เอไอเอสรุกหนักวิดีโอคอนเทนต์-อีมันนี่-คลาวด์ดันคนใช้เพิ่ม

 โพสต์ทูเดย์ - เอไอเอส ประกาศแผนปีหน้าควง 3 บริการ วิดีโอคอนเทนต์ พร้อมเพย์ บิซิเนสโซลูชั่น แม่เหล็กดูดผู้ใช้บริการ
          นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะ ผู้บริหารด้านการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) เปิดเผยว่า แผนธุรกิจในปีหน้าบริษัทมุ่งเน้นการให้บริการใน 3 ด้าน 1.กลุ่มวิดีโอคอนเทนต์ เพื่อรองรับกับพฤติกรรมของคนไทยที่ใช้อินเทอร์เน็ตบนมือถือ 68% โดยใช้เพื่อดูวิดีโอในคอนเทนต์ถึง 80% ซึ่งพบว่ามีการใช้สมาร์ทโฟนเพื่อการดูวิดีโอ 70% และเติบโตต่อเนื่อง 30-40% 2.กลุ่มการบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-money) จากการผลักดันคนไทยใช้พร้อมเพย์และฟินเทค
          ขณะที่กลุ่ม 3.บิซิเนสโซลูชั่น หรือเปิดให้บริการคลาวด์รองรับกับปีหน้าบริษัทใหญ่หลายรายลงทุนกับระบบคลาวด์มากขึ้น รวมทั้งเกิดกระแสการเล่นเกมผ่านทางโทรศัพท์เพิ่มขึ้น บริษัทจึงได้เปิดเกมใหม่ๆ 3-4 เกม ซึ่งการรุกสร้างคอนเทนต์ใหม่ๆ ในครั้งนี้ เพราะเชื่อว่าปีหน้าจะเข้าสู่ยุคอุปกรณ์ทุกอย่างเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต คอนเทนต์จึงกลายแม่เหล็กเพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันมีผู้ใช้บริการทั้งหมด 39.4 ล้านเลขหมาย
          "นโยบายของเอไอเอส เดินหน้าสร้างคอนเทนต์ควบคู่กับการให้บริการด้านเครือข่ายผ่านทั้งสมาร์ทโฟน แท็บแล็ต แอพพลิเคชั่น ซึ่งคอนเทนต์มีทั้งระดับพรีเมียมโดยร่วมกับมืออาชีพจากบริษัทต่างๆ หรือกระทั่งร่วมกับสตาร์ทอัพ เพื่อทำคอนเทนต์ พรีเมียม หรือคอนเทนต์ที่ไม่ได้โฆษณาในทีวีแต่ผ่านอินเทอร์เน็ต ซึ่งพบว่าพฤติกรรมของคนไทยใช้ระยะเวลาการดูวิดีโอคอนเทนต์บนสมาร์ทโฟนโดยเฉลี่ย 15 นาที/ครั้ง โดยเฉพาะกลุ่มคนเมืองมีแนวโน้มว่าใช้ระยะเวลาดูเพิ่มขึ้น" นายปรัธนา กล่าว
          สำหรับทิศทางการแข่งขันผู้ให้บริการเครือข่ายทางโทรศัพท์มือถือ จะแข่งขันกันสร้างคอนเทนต์ หากคอนเทนต์ดี มอบความสะดวกสบาย การเข้าถึงที่ง่ายไม่ยุ่งยากต่อการใช้งาน และเครือข่ายดีเยี่ยมจะเป็นแม่เหล็กสำคัญ บริษัทจึงไม่เน้นกลยุทธ์ราคา นำเสนอคอนเทนต์ดูบอล 29 บาท/เดือน เหมือนคู่แข่ง เพราะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนค่าใช้จ่าย แม้ว่าจะทำให้คนเข้าถึงได้ง่ายมากก็ตาม
          ทั้งนี้ ล่าสุดเอไอเอสได้ส่งทีม Gorgeous Way เข้าร่วมแข่งขันโครงการ The 5-Min Video Challenge ในหัวข้อเชื่อมโลกให้ใกล้ เชื่อมใจให้กว้างที่ สิงคโปร์ โดยผลงานชื่อ Hello Gorgeous คว้ารางวัล People's Choice อันดับที่ 2 จากผู้เข้าประกวด 12 ทีม 6 ประเทศ กิจกรรมดังกล่าวถือว่าเป็นสร้างพันธมิตรคนรุ่นใหม่ ในกลุ่มผู้สร้างคอนเทนต์ เพื่อก้าวสู่ดิจิทัล สตาร์ทอัพ หรือร่วมมือทำภาพยนตร์โฆษณา คลิปวิดีโอต่อไปในอนาคต