"เอ็มจี" ชูอินคาเน็ตสร้างการรับรู้ดันยอด

พลพัต สาเลยยกานนท์
          จะดีแค่ไหนหากคุณสามารถคุยกับรถยนต์ของคุณเองได้…?
          เทคโนโลยีหนึ่งในรถยนต์แบรนด์ "เอ็มจี" ของบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) อย่าง อินคาเน็ต (inkaNet) ที่พัฒนาขึ้นและนำมาใส่ไว้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานภายในรถยนต์ของแบรนด์ ดังกล่าว ซึ่งวันนี้ถึงแม้จะมีเทคโนโลยี ดังกล่าวในรถยนต์ 3 รุ่นจาก 4 รุ่น ได้แก่ เอ็มจี จีเอส, เอ็มจี 5 และเอ็มจี 6 รุ่นไมเนอร์เชนจ์
          ทั้งนี้ เอ็มจี มีนโยบายในการนาเทคโนโลยีดังกล่าวมาพัฒนาต่อยอดเพื่อนำไปสู่การติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรถยนต์ทุกรุ่นของบริษัทในอนาคต ซึ่งน่าจะเป็นจุดดึงดูดหนึ่งที่ทำให้ผู้บริโภคนำไปประกอบการตัดสินใจซื้อรถยนต์ของแบรนด์นี้
          พงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ด้วยไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในปัจจุบันของผู้บริโภคที่ต้องมีการเชื่อมต่อและสื่อสารกันตลอดเวลา เอ็มจีจึงนำเสนอระบบอินคาเน็ตที่มอบการสื่อสารระหว่างผลิตภัณฑ์และผู้ใช้ผ่านการเชื่อมต่อแบบไร้สายเพื่ออำนวยความสะดวกสบายและยกระดับความปลอดภัยในการใช้งานรถยนต์เอ็มจี
          ดังนั้น เทคโนโลยีอินคาเน็ตจึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเข้ามาเป็นเหมือนผู้ช่วยส่วนตัวของผู้ขับขี่ที่ทำให้การใช้ชีวิตประจาวันหรือการดำเนินกิจกรรมต่างๆ มีความง่ายดายมากยิ่งขึ้น ที่ทำให้รถและผู้ขับขี่มีการสื่อสารและเชื่อมต่อถึงกันได้ตลอดเวลาแบบเรียลไทม์ผ่านเครือข่ายโทรศัพท์ไร้สาย พร้อมสามารถสั่งการและตรวจสอบการทำงานของรถยนต์ได้ทุกที่ทุกเวลาเพื่อความสะดวกสบายและปลอดภัย
          เทคโนโลยีดังกล่าวเป็นการเชื่อมต่อผ่าน T-Box ซึ่งเป็นชุดการสื่อสารที่ติดตั้งในรถยนต์เอ็มจีและเซิร์ฟเวอร์เก็บข้อมูลของทางเอ็มจีเพื่อรักษาข้อมูลของผู้ขับขี่ด้วยความปลอดภัยสูงสุด ซึ่งทางเอสเอไอซี มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น (SAIC Motors Corporation) ได้พัฒนาฟังก์ชั่นการใช้งานเพิ่มเติมมาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ครอบคลุมทั้งฟังก์ชั่นการควบคุมรถตามสั่ง ฟังก์ชั่น การเชื่อมต่อสื่อสาร และฟังก์ชั่นผู้ช่วยส่วนตัว เพื่อมอบทั้งความสะดวกสบายและความปลอดภัยเหนือระดับให้แก่ผู้ใช้งาน
          ฟังก์ชั่นการ "ควบคุมรถตามสั่ง" ช่วยให้ตัวรถปลอดภัยและพร้อมใช้งานตลอดเวลา โดยสามารถตรวจสอบการทำงานเบื้องต้นผ่านสมาร์ทโฟนได้ทุกที่ทุกเวลา อาทิ การทำงานของเครื่องยนต์ ระบบเบรก ถุงลมนิรภัย ขณะเดียวกันยังสามารถตรวจสอบสถานะของรถยนต์ ได้แก่ การแจ้งระดับแบตเตอรี่ ระดับ น้ำมันเชื้อเพลิงในถัง และอุณหภูมิอากาศภายนอกรถ
          ผู้ขับขี่ยังจะได้รับการแจ้งเตือนเมื่อรถมีการเคลื่อนที่ผิดปกติ หรือมีการสตาร์ทเครื่องยนต์ พร้อมกับสามารถสั่งการรถยนต์เอ็มจีได้ทั้งการล็อกหรือปลดล็อกจากระยะไกล มีระบบค้นหารถด้วยการสั่งให้เปิดไฟหน้าในที่มืด นอกจากนี้ยังสามารถกำหนดขอบเขตรัศมีของรถได้ระหว่าง 500 ม.-10 กม. หากออกนอกรัศมี ดังกล่าวก็จะมีการแจ้งเตือนทันทีไปยัง สมาร์ทโฟนของคุณ
