ดิจิทัลแบงก์กิ้งโตก้าวกระโดด"ซิสโก้" แนะธนาคารเร่งรับมือ

  ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
          ซิสโก้เผยผลการศึกษามูลค่าการบริการทางการเงินบนดิจิทัลหรือ Digital Value at StakeVAS ทั่วโลกเกี่ยวกับธนาคารรายย่อยในช่วงปี 2558-2560 ไว้ว่า ธนาคารรายย่อยมีบริการดิจิทัลประมาณ 4,053 ล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีมูลค่าอยู่ที่ 6.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ มีการใช้งานเพียง 4.5% เท่านั้น
          เจมส์ ครองค์ ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมการบริการด้านการเงิน บริษัท ซิสโก้ กล่าวว่า เทรนด์ดิจิทัลจะเข้ามาเปลี่ยนการบริการด้านการเงินและส่งผลกระทบต่อธุรกิจกลุ่มการเงินอย่างแน่นอน อยู่ที่ว่าจะพร้อมปรับตัว หรือเปลี่ยนการลงทุนไปสู่ดิจิทัลแค่ไหน หากไม่มีการพัฒนาบริการให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของลูกค้าย่อมเจอธุรกิจคลื่นลูกใหม่อย่างฟินเทค เข้ามาแย่งลูกค้าเดิมอย่างแน่นอน
          แม้ว่าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะมีการใช้งานดิจิทัลแบงก์กิ้งเพียง 4.5% โดยไอดีซีคาดการณ์ว่าในปี 2563 จะมีการใช้ดิจิทัลแบงก์กิ้งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกถึง 15% ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเผยว่า มีลูกค้าใช้โมบาย แบงก์กิ้งแล้วกว่า 12.9 ล้านราย ทำให้ประเทศไทยมีการเติบโตที่ดีกว่าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเล็กน้อย
          ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยผลักดันการเติบโตของดิจิทัลแบงก์กิ้งนั้น คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีและระบบรักษาความปลอดภัย โดยไม่มุ่งแต่การแข่งขันในกลุ่มธุรกิจใหม่ที่จะเกิดขึ้นอย่างสตาร์ทอัพ แต่ให้ทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์ของลูกค้าสำคัญที่สุดและลดการลงทุนที่ไม่จำเป็น เพราะถ้าต้องพัฒนาบริการเองทั้งหมดใช้เวลานานถึง 18 เดือน ในขณะที่สตาร์ทอัพทำงานได้เร็วกว่านั้น
          ทางด้านผลสำรวจจากบริษัทที่ปรึกษาด้านโทรคมนาคมไทย YOZZO ชี้ให้เห็นว่าในปี 2554-2558 การจ่ายเงินแบบไม่ใช้เงินสดหรือ Cashless Payment มีการเติบโตกว่า 20% ไทยเป็นอันดับที่ 4 ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ส่วนการใช้งานอี-เพย์เมนต์เพิ่มขึ้นจาก 6.82 หมื่นล้านบาท เป็น 1.43 แสนล้านบาทในปี 2563 จากการผลักดันของกลุ่มฟินเทคและนันแบงก์ ทำให้โมบายแบงก์กิ้งในไทยโตแบบก้าวกระโดด
          "ผมได้คุยกับลูกค้ากลุ่มธนาคารรายหนึ่งพบว่าเพียงปีเดียว ลูกค้าใช้งาน โมบายทรานเซ็กชั่นเพิ่มขึ้นกว่า 50% จึงคาดว่าทุกธนาคารย่อมมีทิศทางการเติบโตที่ดีเช่นเดียวกัน" ครองค์ กล่าว
          ดังนั้น ในปี 2558-2560 บริการทางการเงินบนช่องทางดิจิทัล ในกลุ่มผู้ให้บริการรายย่อยมีมูลค่ากว่า 14 ล้านล้านบาท ซึ่งปีที่ผ่านมามีการใช้งานเพียง 29% จึงยังมีโอกาสให้รายใหญ่เข้าไปทาตลาดอีกกว่า 71%
          วัตสัน ถิรภัทรพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิสโก้ ประเทศไทย และภูมิภาคอินโดจีน กล่าวเสริมว่า แม้ว่าบริการแบบดิจิทัลจะมีการเติบโตมาก แต่ยังไม่โตที่สุด คือ เรื่องของค่าธรรมเนียม หากธนาคารแห่งประเทศไทยยอมยกเลิกค่าบริการในการโอนข้ามค่าย หรือข้ามจังหวัด จะช่วยกระตุ้นให้ประชาชนหันมาใช้ดิจิทัลแบงก์กิ้งมากขึ้น
          ทั้งนี้ อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ดิจิทัลแบงก์กิ้งมีการใช้งานเพิ่ม คือ การเข้าถึงเครือข่าย 3จี และ 4จี ของผู้ให้บริการเครือข่ายได้ง่ายขึ้นถือว่าเป็นตัวกระตุ้นให้ลูกค้าใช้งานได้ดีที่สุด เพราะสมาร์ทโฟนเป็นอุปกรณ์ที่ทุกคนขาดไม่ได้ในขณะนี้ ประเทศสิงคโปร์ ญี่ปุ่นและเกาหลีได้ยกเลิกการขยายสาขา 100% เพื่อให้ลูกค้ามาใช้บริการผ่านดิจิทัลมากขึ้น แต่ก็ยังมีอีกหลายประเทศในภูมิภาคนี้ที่ทำงานแบบค่อยเป็นค่อยไป
          ภาพรวมการลงทุนปีนี้ขยับไปเร็วมาก ช่วงปลายปีก็เริ่มชะลอตัวบ้างแต่จะมีการลงทุนด้านดิจิทัลแพลตฟอร์มยาวไปจนถึงปีหน้าในเรื่องของดาต้าเซ็นเตอร์ แอพพลิเคชั่น ผู้เชี่ยวชาญด้านเวอร์ชวลไลเซชั่นและงานบริการ เพื่อรองรับการเติบโตสำหรับอนาคต