"ทีโอที"ลั่นคลื่น2300MHzเปิดแน่"Q4"ปีหน้า

'16 ธ.ค.นี้ จะครบกำหนด 3 เดือนที่ กสทช.แจ้งให้ทีโอทีทำข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนในการนำคลื่น 2300 MHz จำนวน 60 MHz มาให้บริการ ซึ่ง กสทช.ไม่ได้ห้ามทีโอทีนำคลื่นมาเปิดให้บริการ ปัจจุบันการทดสอบระบบของเวนเดอร์และโอเปอเรเตอร์ก็ใกล้เสร็จแล้ว ทีโอที ได้จ้างบริษัทที่ปรึกษาเขียนทีโออาร์แล้วคาดว่า อีก 2-3 เดือนจะแล้วเสร็จ และภายในไตรมาสแรกปีหน้าจะได้เวนเดอร์และเปิดให้บริการ ฟิกซ์ ไวร์เลส บรอดแบนด์ และ โมบายล์ บรอดแบนด์ได้ภายในไตรมาส 4 ปีเดียวกัน ภายในระยะยาว 5 ปี ทีโอทีต้องมีลูกค้าหลัก 10 ล้านราย' นายรังสรรค์ จันทร์นฤกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจสื่อสารไร้สาย บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงแผนการนำคลื่น 2300 MHz มาสร้างรายได้ให้กับทีโอที หลังจากที่ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้อนุมัติให้ทีโอทีสามารถนำคลื่น 2300 MHz มาปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีเป็น LTE จำนวน 60 MHz และนำไปให้บริการได้จนถึงปี 2568
          ยัน กสทช.ให้ทํเชิงพํณิชย์ได้
          นายรังสรรค์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 1 ปีกว่าที่ผ่านมา ทีโอที พยายามหารายได้จากคลื่นที่มีอยู่ โดยคลื่น 2300 MHz ในย่านคลื่นความถี่ช่วง 2310-2370 MHz นี้ก็เช่นกัน โดยเมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2558  อุตตม สาวนายน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ได้เข้าพบ พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) และ ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.เพื่อขออัปเกรดคลื่นความถี่ย่าน 2300 MHz ให้ ทีโอทีใช้ดำเนินธุรกิจ จากนั้นเมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2558 ทีโอทีก็ได้ทำหนังสือขอปรับปรุงคลื่นอย่างเป็นทางการมาให้ที่ประชุม กทค. พิจารณา และก็ได้รับการอนุมัติให้ทำได้เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2558
          ทีโอที จึงสามารถนำคลื่นนี้ไปให้บริการบรอดแบนด์ด้วยเทคโนโลยี LTE ได้จนถึงวันที่ 3 ส.ค. 2568 จากเดิมทีโอทีได้สิทธิใช้จำนวน 64 MHz สำหรับขยายบริการโทรศัพท์สาธารณะทางไกลชนบท ส่วนอีก 4 MHz ไม่อนุมัติ เพราะตามแผนการจัดคลื่นต้องลงล็อกละ 5 MHz
          จากนั้นเพื่อความมั่นใจ วันที่ 8 เม.ย. 2559 ทีโอทีได้มีหนังสือสอบถาม กสทช. อีกครั้งว่า สามารถนำคลื่นดังกล่าวมาใช้ได้กับทั้งบริการ โมบายล์ และ ฟิกซ์ หรือไม่ ซึ่งเมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2559 กสทช.ก็มีหนังสือตอบกลับมาว่าอนุญาตโดยไม่จำกัดเทคโนโลยีและตามข้อ 4.3 ของประกาศ กสทช. เรื่อง แผนความถี่วิทยุกิจการ Broadband Wireless Access (BWA) ย่านความถี่วิทยุ 2300-2400 MHz ทีโอที สามารถนำความถี่ 2300 MHz มาให้บริการได้ทั้ง 2 ประเภท ได้แก่ ฟิกซ์ ไวร์เลส บรอดแบนด์ และ โมบายล์ บรอดแบนด์ ทำให้ทีโอที มั่นใจและเริ่มวางแผนการทำธุรกิจ
