INTUCHชงบอร์ดต้นปีหน้า ทบทวนนโยบายจ่ายปันผล

 ทบทวนนโยบายปันจ่ายผล
          “INTUCH” เตรียมชงบอร์ดทบทวนนโยบายจ่ายปันผลต้นปี 60 จากปัจจุบันจ่ายปันผล 100% ของกำไรสุทธิ เพื่อให้สอดคล้องแผนธุรกิจอนาคต ฟาก ADVANC มั่นใจ 7-11 หยุดขายบัตรเติมเงินไม่กระทบ เร่งเดินหน้าเจรจาหาข้อสรุป
          นางสาวทมยันตี คงพูลศิลป์ รองกรรมการผู้อำนวยการส่วนงานการลงทุนสัมพันธ์ บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ INTUCH เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทเตรียมนำเรื่องการพิจารณาทบทวนนโยบายการจ่ายปันผล จากปัจจุบันที่บริษัทมีการจ่ายปันผล 100% ของกำไรสุทธิ           โดยถือเป็นการทบทวนเพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจ และจะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทในช่วงกลางเดือน ก.พ.60 พร้อมกับพิจารณาแผนการดำเนินงานในปี 2560 ไปควบคู่กัน
          ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการปี 2560 คาดจะทำได้สูงกว่าปี 2559 เนื่องจากภาพรวมของธุรกิจโทรคมนาคมในปีหน้าจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยเฉพาะผลงานของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC จะฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่องจากช่วงครึ่งปีหลังของปี 2559 หลังจากได้รับใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 MHz เข้ามา ทำให้มีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น จึงมีคลื่นความถี่รองรับและครอบคลุมการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งกลุ่มลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่
          ส่วนบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM มีโอกาสที่จะได้ลูกค้าใหม่เข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันมีลูกค้าหลักใช้บริการอยู่ 2 ราย คือ ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย ซึ่งจะช่วยเข้ามาชดเชยรายได้ที่หายไปจากลูกค้า 1 รายที่ย้ายออกไปในปี 2559 ส่วนบริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ จำกัด (มหาชน) หรือ CSL ทิศทางผลการดำเนินงานยังเติบโตต่อได้ หลังมีลูกค้าใช้งานอินเตอร์เน็ตเพิ่มสูงขึ้น
          ทั้งนี้ แนวโน้มผลการดำเนินงานปี 2559 อาจไม่เติบโตจากปีก่อนที่มีรายได้ 2.92 หมื่นล้านบาท หลังจาก 9 เดือนแรกของปี 2559 บริษัทมีรายได้จำนวน 2.31 หมื่นล้านบาท โดยปัจจัยฉุดรายได้ที่มีผลอย่างมีนัยสำคัญมาจากการที่ลูกค้าของ THCOM ลดลงไป และยังไม่มีลูกค้าใหม่เข้ามาทดแทน
          ด้าน ADVANC ได้รับผลกระทบจากรายได้ที่ชะลอตัวในครึ่งปีแรกจากการโอนย้ายลูกค้าจากคลื่น 2G เป็น 3G อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ช่วงครึ่งปีหลัง ADVANC เริ่มสร้างรายได้เติบโตดีขึ้น จึงคาดจะมี EBITDA ที่ดีขึ้น โดย 9 เดือนอยู่ที่ 41% ซึ่งเกินเป้าหมายที่บริษัทตั้งไว้ที่ 38-39% ส่วน CSL รายได้ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง สำหรับการลงทุนในรูปแบบ Venture Capital บริษัทได้ใช้เงินลงทุนในปีนี้ที่ 200 ล้านบาท โดยใน 4 ปีที่ผ่านมา (2556-2559) บริษัทได้ใช้เงินไปทั้งหมด 290 ล้านบาท
