"ช้อปช่วยชาติ"ปลุกไอทีคึกปรับแคมเปญ-เปิดมหกรรมโละสต็อก

ทันทีที่ คณะรัฐมนตรี ผ่านแผนกระตุ้น เศรษฐกิจระลอกล่าสุด โดยเฉพาะมาตรการให้ผู้บริโภคทั่วไปสามารถนำใบเสร็จการ ซื้อสินค้าและบริการมาลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดาวงเงินไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท สำหรับการซื้อสินค้าในช่วง 14-31 ธ.ค.นี้ เริ่มสร้างความคึกคักให้ผู้ค้ากลุ่มสินค้าไอทีจัด แคมเปญร้อนรองรับมาตรการดังกล่าว
          ดันยอดขายเท่าตัว
          นายสมยศ เชาวลิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจ.ไอ.บี.คอมพิวเตอร์ กรุ๊ป จำกัด ผู้บริหารร้านค้าปลีกสินค้าไอทีภายใต้ชื่อ เจไอบี (JIB) เผยว่า มาตรการดังกล่าวส่งผลดีต่อการขายสินค้าไอทีช่วงปลายปี เพราะโดยปกติแล้วยอดขายช่วงปีใหม่ จะลดลงเฉลี่ย 30% จากวันปกติมียอดขายเฉลี่ย 20 ล้านบาทต่อวัน
          นอกจากนี้ แม้วงเงินเท่าเดิม แต่ขยายเวลาจาก 7 วันเป็น 18 วัน เชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นการซื้อได้มากขึ้นอีก เทียบกับช่วงมาตรการปีที่ผ่านมาที่สามารถกระตุ้นยอดได้มากกว่า 2 เท่าจากเวลาปกติ เพราะผู้ที่มีแนวโน้มจะซื้ออยู่แล้วก็จะตัดสินใจซื้อเลย และยังพบว่าส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่ราคามากกว่า 1.5 หมื่นบาท
          ทั้งสินค้าไอทีในปัจจุบันยังเป็นตลาดที่เริ่มมีผู้เล่นน้อย เพราะในกลุ่มผู้ค้าก็จะมีไม่กี่รายทำให้เชื่อว่ามาตรการดังกล่าว จะส่งผลดีในภาพรวม
          "เรากำลังทำแคมเปญด่วนๆ รองรับมาตรการนี้ จะมีทั้งสินค้าใหม่และเก่ามาเพิ่ม ตัวเลือกให้ลูกค้า เช่น โน้ตบุ๊ครุ่นเก่ามีของแถม และให้ราคาลดพิเศษเฉพาะช่วงนี้ด้วย รวมถึง การจับคู่สินค้าที่น่าสนใจมาลดราคาพิเศษช่วยกระตุ้นการซื้อมากขึ้นอีก"
          โดยสิ้นปีเชื่อว่า เจ.ไอ.บี จะทำยอดขายได้ราว 6,900 ล้านบาท ใกล้เคียงกับเป้าที่ ตั้งไว้ 7,000 ล้านบาท
          รายใหญ่เปิดโกดังโละ
          ขณะที่ "แอดไวซ์ โฮลดิ้งส์ กรุ๊ป" ผู้จำหน่าย สินค้าไอทีภายใต้ชื่อแอดไวซ์ รับนโยบายรัฐล่วงหน้าด้วยแคมเปญ "เปิดโกดังเซล" ลดช่วยชาติสูงสุด 80% กำหนดระยะเวลาซื้อ 15-18 ธันวาคมนี้ ที่แอดไวซ์สำนักงานใหญ่ (ถนนราชพฤกษ์) พร้อมจับมือสถาบัน การเงินเพิ่มทางเลือกให้ผู้ซื้อสามารถผ่อนสินค้าได้ โดยสินค้าที่จำหน่ายมีทุกหมวดตั้งแต่โน้ตบุ๊ค คอมพิวเตอร์ประกอบ เกมมิ่งเกียร์ ออลอินวัน เดสก์ท็อป พีซี สมาร์ทโฟน พรินเตอร์ เราเตอร์ รวมถึงอุปกรณ์เสริมต่างๆ เช่น โน้ตบุ๊คราคา 30,900 บาท ลดเหลือ 15,450 บาท และพรินเตอร์จากราคา 4,390 บาทเหลือ 2,990 บาท
          ด้านนางปิยะนุช รังคสิริ กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท ทีดับบลิวแซด คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เผยว่า ช่วงโค้งสุดท้ายของปีมั่นใจว่าตลาดสินค้าไอที โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังช่วงเดือนต.ค.และพ.ย.ยอดขายแผ่วลง แต่สำหรับเดือน ธ.ค.ซึ่งเป็นเดือนสุดท้าย ของปีที่ปกติเป็นฤดูกาลขายอยู่แล้ว ประกอบกับรัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นด้วยการเพิ่มอำนาจซื้อให้กับผู้บริโภค ยิ่งจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่าย ให้คึกคักขึ้น
