ไทยคมมุ่งเพิ่มปริมาณการใช้ช่องสัญญาณ แจ้งผลประกอบการไตรมาส 3 เพิ่ม 169 ล้าน

 บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ("THCOM") ผู้ให้บริการดาวเทียมไทยประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/2559 กำไรสุทธิ 434 ล้านบาท เพิ่มขึ้น169ล้านบาทหรือ 63.8% จาก 265 ล้านบาท ในไตรมาส 3/2558 (YoY) แต่ปรับตัวลดลง 157ล้านบาท หรือ 26.6% จาก 591 ล้านบาท (QoQ) โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของรายได้จากการให้บริการดาวเทียม จากการยกเลิกกิจการของลูกค้าในประเทศรายใหญ่รายหนึ่ง รวมถึงการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางด้านค่าเสื่อมราคาของดาวเทียมไทยคม 8 ซึ่งเพิ่งเริ่มเปิดให้บริการอย่างไรก็ดี หากไม่รวมผลกระทบจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและรายการพิเศษอื่นๆ บริษัทจะมีกำไรจากการดำเนินงาน 365 ล้านบาท
          นายไพบูลย์ ภานุวัฒนวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไทยคม เปิดเผยว่า"ผลประกอบการในไตรมาสที่ผ่านมา มีการปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้านี้ แม้ว่าบริษัทจะมีรายได้เพิ่มจากอัตราแลกเปลี่ยนบางส่วนและยังคงเป็นผู้นำในตลาดดาวเทียมแบบบรอดแบนด์ที่ให้บริการในเอเชียแปซิฟิกโดยสาเหตุหลักเนื่องมาจากการยกเลิกกิจการของลูกค้าในประเทศรายใหญ่รายหนึ่ง ในขณะที่มีต้นทุนเพิ่มขึ้นในส่วนของค่าเสื่อมราคาของดาวเทียมไทยคม8 ประกอบกับการชะลอตัวของสภาวะเศรษฐกิจของประเทศด้วย"
          ไทยคมจึงมุ่งเน้นการเพิ่มปริมาณการใช้ช่องสัญญาณและบริการต่อเนื่องในตลาดต่างๆ รวมถึงสร้างบริการใหม่ๆ ให้กับลูกค้า เพื่อรักษาผลการดำเนินงาน โดยได้ลงนามในสัญญาการให้บริการบนดาวเทียมไทยคม 8 กับบริษัท ไอพีเอ็ม จำกัด และบริษัท อินโฟแซท จำกัด (Infosat)ในประเทศลาวตลอดจนได้ร่วมมือกับบริษัท กันตนา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดบริการแอพพลิเคชั่น Kantana Play เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงคอนเทนต์เพิ่มเติมจาก 2nd screen applicationบนสมาร์ทดีไวซ์ต่างๆ
          นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2559 บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล แซทเทลไลท์ จำกัด (ISC) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของไทยคมได้ทำสัญญาการจัดซื้อดาวเทียมกับบริษัท ไชน่า เกรท วอลล์ อินดัสทรี คอร์ปอเรชั่น (China Great Wall Industry Corporation) เพื่อจัดสร้างดาวเทียมให้แก่พันธมิตรทางธุรกิจรายหนึ่งของไทยคม โดยดาวเทียมดังกล่าวมีมูลค่าประมาณ 208 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 7,280 ล้านบาทโดยเทียบเท่า ซึ่งพันธมิตรจะเช่าช่องสัญญาณทั้งหมด และจะชำระเงินค่าบริการล่วงหน้าให้แก่ ISC คาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมให้บริการราวปลายปี 2562 โดยโครงการดาวเทียมดวงใหม่นี้ จะช่วยเพิ่มรายได้ของบริษัทฯ จากการดำเนินโครงการ และเพื่อรองรับการให้บริการด้านบรอดแบนด์และ Mobility ในอนาคต
          นอกเหนือจากผลประกอบการแล้ว ไทยคม ยังมุ่งที่จะสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมโทรทัศน์ดาวเทียมอย่างยั่งยืน บนพื้นฐานความร่วมมือของทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการกำกับดูแลกันเองของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ดาวเทียมในประเทศไทย ยกระดับคุณภาพรายการให้มีเนื้อหาที่สร้างสรรค์ ประกอบไปด้วยสาระและบันเทิงควบคู่กันไป เพื่อพัฒนาช่องทางการหารายได้ของผู้ประกอบการ และยกระดับภาพลักษณ์ที่ดีให้กับอุตสาหกรรมโทรทัศน์ดาวเทียม อันจะเป็นผลดีต่อประชาชน ผู้ประกอบการ ตลอดจนภาครัฐที่เกี่ยวข้องทั้งในระยะสั้นและระยะยาวต่อไป
          ในส่วนของกลุ่มบริษัทในเครือนั้น บริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ จำกัด(มหาชน) (ซีเอสแอล) รายได้จากธุรกิจสื่อโฆษณาผ่านสมุดโทรศัพท์หน้าเหลืองและการให้บริการข้อมูลเสียงทางโทรศัพท์และการให้บริการเสริมบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ ยังคงมีแนวโน้มลดลงจากพฤติกรรมของผู้บริโภคและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป  อย่างไรก็ดี ซีเอสแอลได้มีการขยายการให้บริการ อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงตามคอนโดมิเนียม โดยมีจำนวนฐานลูกค้า ณ สิ้นไตรมาส3/2559 อยู่ที่ 8,994 ราย เพิ่มขึ้นถึง 192.1% จากไตรมาส 3/2558 รวมถึงรายได้จากการให้บริการศูนย์ข้อมูลคอมพิวเตอร์ (Internet Data Center) ยังเติบโตเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของฐานลูกค้าใหม่ในกลุ่มองค์กร
          ด้านบริษัท ลาว เทเลคอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด (แอลทีซี) ในประเทศลาวมีรายได้จากการให้บริการเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของรายได้ดาต้าจากโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตซิม โดย ณ สิ้นไตรมาส 3/2559 มีจำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์ในระบบรวมทั้งสิ้น2,030,339 ราย เพิ่มขึ้นจาก1,891,640 ราย ณ สิ้นไตรมาส 3/2558 และยังคงมีส่วนแบ่งในตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นอันดับหนึ่ง คิดเป็น 53.8% ของตลาดรวม เพิ่มขึ้นจาก51.0% ณ สิ้นไตรมาส 3/2558