"หอการค้า"ระดมสมองขับเคลื่อน"ไทยแลนด์4.0"

 หมายเหตุ - กรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จัดสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 34 ระหว่างวันที่ 26-27 พฤศจิกายน ภายใต้หัวข้อ "นวัตกรรม ทำจริง สู่ประเทศไทย 4.0" ที่โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน
          อิสระ ว่องกุศลกิจ
          ประธานกรรมการหอการค้าไทย
          เป็นเวลากว่า 230 ปี ที่โลกได้ผ่านการปฏิวัติอุตสาห กรรม ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงวิธีการผลิตและกระบวนการทางธุรกิจครั้งสำคัญมาแล้วถึง 3 ครั้ง นับตั้งแต่การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งแรกที่มีการใช้เครื่องจักรไอน้ำเป็นกำลังขับเคลื่อน การผลิตแทนแรงงานคนและสัตว์ ล่าสุดในการประชุมเวิลด์อีโคโนมิกฟอรั่ม ครั้งที่ 43 ผู้ก่อตั้งสภาเศรษฐกิจโลกได้เสนอข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการของเศรษฐกิจโลกว่าใกล้เข้าสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ซึ่งเป็นยุคที่นวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายในสังคมมนุษย์อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
          สิ่งต่างๆ รอบตัวเราจะถูกเชื่อมโยงด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล หรือที่เรียกว่าอินเตอร์เน็ตออฟธิงส์ ทำให้กระบวนการทางธุรกิจก็จะเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิง จะต้องมีการผสานกับนวัตกรรมต่างๆ อาทิ นาโนเทคโนโลยี ไบโอเทคโนโลยี การพิมพ์ 3 มิติ รวมถึงมีการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และหุ่นยนต์เข้ามาแทนที่การทำงานของมนุษย์ ทั้งนี้คาดว่าภายในปี 2563 ในเขต 15 เขตเศรษฐกิจของโลกจะครอบคลุมแรงงานกว่า 65% ของโลก ได้แก่ อาเซียน กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ จีน ญี่ปุ่น อินเดีย สหรัฐอเมริกา ยุโรป อเมริกาใต้ แอฟริกา และออสเตรเลีย ส่งผลให้มีตำแหน่งงานหายไปประมาณ 7 ล้านตำแหน่ง
          พัฒนาการของเทคโนโลยีดิจิทัลทำให้เกิดช่องทางใหม่ๆ ที่ผู้ผลิตและผู้บริโภคสามารถซื้อขายได้โดยตรง ผ่านช่องทางจำหน่ายสินค้าออนไลน์ ที่ช่วยลดต้นทุน ลดเวลาและขั้นตอนไปได้มาก ตัวแทนในธุรกิจค้าปลีกในช่องทางการจำหน่ายแบบดั้งเดิมจะเริ่มไม่มีความหมาย และในอนาคตจะต้องปิดตัวหายไปจำนวนมาก
          สำหรับบริบทการค้าเปลี่ยนแปลงไปสู่อีคอมเมิร์ซ ในอนาคตที่กำลังพูดถึงนี้ได้เกิดขึ้นแล้วในประเทศจีน แจ๊ก หม่า ประธานกลุ่มบริษัทอาลีบาบา ได้กล่าวไว้เมื่อครั้งมาเยือนไทยในเดือนตุลาคมที่ผ่านมาว่า เมื่อ 15 ปีก่อน ไม่มีใครเชื่อว่าอีคอมเมิร์ซจีนจะมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สมัยนั้นโครงสร้างพื้นฐานของจีนล้าสมัย และน้อยคนที่จะมีคอมพิวเตอร์ แต่พฤติกรรมผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนไป ห้างค้าปลีกในประเทศจีนกลายเป็นโชว์รูมที่ลูกค้าใช้ทดลองสินค้า แต่จะกลับไปซื้อสินค้านั้นทางร้านค้าออนไลน์ที่สามารถสั่งซื้อสินค้าได้หลากหลาย และราคาถูกกว่า 20-30%
