จ่อคลอดกฎหมายดีอีปี 60

โพสต์ทูเดย์ - "พล.อ.อ.ประจิน" หวังคลอดกฎหมายดีอีต้นปี 2560 พ่วงสำนักงานกำกับดูแล หวังเดินหน้าพัฒนาระบบสื่อสาร
          พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลพยายามเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้กับระบบการสื่อสารของประเทศ โดยเฉพาะด้านการกำกับดูแลให้เกิดความปลอดภัยไม่กระทบต่อความมั่นคงของชาติ โดยหารือกับสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) และประเทศสมาชิกเพื่อวางแผนระบบบริหารจัดการร่วมกัน
          ด้านการพิจารณา พ.ร.บ.การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างหารือ คาดว่าจะได้ข้อสรุปในสัปดาห์หน้าก่อนเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ช่วงปลายปี 2559 และเริ่มบังคับใช้เป็นกฎหมายช่วงต้นปี 2560 ควบคู่ไปกับการจัดตั้งหน่วยงานและสำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งจะทำหน้าที่กำกับดูแลหลังมีการบังคับกฎหมายดังกล่าว
          นายฮูหลิน เจา เลขาธิการไอทียู กล่าวว่า ไทยก้าวหน้าอย่างมากในการพัฒนาเทคโนโลยีการสื่อสาร ล่าสุดไทยได้ถูกจัดให้อยู่อันดับที่ 18 จาก 166 ประเทศ ในอันดับพัฒนาการระบบไอซีทีของโลก นับว่าเป็นพัฒนาการอย่างก้าวกระโดดหลังจากที่ปี 2558 ไทยถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 74
          พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า การพัฒนาเทคโนโลยีสื่อสารของไทยที่ดีขึ้นเกิดจากการเปิดตลาดให้แข่งขันกันอย่างเสรี และการเปลี่ยนจากระบบสัมปทานมาเป็นประมูลคลื่นความถี่ ซึ่งทำให้ผู้กำกับดูแลสามารถแบ่งหน้าที่การควบคุมอย่างมีเสถียรภาพ ตลอดจนได้รับความร่วมมือจากผู้ให้บริการและประชาชนเป็นอย่างดี
          สำหรับเป้าหมายของ กสทช.ในปี 2560 ต้องการผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลในเรื่องเทคโนโลยีระบบโครงข่ายเก็บบัญชีธุรกรรมออนไลน์ (บล็อกเชน) ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อขับเคลื่อนธุรกรรมดิจิทัลและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ควบคู่ไปกับการตั้งหน่วยงานความปลอดภัยไซเบอร์ร่วมกับประเทศพัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่น
          อย่างไรก็ตาม การจัดงาน ITU Telecom World 2016 ปีนี้ได้ให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการรายย่อยและสตาร์ทอัพ ตามแนวทางรวมพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน ทั้งการให้องค์ความรู้ สร้างโอกาสเครือข่ายธุรกิจ รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยีเพื่อการแข่งขันในตลาดโลกอีกด้วย โดยคาดว่าปีนี้จะมีผู้เข้าร่วมงาน 2.5 หมื่นคน มีเงินสะพัดในงานไม่น้อยกว่า 715 ล้านบาท