"เอไอเอส"พร้อมอัดโปรโมชั่นสู้ชิงส่วนแบ่งคืน

"แอดวานซ์"ตั้งเป้าชิงมาร์เก็ตแชร์เกิน 50% อีกครั้ง หลังเร่งขยายโครงข่ายพร้อมอัดโปรโมชั่นสู้ มั่นใจรายได้ใน 3-4 ปีข้างหน้า เติบโต ด้าน"อินทัช"รับรายได้ปีนี้ทำได้แค่ ทรงตัวจากปีก่อนที่ 2.9 หมื่นล้าน หลัง"ไทยคม" เสียลูกค้ารายใหญ่
          นางสาวอารียา ศิลากร ผู้จัดการส่วนงาน นักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่สุดของไทย กล่าวว่า ในปีหน้าบริษัทตั้งเป้าที่จะชิงส่วนแบ่งการตลาดให้กลับมาเกิน 50% อีกครั้ง หลังจากที่โครงข่ายและ การให้บริการข้อมูลมีความพร้อม ไม่ได้เสียเปรียบ คู่แข่งเหมือนในอดีตช่วงที่ยังไม่มี 4จี
          ปัจจุบันส่วนแบ่งการตลาดลดลงมาอยู่ที่ ราว 49% จากในอดีตที่อยู่ในระดับ 50-51% มาโดยตลอด ส่วนรายได้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปี 2558  ที่มีรายได้ 156,015 ล้านบาท เนื่องจากรายได้บริการที่เพิ่มขึ้น
          อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงงบประมาณด้านการตลาดให้อยู่ที่ 4.5% ของรายได้รวม ซึ่งแคมเปญมือถือยังคงเป็นกลยุทธ์หลักเพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่  และรักษาฐานลูกค้าปัจจุบันในระบบรายเดือนมากขึ้น
          ส่วนกลยุทธ์ด้านราคานั้นเป็นเพียงกลยุทธ์ระยะสั้นเพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่
          อินทัชรับปีนี้รายได้ไม่โต
          ด้าน นางสาวทมยันตี คงพูลศิลป์ รองกรรมการผู้อำนวยการส่วนงานนักลงทุนสัมพันธ์ อินทัช โฮลดิ้งส์  กล่าวว่า ในปีนี้รายได้มีแนวโน้มที่จะไม่เติบโตจากปีก่อนที่มีรายได้ 29,200 ล้านบาท โดย 9 เดือนที่ผ่านมามีรายได้อยู่ที่ 23,100 ล้านบาท ผลจาก ลูกค้ารายใหญ่ของบริษัท ไทยคม หายไป 1 ราย และไม่มีลูกค้าใหม่เข้ามาเพิ่มเติมทำให้รายได้หดหายไป
          ส่วนแนวโน้มปี 2560 ยังอยู่ระหว่างการทำประมาณการ ซึ่งจะเปิดเผยได้ในช่วงเดือน ก.พ. 2560 แต่ในเบื้องต้นคาดว่าจะดีกว่าปีนี้ เนื่องจากมองภาพรวมของธุรกิจโทรคมนาคมมีแนวโน้มที่สดใส โดยเฉพาะบริษัทแอดวานซ์ ที่น่าจะมีผลการดำเนินงานฟื้นตัว ขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังได้รับใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ เข้ามาทำให้มีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น และมีคลื่นที่ครอบคลุมการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทำให้มีส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้น
          ส่วนบริษัทไทยคม ก็มีโอกาสที่จะได้ลูกค้าใหม่เข้ามาใช้บริการบรอดแบนด์ จากปัจจุบันมีลูกค้าใช้บริการอยู่ 2 ราย คือ ญี่ปุ่น และ ออสเตรเลีย ซึ่งจะเข้ามาชดเชยรายได้ที่หายไปจากลูกค้า 1 รายที่ย้ายออกไปในปี 2559 ขณะที่ ซีเอส ล็อกซ์ อินโฟร์ ผลการดำเนินงานยังเติบโตได้ หลังมีลูกค้าใช้งานอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น
          ชงบอร์ดก.พ.ปรับลดปันผล
