CPALLเจรจาAISขายบัตร โบรกฯ เชียร์ "ซื้อเก็งกำไร" อัพเป้าใหม่ 68 บาท

โบรกฯ เชียร์ “ซื้อเก็งกำไร” อัพเป้าใหม่ 68 บาท
          โบรกฯ เชียร์ “ซื้อเก็งกำไร” CPALL อัพราคาเป้าหมายเป็น 68 บาท สะท้อนฐานะการเงินแกร่งขึ้นหลังออก Perpetual Bond พร้อมคาดอยู่ระหว่างเจรจากับ AIS ในการกลับมาขายบัตรเติมเงิน เหตุยกเลิกกระทบรายได้จากบริการ 800-1,000 ล้านบาท/ปี
          นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” บริษัท ซีพี ออลล์  จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL หลังจากมีการ fine tune ประมาณการกำไรเพื่อสะท้อนถึงความสามารถในการทำกำไรสูงขึ้นโดยปรับประมาณการขึ้น 2-3% อีกทั้งปรับลดต้นทุนทางการเงินเฉลี่ย (WACC) เพื่อสะท้อนต้นทุนเงินทุนที่ลดลง ทำให้ราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นจาก 59 บาท เป็น 68 บาท
          โดยคาดกำไรของ CPALL เติบโตสม่ำเสมอจากการขยายสาขาปีละ 700 สาขา อัตรากำไรสูงขึ้นจากการเพิ่มสัดส่วนสินค้าที่อัตรากำไรสูงและเพิ่มประสิทธิภาพดำเนินงาน อีกทั้งบริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) หรือ MAKRO มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ส่วนในระยะสั้น CPALL มีแนวโน้มได้ผลบวกต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ขณะที่ฐานะการเงินดีขึ้นจากการออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน ไถ่ถอนเมื่อเลิกบริษัท (Perpetual Bond) มูลค่า 10,000 ล้านบาท
          ทั้งนี้ ในช่วงปลายเดือน พ.ย. CPALL มีการออก Perpetual Bond ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนครบกำหนดตั้งแต่ปีที่ 5 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-5 เท่ากับ 5% ปีที่ 6-10 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี เพิ่มขึ้น 3.63% (คิดเป็น 5.50%), ปีที่ 11-50 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี เพิ่มขึ้น 4.13% (คิดเป็น 6%) และปีที่ 51 เป็นต้นไป อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี เพิ่มขึ้น 5.13% (คิดเป็น 7%)
          สำหรับหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน บันทึกบัญชีต่างจากหุ้นกู้ปกติ โดยในงบกำไรขาดทุน ไม่ต้องบันทึกดอกเบี้ยของหุ้นกู้ และในงบดุลจะบันทึกในส่วนของผู้ถือหุ้น ไม่ได้บันทึกเป็นหนี้สิน ส่งผลให้อัตราหนี้สินสุทธิต่อทุนลดลงจาก 4 เท่าในปี 2558 เป็น 2.90 เท่าในปี 2559 และ 2.30 เท่าในปี 2560 สอดคล้องกับ Bond covenant ที่ 3.50 เท่าในปี 2559 และ 2.50 เท่าในปี 2560
          ด้านผลกระทบจากการเลิกขายบัตรเติมเงิน AIS การที่ร้านเซเว่นฯ ยกเลิกขายบัตรเติมเงิน AIS นับตั้งแต่เดือน ต.ค. คาดจะส่งผลให้รายได้จากบริการ (Service income) ลดลง 800-1,000 ล้านบาทต่อปี คิดเป็นสัดส่วน 0.20% ของรายได้รวมของ CPALL ที่คาดว่าในปี 2559 จะมีรายได้ 452,576 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่มีรายได้ 405,689 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 16,427 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่มีกำไรสุทธิ 13,682 ล้านบาท และคาดจะกระทบต่อกำไรสุทธิปี 2560 ประมาณ 3-4% โดยจะมีกำไรสุทธิ 19,245 ล้านบาท และมีรายได้ 501,175 ล้านบาท  อย่างไรก็ตาม บริษัทยังอยู่ระหว่างเจรจากับ AIS ในการกลับมาขาย
          ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยคาดจะส่งผลบวกต่อ CPALL ไม่ว่าจะเป็นการที่รัฐบาลให้เงินผู้มีรายได้น้อยฯ 5.4 ล้านคน 1,500-3,000 บาทต่อคน วงเงินรวม 12,750 ล้านบาท และการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 5-10 บาทใน 69 จังหวัด มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.60 เป็นการเพิ่มกำลังซื้อและกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยสำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อย
          นอกจากนั้น มาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับการท่องเที่ยว คาดจะทำให้มีการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศเพิ่มขึ้น ส่งผลบวกต่อยอดขายของร้านเซเว่นฯ ในปั๊มน้ำมันและพื้นที่ท่องเที่ยว โดยคาดว่ากำไรไตรมาส 4/59 เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคเริ่มฟื้นตัวขึ้นตั้งแต่กลางเดือน พ.ย.