          "เรามั่นใจว่า สินค้าของทีดับบลิวแซด โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือ รวมถึงอุปกรณ์เสริมต่างๆ จะมียอดขายคึกคักขึ้นจากมาตรการที่รัฐดำเนินการไปแล้วคือ การอัดฉีดเงิน ให้กับผู้มีรายได้น้อย ซึ่งเราเชื่อว่า ในจำนวน ผู้ลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย 8.3 ล้านคน จะมีส่วนหนึ่งที่เป็นลูกค้าของทีดับบลิวแซดแม้จะประเมินตัวเลขที่แน่นอนไม่ได้ แต่โดยปกติแล้ว สินค้าไอทีเป็นสินค้าที่ผู้บริโภค ในกลุ่มนี้มีความต้องการสูง ขณะที่สินค้าแบรนด์เราก็อยู่ในช่วงราคาที่ผู้บริโภคในกลุ่มนี้ สามารถครอบครองเป็นเจ้าของได้ง่าย" นางปิยะนุช กล่าว
          เปิดโอกาสสินค้าราคาเบา
          นอกจากนี้ในช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายของปี ที่รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นด้วยการนำค่าใช้จ่ายการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคไป ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จะทำให้ทีดับบลิวแซดได้รับอานิสงส์จากมาตรการดังกล่าวอย่างต่อเนื่องอีกด้วย
          ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวแคมเปญใหม่ "ทีดับบลิวแซด เลิฟ เลิฟ"เก่าแลกใหม่ปี 2 ให้ลูกค้านำโทรศัพท์มือถือทีดับบลิวแซดเครื่องเก่าแลกซื้อรุ่นใหม่ "ทีดับบลิวแซด วาย59" สมาร์ทโฟนจอใหญ่ 4จี ราคา 3,990 บาท จากราคาปกติ 4,990 บาท ตั้งแต่วันนี้-31 ธ.ค.นี้
          พร้อมโปรโมชั่น "โปรดี๊ดี..รับฟรี! 3 ชิ้น" สำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าในร้านทีดับบลิวแซด ชอป หรือร้านเทเลวิซที่ร่วมรายการ โดยสำหรับผู้ซื้อสินค้าราคาต่ำกว่า 6,000 บาท รับฟรีสายคล้องคอและสายดาต้าแบบสั้น, ซื้อสินค้าราคา 6,001-12,000 บาท รับฟรีสายคล้องคอ, สายดาต้า และแบตเตอรี่สำรอง ตั้งแต่วันนี้-31 ธ.ค.นี้ โดยปัจจุบันทีดับบลิวแซดมีสาขาให้บริการ 10 แห่ง และร้านเทเลวิซที่ร่วมรายการ 21 แห่ง
          "เรามั่นใจว่า จะได้รับผลบวกจากมาตรการอัดฉีดเงินให้ผู้มีรายได้น้อยแน่นอน เนื่องจากแบรนด์ทีดับบลิวแซดอยู่ในช่วงราคาที่ผู้บริโภคในกลุ่มนี้สามารถครอบครองเป็นเจ้าของได้ โดยสินค้ามีทั้งโทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์เสริม อยู่ในช่วงราคาระหว่าง 1,000-3,000 บาท" นางปิยะนุช กล่าว
          "เรากำลังทำแคมเปญด่วนๆ เพื่อให้รองรับกับมาตรการนี้ ก็จะมีทั้งสินค้าใหม่และเก่ามาเพิ่มตัวเลือกให้ลูกค้า"
          เราเชื่อว่าในจำนวนผู้ลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย 8.3 ล้านคนจะมีส่วนหนึ่งที่เป็นลูกค้าของเรา
          ทีดับบลิวแซด