โพสต์ทูเดย์ - ซิลิคอนวัลเลย์กังวลนโยบายทรัมป์ฉุดการแข่งขัน-นวัตกรรม ด้านความเกลียดชังยังปะทุ
          หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทมส์ รายงานว่า บริษัทเทคโนโลยีในซิลิคอน วัลเลย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยเฉพาะกลุ่มเวนเจอร์และสตาร์ทอัพมีการพูดคุยกัน เพื่อหาทางรับมือหลัง โดนัลด์ ทรัมป์ เศรษฐีวัย 70 ปี ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี เนื่องจากกังวลต่อนโยบายด้านผู้อพยพของทรัมป์จะส่งผลกระทบต่อโครงการจ้างงานต่างชาติ ซึ่งมีทักษะสูงด้วยวีซ่า H-1B หรืออาจกระทบต่อการลงทุนในบริษัท ต่างชาติ รวมถึงมีการพูดคุยกันในเรื่องการแยกรัฐแคลิฟอร์เนียเป็นอิสระ
          อารอน เลวี ประธานบริหารของ บ็อกซ์ ผู้ให้บริการระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง เปิดเผยว่า หลายบริษัทในซิลิคอนวัลเลย์ เช่น อูเบอร์ ผู้ให้บริหารแอพพลิเคชั่นแท็กซี่ กูเกิล ผู้ให้บริการเสิร์ชเอนจิ้น และเฟซบุ๊ก สื่อสังคมออนไลน์ชื่อดัง ต่างประสบกับปัญหาแรงงานมีทักษะสูง โดยการปิดกั้นการรับแรงงานทักษะสูงจากต่างชาติจะส่งผลกระทบต่อศักยภาพการแข่งขันและความสามารถในการสร้างนวัตกรรม
          ไฟแนนเชียล ไทมส์ อ้างข้อมูลจากศูนย์บริการด้านการเข้าเมืองและสัญชาติอเมริกัน ระบุว่า ปัจจุบันชาวอินเดียเป็นผู้เข้ามาทำงานในสหรัฐผ่านวีซ่า H-1B มากที่สุด คิดเป็นราว 70% ของทั้งหมด ขณะที่สัญชาติจีนอยู่ที่ราว 10% และอื่นๆ อีกราว 20% นอกจากนี้รายงานยังระบุด้วยว่า เกือบครึ่งของสตาร์ทอัพในสหรัฐที่มีมูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.5 หมื่นล้านบาท) จะมีผู้ร่วมก่อตั้งเป็นชาวต่างชาติอย่างน้อย 1 คน
          "ถ้าคุณไม่สามารถจ้างงานคนที่ใช่และพาพวกเขามาเพื่อนำพาการเจริญเติบโตที่นี่ ซึ่งสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นในท้ายที่สุดคือ คุณไม่สามารถจ้างงานชาวจีน อินเดีย และเม็กซิโกได้ จะส่งผลเสียต่อ ซิลิคอนวัลเลย์ในด้านการจ้างงาน" ร็อบ แอทคินซัน ประธานมูลนิธิข้อมูลทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม สถาบันคลังสมอง และระบุด้วยว่า บริษัทเทคโนโลยีสหรัฐต่างคาดการณ์ว่า ฮิลลารี คลินตัน ตัวแทนจากเดโมแครตจะคว้าชัยและขยายการจ้างงานแรงงานทักษะสูง
          ทั้งนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า กลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนต่างระบุว่ามีภัยคุกคามหรือการโจมตีใส่ชนกลุ่มน้อย เช่น สภาเพื่อความสัมพันธ์อเมริกัน-อิสลาม ที่ระบุว่า ชาวอเมริกันที่นับถือศาสนาอิสลามกำลังเป็นเป้าของการโจมตี ขณะที่ด้านมหาวิทยาลัยโอคลา โฮมา พักงานนักศึกษา 1 ราย ต้องสงสัยส่งข้อความเหยียดผิวพร้อมด้วยรูปภาพของชาวอเมริกันผิวดำถูกแขวนคอให้กับนักศึกษามากกว่า 150 คน ของมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย
          ขณะเดียวกัน รอยเตอร์ส ระบุว่า บรรดาผู้สนับสนุนทรัมป์ระบุผ่านโซเชียล มีเดียเช่นกันว่าถูกคุกคามจากกลุ่มผู้สนับสนุนฮิลลารี ท่ามกลางการชุมนุมต่อต้านทรัมป์อย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