แคท ลงทุนเคเบิลใต้น้ำใหม่รับการใช้งาน

แคท เปิดให้บริการเคเบิลใต้น้ำ "เอพีจี" เส้นใหม่ รองรับการใช้งานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก คาดอีก 3 ปีความต้องการแบนด์วิธโตอีก 6 เท่า
          นายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานตลาดและการขายบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ แคท (CAT) กล่าวว่า ปัจจุบันปริมาณความต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตทั้งในและต่างประเทศเติบโตสูงมาก จากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ทั้ง 4จี และอินเทอร์เน็ต ออฟธิงส์ ทำให้คนบริโภคคอนเทนต์มากขึ้น โดย 70% ใช้กูเกิล และ 10-20% ใช้เฟซบุ๊ก บวกกับการขยายฐานการให้บริการของผู้ให้บริการคอนเทนต์รายใหญ่  เช่น กูเกิล  ยูทูบ เฟซบุ๊ก และไมโครซอฟท์ เข้ามาในภูมิภาคเอเชีย อย่างสิงคโปร์ ฮ่องกง และญี่ปุ่น และการขยายตัวของเศรษฐกิจและการค้าในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เมียนมา ลาว กัมพูชา ที่ใช้งานอินเทอร์เน็ตสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด
          ทั้งนี้ แคทได้พัฒนาระบบเคเบิลใต้น้ำอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้เปิดใช้งานเคเบิลใต้
          น้ำระบบใหม่ Asia Pacific Gateway (APG) ด้วยงบลงทุน 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ความยาวประมาณ 10,900 กม. เชื่อมต่อตรงจากประเทศไทยไปยังประเทศต่าง ๆ ในกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิก สามารถขยายแบนด์วิธด้วยความเร็วในการรับส่งข้อมูลมากกว่า 54 เทราบิตต่อวินาที หรือมากกว่า 54 ล้านเท่าของความเร็ว 1 เมกะบิตต่อวินาที ซึ่งเป็นความจุแบนด์วิธสูงสุดกว่าทุกระบบที่ใช้งานอยู่ในประเทศไทยในปัจจุบัน และเป็นจุดเด่นของระบบเอพีจี ที่เพิ่มขีดความสามารถรองรับปริมาณข้อมูลที่หนาแน่นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ  สำหรับแนวโน้มความต้องการแบนด์วิธสำหรับการสื่อสารข้อมูลและอินเทอร์เน็ตของประเทศไทยคาดว่าจะเพิ่มจาก 3 เทราบิตต่อวินาที เป็น 15-20 เทราบิตต่อวินาที หรือเพิ่มขึ้นราว 6 เท่าภายใน 3 ปีข้างหน้า  โดยภายในปีหน้าบริการแคท อินเทอร์เน็ต เก็ตเวย์(CAT Internet Gateway)จะเปิดให้บริการวงจรเชื่อมโยงความเร็วสูงขนาด 100 กิกะบิตต่อพอร์ต เชื่อมต่อโดยตรงกับผู้ให้บริการคอนเทนต์รายใหญ่ในต่างประเทศ.