          สำหรับแนวโน้มรายได้ของแอดวานซ์ในอีก 3-4 ปีข้างหน้า จะเติบโตขึ้นจากปัจจุบัน หลังจากที่ผ่านช่วงของการเร่งลงทุนโครงข่ายให้ครอบคลุม ในขณะนี้ ซึ่งทำให้บริษัทมีค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าใบอนุญาตใหม่ รวมถึงค่าเสื่อมที่เพิ่มสูงขึ้นจากการลงทุน แต่ในมุมกลับกันบริษัทก็จะมีค่าใช้จ่ายที่ลดลงจากค่าใช้จ่ายส่วนแบ่งรายได้ที่ลดลงจาก 25% มาเหลือ 5.25%
          ส่วนแนวโน้มอัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA Margin) ของแอดวานซ์ในปีนี้น่าจะทำได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 38-39% โดยช่วง 9 เดือน ที่ผ่านมาทำได้ 41.2% แต่ไตรมาส 4 นี้อาจจะ ปรับตัวลดลงบ้าง เนื่องจากจะรับรู้ค่าใช้จ่ายจากการเช่าโครงข่ายของทีโอทีเข้ามาไตรมาสละ 975 ล้านบาท
          ขณะที่รายได้เฉลี่ยของผู้ให้บริการ ต่อราย (ARPU) ของธุรกิจให้บริการโครงข่ายไม่รวมอินเทอร์เน็ต บรอดแบนด์ ปัจจุบันอยู่ที่ ราว 248 บาทต่อเดือน ส่วนแนวโน้มยังไม่สามารถบอกได้เพราะขึ้นอยู่กับภาวะการแข่งขัน หากรุนแรงมากก็อาจทำให้ต้องทำโปรโมชั่นมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้งานว่าจะเพิ่มขึ้นมาน้อยเพียงใด
          ส่วนธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง มีส่วนแบ่งการตลาด 3% ตามสัดส่วนลูกค้าที่มีอยู่ทั้งระบบ 6.6 ล้านราย ปัจจุบันบริษัทสามารถขยายโครงข่ายได้ครอบคลุม 3 ล้าน ครัวเรือน ใน 28 จังหวัด มีผู้ใช้บริการรวม 195,000 ราย เพิ่มขึ้นจากปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 26,000 ราย โดยในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา สร้างรายได้ 232 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 546%  และสูงกว่าไตรมาส 2 ที่ผ่านมา 59% โดยรายได้เฉลี่ยต่อรายอยู่ที่ 498 บาท
          ด้านธุรกิจจำหน่ายบัตรและเติมเงินมือถือ ซึ่งก่อนหน้านี้ เซเว่น อีเลฟเว่นได้หยุดสั่งซื้อเป็นการชั่วคราวนั้น ล่าสุดยังคงอยู่ระหว่างการเจรจาต่อรองเรื่องส่วนแบ่งรายได้ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีผลกระทบบ้าง เพราะช่องทางจำหน่ายผ่านเซเว่น อีเลฟเว่น มีถึง 9,000 แห่ง แต่บริษัทเองก็มีช่องทางการจำหน่าย อื่นๆ โดยเฉพาะร้านค้าโชห่วยรวมกว่า 400,000 แห่ง ซึ่งลูกค้าก็มีการปรับพฤติกรรมไปซื้อจากแหล่งที่มีแทนช่องทางจำหน่ายเดิม
          ทั้งนี้ แอดวานซ์รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3 ที่ 6.529 พันล้านบาท ลดลง 32% จากไตรมาสก่อน และ 24% จากปีก่อน เป็นผลจากค่าใช้จ่ายด้านการตลาดที่เพิ่มขึ้นถึง 707 ล้านบาท จากไตรมาสก่อน เพราะการอุดหนุนค่าเครื่องโทรศัพท์มือถือจากการทำตลาดในเชิงรุก  แต่ไม่สามารถหักล้างได้จากรายได้บริการที่เพิ่มขึ้นเพียง 1.5% จากไตรมาสก่อน โดยจำนวนผู้ใช้บริการมือถือที่เพิ่มขึ้นสุทธิ 518,000 ราย  และผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นจำนวน 80,000 ราย
          นอกจากนี้ แอดวานซ์ ยังมีการบันทึกค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเงินค่าเช่าให้กับทีโอทีย้อนหลัง อย่างไรก็ดี  คาดว่าเงินลงทุน (CAPEX) จะ น้อยลงในไตรมาส 4 หลังจากที่มีการขยายโครงข่าย  3G และ 4G ไปแล้วในปีนี้