คลังบูมจีดีพีปีหน้าโต4.5%

โพสต์ทูเดย์ - คลังเร่งเครื่องเศรษฐกิจไทย ดันจีดีพีปีหน้าโต 4-4.5% ผ่านเม็ดเงินลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชน การที่เศรษฐกิจปีหน้าขยายตัวเพิ่มขึ้นจะทำให้การเก็บภาษี ได้มากขึ้น รวมถึงการว่าจ้างงานมากขึ้นด้วย
          โพสต์ทูเดย์ - คลังเร่งเครื่องเศรษฐกิจไทย ดันจีดีพีโต 4-4.5% ผ่านเม็ดเงินลงทุนภาครัฐและเอกชน
          นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงแนวโน้มเศรษฐกิจในปีหน้าว่า คาดว่าจะขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 3.4% แต่กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการพิจารณามาตรการต่างๆ เพื่อให้เศรษฐกิจปีหน้าโตแบบก้าวกระโดดได้ 4.0-4.5% ซึ่งจะไม่ใช่มาตรการลดหย่อนภาษี แต่เป็นมาตรการที่เน้นรายจ่ายการลงทุนที่จะดำเนินการเบิกจ่ายได้จริงจำนวนมาก รวมถึงภาคเอกชนก็จะเริ่มกลับมาลงทุนจำนวนมาก เพราะไม่สามารถชะลอการลงทุนได้มากกว่านี้อีกแล้ว
          ทั้งนี้ การที่เศรษฐกิจปีหน้าขยายตัวเพิ่มขึ้นจะส่งผลดีจำนวนมาก ทั้งทำให้ประเทศหลุดจากกับดักรายได้ปานกลางได้เร็วขึ้น และการเก็บภาษีของประเทศได้มากขึ้น รวมถึงการว่าจ้างงานมากขึ้นด้วย ซึ่งตัวเลขเดือน ต.ค. 2559 ที่การว่างงานเพิ่มขึ้นสูงมาก เป็นผลจากฤดูกาลของภาคเกษตรกรรม และยังไม่มีความเสี่ยงกับเศรษฐกิจไทย โดยตัวเลขการว่างงานของไทยถือว่าเป็นจุดแข็งของเศรษฐกิจ เพราะมีการว่างงานที่ต่ำ ไม่ถึง 1% ของแรงงานรวม มีเพียงล่าสุดเดือน ต.ค. 2559 ที่การว่างงานเพิ่มขึ้นเป็น 1.2%
          นอกจากนี้ คลังได้ร่วมมือกับ บริษัท กสท โทรคมนาคม นำระบบบริการคลัง 4.0 GovConnect เข้ามาใช้เพื่อให้การทำงานของกระทรวงการคลัง มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยจะเริ่มใช้ที่สำนักงานปลัด ซึ่งจะทำให้เห็นภาพรวมการเบิกจ่าย การลงทุน และข้อมูลเศรษฐกิจต่างๆ รวมทั้งสามารถดึงข้อมูลต่างๆ ออกมาวิเคราะห์ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อจัดทำนโยบาย และออกมาตรการเศรษฐกิจได้อย่างเท่าทันเหตุการณ์
          นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ ธุรกิจ และเศรษฐกิจฐานราก ธนาคารออมสินได้มีการปรับประมาณการเศรษฐกิจในปี 2559 จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 3.1% เพิ่มเป็น 3.2% โดยมีปัจจัยสนับสนุนเศรษฐกิจไทยในปี 2559 คือ การบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวได้ดีขึ้นทั้งจากครัวเรือนในภาคการเกษตรและนอกภาคการเกษตร ด้านการอุปโภคและลงทุนของภาครัฐยังขยายตัวต่อเนื่อง สามารถลงทุนโครงการต่างๆ ได้ตามเป้าหมาย มีเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง ภาคการท่องเที่ยวยังคงมี แนวโน้มขยายตัว
          สำหรับข้อจำกัดและปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจไทยปีนี้ ปัจจัยภายนอก คือ การส่งออกสินค้าที่ยังคงหดตัวตามเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าและการใช้นโยบายการเงินของประเทศคู่ค้าที่แตกต่างกัน ส่งผลทำให้ค่าเงินบาทผันผวน รวมทั้งผล กระทบจากนโยบายด้านการค้าของสหรัฐ คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจการเงินและการค้าระหว่างประเทศระดับหนึ่ง ตลอดจนนโยบายด้านการเงินที่คาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นนัยสำคัญ
          ขณะที่ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงในประเทศจากเหตุความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ส่งผลกระทบให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ส่วนการลงทุนภาคเอกชนค่อนข้างทรงตัว ส่วนหนึ่งมาจากการส่งออกที่ขยายตัวในบางอุตสาหกรรมและหากภาคเอกชนกลับมาเป็นผู้นำในการลงทุนอีกครั้ง เศรษฐกิจไทยจะสามารถขยายตัวได้แข็งแกร่งมากขึ้น