          สำหรับประเทศไทย กำลังเดินหน้าไปสู่วิถีชีวิตยุคดิจิทัล เนื่องจากปัจจุบัน 70% ของประชากรไทยใช้สมาร์ทโฟนและมีการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตเป็นจำนวนมาก โดย 53% ใช้อินเตอร์เน็ตทุกวัน ขณะที่ตลาดอีคอมเมิร์ซในไทยมีมูลค่าการค้าถึง 2.5 ล้านล้านบาท ในอัตราเติบโตเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 10% ต่อปี ซึ่งในอดีตเรากังวลกับห้างค้าปลีกยักษ์ใหญ่ที่เข้ามาตั้งในพื้นที่ เนื่องจากเป็นภัยคุกคามที่เรามองเห็น แต่ในวันนี้อีคอมเมิร์ซทำให้บริบททางการค้าไร้พรมแดน เป็นภัยเงียบที่รุกคืบมาถึงประตูบ้าน คู่แข่งของเราไม่ใช่ห้างค้าปลีกยักษ์ใหญ่เหมือนในอดีต แต่เป็นใครหรือธุรกิจใดก็ได้ในโลกนี้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้าน แต่เขาสามารถเข้าถึงลูกค้าของเราได้
          เมื่อโลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปสู่ยุค 4.0 เราจึงต้องปรับตัวไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ร่วมกันพัฒนาประเทศตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 เพื่อปรับโครงสร้างของเศรษฐกิจไทยสู่การเป็นเศรษฐกิจที่มีมูลค่าเพิ่ม ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งจะช่วยให้ไทยก้าวขึ้นเป็นประเทศชั้นนำด้านความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะด้านการเกษตรที่มีแนวโน้มความต้องการสินค้าอาหารคุณภาพและความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น จึงถือเป็นโอกาสสำคัญของไทย มองว่ากลุ่ม คนรุ่นใหม่จะเป็นความหวังของการทำเกษตรสมัยใหม่ ใช้ เทคโนโลยีในการทำเกษตรแบบแม่นยำ เพื่อลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต รวมถึงยกระดับ มาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหาร และต่อยอดไปสู่ ไบโอเทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนให้ไทยก้าวไปเป็นมหา อำนาจทางด้านเกษตรและอาหารได้ในอนาคต ในขณะที่ ด้านการค้าและบริการเป็นจุดแข็งของหอการค้าทั่วประเทศ
          ในยุค 4.0 จะต้องพัฒนาสู่ระบบการค้าอัจฉริยะ ที่มีการนำนวัตกรรมมาใช้ในการสร้างสมาร์ทโปรดักต์ หรือสมาร์ทเซอร์วิส ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หรือการบริการที่เน้นคุณภาพ ได้มาตรฐานและมีมูลค่าเพิ่มสูง นอกจากนี้จะต้องให้ความสำคัญกับบิ๊กดาต้ามาใช้วิเคราะห์คาดการณ์ความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป ในส่วนของหอการค้าไทยและหอการค้าจังหวัดก็ได้พัฒนาองค์กรต่อเนื่องมาโดยตลอด ปัจจุบันหอการค้ามีนักธุรกิจรุ่นใหม่เข้ามาร่วมขับเคลื่อน ทำให้การดำเนินงานมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น จนเป็นที่ยอมรับจากสังคมในวงกว้าง ซึ่งเป็นผลจากความร่วมมือของพวกเราชาวหอการค้าทั่วประเทศ
          ฐาปน สิริวัฒนภักดี
          ประธานร่วมกลุ่มสัมมนาเชิงปฏิบัติการ กลุ่มการเชื่อมโยงธุรกิจในภูมิภาคซีแอลเอ็มวีทีพลัส
          ไทยเป็นเนเชอรัลฮับของอาเซียน เนื่องจากตั้งอยู่จุดศูนย์ กลางและมีความได้เปรียบประเทศเพื่อนบ้าน สังเกตได้ จากการที่นักลงทุนต่างชาติมักจะบินมาที่ไทย ก่อนจะข้ามไปลงทุนในกลุ่มซีแอลเอ็มวี จึงควรใช้โอกาสส่วนนี้ให้เป็นประโยชน์ นอกจากนี้จะต้องมีการเตรียมความพร้อม โดยเฉพาะการพัฒนาบุคลากรโดยเพิ่มทักษะต่างๆ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการจะต้องก้าวออกจากคอมฟอร์ตโซนเพื่อไปลงทุนในอาเซียน เนื่องจากมองว่าโอกาสมีอยู่รอบตัว
          เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์
          อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
          4.0 คือเทรนด์ใหญ่ในอนาคตที่จะมีผลต่อเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต หรือประมาณปี พ.ศ.2568 อาทิ เทรนด์สังคมเมือง ในอนาคตจะเกิดเมกะซิตี้ประมาณ 35 เมือง โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในเอเชีย คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 29 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เทรนด์สมาร์ทซิตี้ ซึ่งจะมาแทนที่กรีนซิตี้ในอดีต โซเชียลเทรนด์ จะมีการทำธุรกิจโดยใช้สถานที่ของผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง มีการแชร์สถานที่และเชื่อมข้อมูลถึงกัน เทรนด์บิ๊กดาต้า โมเดลธุรกิจใหม่ๆ รวมถึงการบริการยุค 4.0 ซึ่งล้วนเป็นเทรนด์ที่จะทำให้เกิดเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างแท้จริง
          สุธี มากบุญ
          รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
          ความร่วมมือภาครัฐและภาคเอกชนในการขับเคลื่อน 4.0 สู่การปฏิบัติจริงนั้น จะต้องร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ กระทรวงต่างๆ คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ภาคประชารัฐ รวมถึงภาคเอกชน เพื่อเพิ่มศักยภาพของพื้นที่ในจังหวัดต่างๆ ตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (2560-2579) ทั้งในด้านความมั่นคง ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน ด้านการสร้างโอกาสความเสมอภาคและเท่าเทียมกันทางสังคม ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ
          ศุภชัย เจียรวนนท์
          ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
          ยุคไทยแลนด์ 4.0 การปรับตัวเป็นเรื่องสำคัญ สำหรับธุรกิจโทรคมนาคมในอดีตให้ความ     สำคัญกับฮาร์ดแวร์มากกว่าซอฟต์แวร์ แต่ใน ช่วงไม่กี่ปีมานี้เทคโนโลยีเปลี่ยนจนทำให้ซอฟต์แวร์ขึ้นมามีความสำคัญมากกว่าฮาร์ดแวร์ ยกตัวอย่างเช่น ระบบปฏิบัติการไอโอเอส แอนดรอยด์ โดยจะสังเกตได้จากยอดขายของโนเกียเมื่อ 5 ปีที่แล้ว มีส่วนแบ่งการตลาดในไทย 80% แต่ในปี 2559 แทบจะไม่ค่อยเห็นวางขายในร้านจำหน่ายโทรศัพท์
          สนั่น อังอุบลกุล
          รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
          ในกลุ่มซีแอลเอ็มวีที (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม และไทย) มีประชา กรรวม 250 ล้านคน มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องประมาณ 7% มีอัตราการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) สูงขึ้นและขยายตัวเพิ่มขึ้น นอกจากนี้พบว่ามีค่าแรงในประเทศอยู่ในระดับต่ำ ในขณะที่มีสัดส่วนประชากรวัยแรงงานเพิ่มขึ้นประมาณ 60% มีทรัพยากรธรรมชาติจำนวนมาก โดยเฉพาะในลาวและเมียนมา ทั้งนี้ กลุ่มซีแอลเอ็มวียังได้รับสิทธิพิเศษทางการค้า ดังนั้นจึงทำให้สินค้าบางประเภทที่ส่งออกจากซีแอลเอ็มวีได้เปรียบทางด้านภาษี และหากคำนวณมูลค่าทางเศรษฐกิจ ซีแอลเอ็มวีมีมูลค่าการค้าขายทั่วโลกประมาณ 12.5 ล้านบาท แต่ในปี 2558 ที่ผ่านมา ทำการค้ากับไทยมูลค่า 1 ล้านล้านบาท หรือเพียง 8.6% จึงสะท้อนให้เห็นว่ายังมีโอกาสอีกมากที่ไทย จะขยายการค้าไปสู่กลุ่มซีแอลเอ็มวี โดยจะต้องสร้างความ เชื่อมโยงให้ได้อย่างเป็นรูปธรรม--จบ--