ALTเร่งปิดดีลคดีCATปีนี้ จ่อรับทรัพย์เกิน400ล้าน

 จ่อรับทรัพย์เกิน400ล้าน
          ALT เจรจานอกรอบ CAT เร่งหาข้อยุติค่าชดเชยเสียหายกรณีผิดสัญญาใช้บริการโครงข่าย หลัง CAT สนใจเช่าโครงข่ายเพิ่ม คาดได้ข้อสรุปในปีนี้ จ่อรับทรัพย์เกิน 400 ล้านบาท เล็งเซ็นสัญญาให้เช่าโครงข่ายกับโอเปอเรเตอร์รายใหญ่ต้นปี 60
          แหล่งข่าวจากวงการสื่อสาร เปิดเผยว่า กรณีที่ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT (กสท.) จะต้องชดเชยค่าเสียหายให้กับบริษัทเอแอลที เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ALT หลัง ALT ได้ยื่นฟ้องร้อง CAT ในเรื่องที่ผิดสัญญาใช้บริการโครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสง และอุปกรณ์ประกอบ Fiber to the Factory (FTTX) ภายในเขตพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมแห่งหนึ่ง ขณะนี้ ทาง ALT กับ กสท.อยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อหาข้อสรุปในส่วนของวงเงินการชดเชย
          โดยทั้งสองบริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาหาข้อตกลงที่จะชำระค่าเสียหายภายในปี 2559 และทางกสท.มีความต้องการที่จะเช่าโครงข่ายของ ALT เพิ่มเติม พร้อมกับชำระค่าเสียหายดังกล่าวตามที่ศาลปกครองได้มีคำพิพากษาไว้ ดังนั้นจะทำให้ ALT มีโอกาสที่จะได้รับวงเงินค่าชดเชย และค่าเช่าโครงข่าย เป็นมูลค่ามากกว่า 400 ล้านบาท
          อย่างไรก็ตามหากทั้งสองบริษัทยังไม่สามารถตกลงกันได้ อาจจะต้องปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยขณะนี้ทาง กสท.ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดแล้ว หลังจากที่ศาลปกครองกลางได้พิจารณาให้ชดใช้ค่าเสียหายให้ ALT
          ด้านนายสมบุญ เศรษฐ์สันติพงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการสายบัญชี และการเงิน ALT เปิดเผยว่า ขณะนี้โครงการก่อสร้างโครงข่ายไฟเบอร์ใยแก้วนำแสงมีความคืบหน้าแล้วประมาณ 90% โดยแบ่งเป็นจำนวน 2 เฟส ซึ่งเฟสที่ 1 อยู่บริเวณภาคใต้ และเฟสที่ 2 ตั้งอยู่บริเวณภาคเหนือ, ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีมูลค่างานก่อสร้างอยู่ที่จำนวน 450 ล้านบาท ซึ่งเสาโครงข่ายดังกล่าวตั้งขนานแนวทางรถไฟทั่วประเทศ
          ทั้งนี้คาดมีการเซ็นสัญญากับโอเปอเรเตอร์รายใหญ่ที่จะเช่าโครงข่ายไฟเบอร์ใยแก้วนำแสงในต้นปี 2560 ซึ่งจะมีการเซ็นสัญญาแบบระยะยาวเป็นเวลา 10-15 ปี ขณะเดียวกันตอนนี้ได้มีการเซ็นสัญญาที่เป็นแบบระยะเวลาสั้นบ้างแล้ว โดยคาดว่าภายในปี 2560 จะมีอัตราการเช่าโครงข่ายไฟเบอร์ใยแก้วนำแสงจำนวน 10%
          ขณะที่บริษัทวางเป้าหมายปี 2560 จะมีสัดส่วนกำไรสุทธิที่สามารถรับรู้แบบประจำอยู่ที่ 25% จากสิ้นปี 2559 อยู่ที่ 15% ขณะที่ตามแผน 5 ปี (2559-2563) จะมีสัดส่วนกำไรสุทธิดังกล่าวอยู่ที่ 50% โดยจะมาจากการที่บริษัทจะขยายโครงข่ายพื้นที่ให้เช่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
          นอกจากนี้ ล่าสุดบริษัทได้เข้าไปเจรจากับผู้ให้บริการรถไฟฟ้า และโอเปอเรเตอร์ เพื่อเตรียมวางโครงข่ายไฟเบอร์ใยแก้วนำแสงตามแนวรถไฟฟ้าสำหรับรองรับกับความต้องการของโอเปอเรเตอร์ รวมทั้งจะมีโอกาสทางธุรกิจที่เติบโตจากโครงการของภาครัฐ เช่น โครงการอินเทอร์เน็ตหมู่บ้าน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการภายในปี 2560 เป็นต้นไป
          ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 30 ก.ย.59 ที่ผ่านมา ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาให้คู่สัญญาของ ALT ชดใช้ค่าเสียหายให้จากกรณีที่ ALT ได้มีการฟ้องร้องลูกค้า (โอเปอเรเตอร์ภาครัฐรายหนึ่ง) ผิดสัญญาใช้บริการโครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสง และอุปกรณ์ประกอบ Fiber to the Factory (FTTX) ภายในเขตพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมแห่งหนึ่ง
          โดย ALT ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางเมื่อวันที่ 22 ส.ค.56 เพื่อให้คู่สัญญาชำระค่าเสียหายในค่าเช่าบริการโครงข่ายที่ผิดนัดดอกเบี้ยเงินกู้ที่นำมาลงทุนในโครงข่าย และค่าเสียโอกาสในการลงทุน
          สำหรับสาระสำคัญของคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง คือ ให้คู่กรณีต้องชดใช้ค่าขาดประโยชน์จากการใช้โครงข่ายดังกล่าวในอัตราเดือนละ 13.50 ล้านบาท ซึ่งเริ่มนับจากวันที่ 12 ก.พ.56 (วันถัดจากวันครบกำหนดส่งมอบคืนโครงข่าย) จนกว่าโครงข่ายดังกล่าวจะถูกส่งมอบคืนเป็นเรียบร้อย ทั้งนี้หากนับตั้งแต่ที่ทางบริษัทส่งมอบโครงข่ายไปจนถึงปัจจุบันรวมเป็นเงินประมาณ 620 ล้านบาท
          อย่างไรก็ตามคดีดังกล่าวยังไม่ถึงที่สุด เนื่องจากศาลให้ระยะเวลากับคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายได้เจรจาหาข้อตกลงกันก่อนจำนวน 60 วัน และให้สิทธิ์คู่กรณีสามารถใช้สิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ได้ภายในระยะเวลา 30 วัน นับจากวันที่ศาลมีคำพิพากษา ซึ่งบริษัทคาดว่าทางคู่กรณีจะยังคงใช้สิทธิ์ในการยื่นอุทธรณ์ต่อศาล พร้อมทั้งเจรจาหาข้อสรุปกับทางบริษัทไปด้วย เบื้องต้นคาดว่าจะได้ข้อตกลงเป็นที่พอใจทั้งแก่ทั้ง 2 ฝ่ายได้ภายในปี 2559