          ฟังก์ชั่นการควบคุมรถตามสั่งของระบบอินคาเน็ตยังสามารถแจ้งอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเพื่อให้ผู้ขับขี่ได้ปรับพฤติกรรมการขับเพื่อความประหยัดยิ่งขึ้น โดยสามารถเปรียบเทียบอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันทั้งแบบรายสัปดาห์และรายเดือน รวมถึงการเปรียบเทียบอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันระหว่างรถของคุณกับรถเอ็มจีของคนอื่น เพื่อสร้างการแบ่งปันข้อมูล
          ขณะที่ฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อสื่อสารจะทำให้ผู้ขับขี่มีการเชื่อมต่อตลอดเวลา ทั้งการแชร์สัญญาณอินเทอร์เน็ตไร้สาย รับและส่งข้อความผ่านหน้าจอภายในรถยนต์ รวมถึงการโทรออกและรับสายผ่านหน้าจอรถยนต์
          อีกทั้งฟังก์ชั่นผู้ช่วยส่วนตัว จะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถสั่งการค้นหาเส้นทางไปยังจุดหมายด้วยกูเกิลแมปเพื่อวางแผนก่อนออกเดินทาง และสามารถติดต่อคอลเซ็นเตอร์ที่เป็นเหมือนเลขาฯ ส่วนตัวเพื่อสอบถาม ขอคำแนะนำ ความช่วยเหลือ รวมถึงการส่งเส้นทางการเดินทางมายังหน้าจอวิทยุรถยนต์โดยไม่ต้องเสียเวลาค้นหาด้วยตนเองอีกต่อไป
          อย่างไรก็ตาม การใช้งานระบบ อินคาเน็ตในครั้งแรก ผู้ขับขี่จะต้องลงทะเบียนพร้อมรายละเอียดยืนยันความเป็นเจ้าของรถยนต์ เพื่อความปลอดภัย โดยสามารถลงทะเบียนและใช้งานระบบอินคาเน็ตผ่าน 3 ช่องทาง ได้แก่ สมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ และคอลเซ็นเตอร์
          นอกเหนือจากเทคโนโลยีดังกล่าวที่ได้รับแล้วนั้น ยังอุ่นใจกับการรับประกันคุณภาพนาน 4 ปี หรือ 1.2 แสน กม. บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) และบริการลูกค้าสัมพันธ์ (MG Call Center) ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงบริการตรวจเช็กระยะนอกสถานที่ (Mobile Services) เมื่อมีการโทรแจ้งนัดหมายล่วงหน้าอีกด้วย
          จากการนำเสนอเทคโนโลยีดังกล่าวของเอ็มจี ถือได้ว่าเป็นจุดดึงดูดอย่างหนึ่งที่เข้ามาอำนวยความสะดวกสบายในชีวิตให้กับผู้บริโภคในยุคสมัยแห่งการสื่อสารที่ไร้ขีดจำกัดเช่นนี้ โดยเฉพาะเมื่อเทคโนโลยีดังกล่าวมาอยู่ในรถยนต์ที่สามารถเข้าถึงง่ายในราคาเหมาะสม
          ดังนั้นแล้วหากจะให้เปรียบเทียบกับคู่แข่งในตลาดระดับเดียวกันสำหรับเทคโนโลยีนี้เป็นเทคโนโลยีที่เหนือกว่า คู่แข่งในตลาด ซึ่งไม่แปลกเลยที่เพียงระยะเวลา 2 ปีของการทำตลาดในประเทศ ไทยจึงมียอดขายเติบโตแตะระดับ 1 หมื่นคันได้ ถึงแม้จะอยู่ในสภาวการณ์ของตลาดที่ชะลอตัวด้วยปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อตลาดที่ชะลอตัวในช่วงที่ผ่านมาคงจะต้องจับตาเอ็มจี ที่มีนโยบายการนาเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่สู่ตลาดที่มาพร้อมด้วยเทคโนโลยีดังกล่าวและการให้ข้อมูลต่อผู้บริโภคสร้างการรับรู้ความเข้าใจ ที่จะทำให้อัตราการเติบโตในอนาคตของบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการลงทุน การก่อสร้างโรงงานผลิตนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทในประเทศไทยที่มองเห็นศักยภาพ ของตลาดเพื่อเป็นฐานการผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวา เพื่อจำหน่ายในประเทศและการส่งออก