ยอดจ่ายอี-มันนี่โตพุ่ง25% ธปท.เผยตัวเลขเดือนก.ย. กสิกรฯรอมาตรฐานก่อนรุกให้บริการ

 โพสต์ทูเดย์ - ธนาคารแห่งประเทศไทย รายงานว่า เดือน ก.ย. 2559 การชาระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ หรืออี-มันนี่มีมูลค่าการใช้จ่าย 7,469 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 25.85% จากช่วงเดียวกันปีก่อน
          โพสต์ทูเดย์ - ธปท.เผยอี-มันนี่ฮอต เดือน ก.ย.ใช้จ่าย 7,469 ล้าน โต 25.85% กสิกรไทยระบุขอรอกรอบมาตรฐานก่อนรุกบริการนี้
          ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานข้อมูลธุรกรรมการให้บริการการชาระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) หรืออี-มันนี่ (e-Money) เช่น บัตรโดยสารรถไฟฟ้า บัตรซื้ออาหารในศูนย์อาหาร บัตรเติมเงินโทรศัพท์มือถือ บัตรเติมเงินซื้อชั่วโมงอินเทอร์เน็ต บัตรชมภาพยนตร์ บัตรเงินสดสำหรับซื้อสินค้าในร้านสะดวกซื้อ กระเป๋าเงินบนโทรศัพท์มือถือ (อีวอลเล็ต) บัญชีเงินสดบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ใช้ช็อปปิ้งออนไลน์ เป็นต้น ที่ผู้ให้บริการที่เป็นสถาบันการเงิน (ธนาคารพาณิชย์) และผู้ให้บริการที่มิใช่สถาบันการเงิน (นันแบงก์) ต้องรายงานตาม พ.ร.ฎ.การควบคุมดูแลผู้ให้บริการการชาระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2551 ว่า เดือน ก.ย.ที่ผ่านมา มูลค่าการใช้จ่ายของอี-มันนี่เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันปีก่อนถึง 1,534 ล้านบาท หรือ 25.85% จาก 5,935 ล้านบาท เพิ่มเป็น 7,469 ล้านบาท เป็นไปตามพฤติกรรมและความสะดวกของผู้บริโภค
          ทั้งนี้ การเติบโตดังกล่าวถือว่าขยายตัวสูงมาต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขยายตัวจากการให้บริการของนันแบงก์ เห็นได้จากมูลค่าการใช้จ่ายทั้งหมด 7,469 ล้านบาท แบ่งเป็นมูลค่าการใช้จ่ายในส่วนของนันแบงก์ถึง 6,936 ล้านบาท เป็นมูลค่าการใช้จ่ายของฝั่งธนาคารพาณิชย์เพียง 553 ล้านบาท
          อย่างไรก็ดี มูลค่าการใช้จ่ายของ อี-มันนี่ เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าลดลง 253 ล้านบาท หรือ 3.28% จาก 7,722 ล้านบาท เหลือ 7,469 ล้านบาท เป็นการลดลงในส่วนของนันแบงก์ 284 ล้านบาท ส่วนธนาคารมีมูลค่าการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 51 ล้านบาท
          นอกจากนี้ ธปท.ยังรายงานมูลค่าการเติมเงินอี-มันนี่ เดือน ก.ย.ปีนี้ เทียบกับระยะเดียวกันปีก่อนว่า เพิ่มขึ้น 1,740 ล้านบาท หรือ 29.36% จาก 5,929 ล้านบาท เพิ่มเป็น 7,669 ล้านบาท ซึ่งการเติมเงินส่วนใหญ่เป็นของนันแบงก์ 7,111 ล้านบาท และธนาคารพาณิชย์อีก 558 ล้านบาท ขณะที่จำนวนบัตรหรือบัญชีการใช้อี-มันนี่ ทั้งระบบมีทั้งสิ้น 37.1 ล้านบัญชี เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันปีก่อน 6.41 ล้านบัญชี หรือ 20.89% แบ่งเป็นของนันแบงก์ 35 ล้านบัญชี และของธนาคารอีก 2.2 ล้านบัญชี
          ด้าน นายธีรนันท์ ศรีหงส์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย และประธานบริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) กล่าวว่า การขยายตัวของ อี-มันนี่ ถือว่าอยู่ในอัตราที่สูงพอสมควร เป็นไปตามความสะดวกของผู้บริโภคที่มั่นใจในการใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนสาเหตุที่การให้บริการของธนาคารมีปริมาณธุรกรรมอี-มันนี่ อาทิ แอพพลิเคชั่นจ่ายชาระเงินและโอนเงินต่างๆ กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (อี-วอลเล็ต) ฯลฯ น้อยกว่าด้านนันแบงก์นั้น ไม่ได้หมายความว่าธนาคารไม่สนใจที่จะเปิดให้บริการด้านนี้ เพียงแต่ธนาคารรอให้ระบบการให้บริการเหล่านี้มีการกำหนดมาตรฐานให้ชัดเจนมากขึ้นก่อน โดยปัจจุบันหน่วยงานกำกับเริ่มกำหนดมาตรฐานที่ชัดเจนมากขึ้นบ้างแล้ว คาดว่าในระยะต่อไปธนาคารน่าจะหันมาให้บริการมากขึ้น
          "ธนาคารไม่ใช่จะไม่ทำบริการ อี-มันนี่ เพียงแต่รอให้ระบบมีมาตรฐานที่ชัดเจนก่อน เวลาเปิดให้บริการไปแล้วจะได้สามารถเชื่อมต่อได้กับทุกแห่งและเชื่อมได้ทั่วโลก ไม่ใช่ออกมาแล้วต้องปรับให้เชื่อมได้ทีละบริการ ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นจะต้องมีการปรับปรุงกันบ่อย ทำให้เป็นต้นทุน อาจจะไม่คุ้มค่าในการออกผลิตภัณฑ์แต่ละตัว" นายธีรนันท์ กล่าว