          กสทช.ต้องกํรดูแผนลงลึก
          แต่ถึงแม้จะทำธุรกิจได้ ทีโอที ก็ต้องส่งแผนให้ กสทช.พิจารณาและติดตามเป็นระยะๆด้วย ซึ่งเมื่อเดือน ส.ค. 2559 ทีโอทีได้ส่งแผนมาให้ กทค.พิจารณา แต่ กทค.พบว่าแผนที่ส่งมาไม่ลงรายละเอียดพอให้เห็นถึงการใช้คลื่นว่ามีประสิทธิภาพอย่างไร จึงได้แจ้งให้ทีโอทีกลับไปเขียนแผนให้ชัดเจนมากกว่านี้ จึงได้ส่งหนังสือแจ้งไปยังทีโอทีเมื่อวันที่ 16 ก.ย. เพื่อให้ส่งแผนกลับมาพิจารณาอีกครั้งภายใน 90 วัน และจะครบกำหนดในวันที่ 16 ธ.ค.นี้
          พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าวว่า กสทช.ไม่ได้ต้องการขัดขวางการทำธุรกิจของทีโอที แต่สิ่งที่ทีโอทีส่งมามีเพียงความเห็นของผู้บริหาร 4 แผ่น ซึ่งยังไม่ได้แสดงถึงเหตุผลและความจำเป็นในการใช้คลื่นความถี่จำนวน 60 MHz ซึ่งแผนที่ส่งมานั้นต้องแสดงให้เห็นถึงการใช้งานคลื่นให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และต้องสอดคล้องกับแผนการสร้างโครงข่ายเพื่อรองรับผู้ใช้บริการที่สมเหตุสมผล
          'ปัจจุบันคลื่น 2300 MHz เป็น LTE ที่ใช้คลื่นความถี่ในลักษณะ TDD มีอุปกรณ์รองรับจำนวนมาก และส่วนใหญ่ใช้ในประเทศจีน ดังนั้น จึงไม่มีปัญหาเรื่องอุปกรณ์รองรับ ซึ่งคลื่นดังกล่าวสามารถให้บริการได้ทั้งการให้บริการฟิกซ์ ลิงก์ หรือทำเป็นฮอตสปอต ก็เป็นไปได้ทั้งสิ้น ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับแผนของทีโอทีด้วยว่าจะเสนอมาอย่างไร' พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าว
          โดยแผนของ ทีโอที ที่ส่งให้ กทค.นั้นเป็นเพียงความเห็นของผู้บริหารในการขอปรับปรุงคลื่นย่านดังกล่าวเพื่อนำไปให้บริการด้านเสียง และข้อมูลด้วยเทคโนโลยี LTE ในการให้บริการโมบายบรอดแบนด์ (Mobile Wireless Broadband) ในรูปแบบบริการขายส่งและขายปลีก รวมทั้งบริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ไร้สาย ในลักษณะ Fixed Wireless Broadband ด้วยเทคโนโลยี LTE โดยมีแผนการสร้างโครงข่าย (Roll Out Plan) ในปีแรก ด้วยการติดตั้งสถานีฐาน หรือสถานีฐานขนาดเล็กให้สามารถรองรับผู้ใช้บริการได้อย่างน้อย 100,000 ราย และให้บริการขายส่งแก่ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (MNOs) หลังจากนั้น มีแผนติดตั้งสถานีฐาน หรือสถานีฐานขนาดเล็กเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ โดยในปีที่ 5 หรือระยะสุดท้ายตั้งเป้าว่าจะสามารถรองรับผู้ใช้บริการได้อย่างน้อย 900,000 ราย รวมทั้งให้บริการขายส่งแก่ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (MNOs) และผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบโครงข่ายเสมือน (MVNOs)