          * 7-11 หยุดขายบัตรเติมเงินไม่กระทบ
          นางอารียา ศิลากร ผู้จัดการส่วนงานนักลงทุนสัมพันธ์ ADVANC เปิดเผยว่า กรณีบริษัทยกเลิกให้บริการเติมเงินผ่านร้านค้าเซเว่น-อีเลฟเว่น (7-11) คาดจะไม่กระทบผลประกอบการของบริษัท เนื่องจากประเมินว่าลูกค้าต้องปรับพฤติกรรมไปใช้ช่องทางอื่นทดแทนได้
          โดยปัจจุบันมีมากกว่า 400,000 จุด ประกอบด้วย เอไอเอสช็อป ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์และร้านค้าโมเดิร์นเทรด และบริษัทยังอยู่ระหว่างการเจรจากับเซเว่น-อีเลฟเว่น เรื่องสัญญาการจำหน่ายสินค้าในอนาคต โดยยังไม่สามารถประเมินได้ว่าจะได้ข้อสรุปช่วงเวลาใด
          ส่วนแนวโน้มผลประกอบการบริษัทในปี 2559 จะมีรายได้จากการให้บริการ ซึ่งไม่รวมค่าเชื่อมโยงเครือข่ายเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อน โดยจะรักษาส่วนแบ่งการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) ให้อยู่อันดับหนึ่งของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม โดยจะมีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 50-51% จากปัจจุบันอยู่ที่ 49% ถึงแม้รายได้จากการขายโทรศัพท์จะลดลงก็ตาม ซึ่งในช่วง 9 เดือนของปี 2559 มีรายได้จากการขายโทรศัพท์ลดลง 19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
          “ที่ผ่านมารายได้จากบริการข้อมูล (Data) ปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง AIS Fiber ได้รับการตอบรับที่ดี ซึ่งปัจจุบันมีฐานลูกค้า 195,000 ราย ครอบคลุม 3 ล้านครัวเรือนใน 28 จังหวัด ส่วนสาเหตุที่ทำให้รายได้เติบโตไม่สูงนัก เนื่องจากรายได้การขายโทรศัพท์ในปีนี้จะลดลง เป็นผลมาจากช่วงต้นปี บริษัทจำเป็นต้องเร่งย้ายลูกค้า 2G ทำให้ต้องจัดโปรโมชั่นแจกเครื่องฟรี ส่งผลให้ปีนี้จะขาดทุนจากการขายโทรศัพท์ แต่จะพยายามรักษา EBITDA Margin ปีนี้ให้อยู่ที่ 38-39%” นางอารียา กล่าว
          นอกจากนี้ บริษัทยังได้วางงบการตลาดอยู่ที่ 4.50% ของรายได้รวม ซึ่งแคมเปญมือถือยังคงเป็นกลยุทธ์หลัก โดยความจำเป็นในการเร่งย้ายลูกค้า 2G ลดลง ส่งผลให้การแจกเครื่องฟรีเพื่อแข่งขันในตลาดของระบบเติมเงินลดลง อย่างไรก็ตามยังคงรักษาไว้ในระดับหนึ่ง เพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาด
          สำหรับแคมเปญการแจกและลดราคามือถือจะมุ่งไปที่การดึงดูดลูกค้าใหม่ และรักษาฐานลูกค้าปัจจุบันในระบบรายเดือนมากขึ้น อย่างไรก็ตามบริษัทคาดภายในสิ้นปี 2559 จะมีการขยายเครือข่าย 4G เพื่อครอบคลุม 80% ของประชากร จากปัจจุบันอยู่ที่ 65% ของประชากร
          ส่วนเทคโนโลยีไฟเบอร์สำหรับธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงจะมีการขยายพื้นที่บริการมากขึ้น ซึ่งผู้ให้บริการต่างขยายพื้นที่ให้บริการไฟเบอร์ด้วยการวางโครงข่ายใหม่ หรือทดแทน ADSL เพื่อตอบรับความต้องการใช้เทคโนโลยีใหม่ของลูกค้า รวมถึงการแข่งขันที่เน้นการให้ความเร็วสูงขึ้นในราคาเดิม ส่วนการลดราคาเป็นเพียงกลยุทธ์ระยะสั้นเพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่