT) ซึ่งเป็นแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีของโลกในอีก 3 ปีข้างหน้า” นายลาร์ส กล่าว