          เร่งเครื่องเปิดให้บริกํรไตรมํส 4 ปีหนํ้
          ด้านนายรังสรรค์ ชี้แจงว่า เข้าใจสิ่งที่ กสทช.ต้องการ และ ภายในวันที่ 16 ธ.ค.นี้แผนที่ลงลึกและชัดเจนจะถึงมือกสทช.อย่างแน่นอน แต่เป้าหมายลูกค้าของทีโอทีจะปรับขึ้นเป็นหลัก 10 ล้านรายในระยะสุดท้ายของการลงทุน ซึ่งมากกว่าแผนเดิมที่ตั้งไว้ 900,000 ราย และเปิดให้บริการได้ภายในไตรมาส 4 ปีหน้าได้อย่างแน่นอน โดยสิ่งที่ทำให้มั่นใจว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้นั้น เพราะขณะนี้ทีโอทีได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาร่างทีโออาร์แล้วคาดว่าจะเสร็จภายใน 2-3 เดือนนี้ขณะที่ผู้วางโครงข่ายเจ้าหลักๆ เช่น หัวเว่ย อีริคสัน โนเกียซีเมนส์เน็ตเวิร์คส รวมถึงโอเปอเรเตอร์ในไทยทุกรายได้ทดลองระบบเรียบร้อยแล้ว ทั้งบนแนวรถไฟฟ้า และต่างจังหวัดอย่างจังหวัดราชบุรี
          คลื่น 2300 MHz สามารถนำมาให้บริการในรูปแบบ Wireless Broadband (WBB) สำหรับการขยายส่วนต่อโครงการ FTTx โดยใช้โครงข่าย LTE 2300 เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในส่วนที่ไม่คุ้มค่าในการลงทุน FTTx ขณะที่บริการ Mobile Broadband (MBB) สามารถให้บริการเชิงพาณิชย์ได้ในทุกพื้นที่ของประเทศไทย ตลอดจนสนับสนุนนโยบาย Universal Service Obligation  (USO)
          นอกจากนี้ ยังสามารถให้บริการในรูปแบบ Data Offload สำหรับผู้ให้บริการโทรคมนาคม ด้วยการขายส่งบริการความจุโครงข่ายให้กับผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายอื่น ซึ่งผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ด้วยความเร็วสูงถึง 450 Mbps ทำให้ผู้ให้บริการสามารถรักษาระดับคุณภาพบริการได้ถึงแม้ว่าจะมีการใช้งานหนาแน่นสูงขึ้นอย่างผิดปกติในขณะนั้น ซึ่งต่างจากเน็ตเวิร์ก3G ทั้งยังสามารถนำมาให้บริการในรูปแบบ TOT Mobile Broadband เพื่อเป็นเครื่องมือในการดำเนินนโยบายตลาดโทรคมนาคมของรัฐ เช่น เพื่อป้องกันการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม และช่วยเสริมสร้างศักยภาพการให้บริการโทรศัพท์มือถือของทีโอทีได้อีกด้วย
          ส่วนความเร็วในการให้บริการสามารถออกแบบให้เหมาะกับสถานที่ในการให้บริการได้ เช่น ตามสถาบันการศึกษา ความเร็ว 30/10 Mbps  ต่างจังหวัดอาจอยู่ที่ 20/10 Mbps หรือ บนรถไฟฟ้าอาจต้องใช้ 15/5 Mbps นอกจากนี้บริการนี้ยังสามารถใช้เป็นส่วนต่อขยายจากโครงข่ายไฟเบอร์ออปติก เพื่อเข้าถึงบ้านที่ห่างไกลและสายไฟเบอร์เข้าไปไม่ถึงได้อีกด้วย ดังนั้นทีโอทีสามารถใช้ความถี่ถึง 60 MHz อย่างมีประสิทธิภาพ ได้อย่างแน่นอน
          'ทีโอทีรอไม่ได้แล้ว คลื่น 2300 MHz ต้องเกิด ต้องมีรายได้ ให้ทีโอที' นายรังสรรค์ กล่าวทิ้งท้าย.