"เน็ตฟรีเฟซบุ๊ค"กับดักผู้ใช้รายได้น้อย

เฟซบุ๊ค อิงค์ ยักษ์ใหญ่โซเชียลมีเดีย กำลังง่วนอยู่กับการนำโครงการ "ฟรี เบสิคส์" ที่สัญญาว่าจะทำให้ผู้มีรายได้น้อยเข้าชมหน้าเว็บไซต์ที่ร่วมโครงการได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย มาให้บริการในสหรัฐ
          เมื่อเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา มีการรายงานว่า เฟซบุ๊คกำลังโน้มน้าวให้รัฐบาลสหรัฐ เห็นชอบต่อโครงการดังกล่าวของนายมาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของบริษัท เพื่อหวังว่าจะช่วยเลี่ยงความไม่พอใจของสาธารณชนที่นำโดย เจ้าหน้าที่ในอินเดีย และอียิปต์ ที่ได้ สั่งห้ามให้บริการดังกล่าว จากความกังวลว่าอาจละเมิดความเท่าเทียมทางอินเทอร์เน็ตได้
          เฟซบุ๊ค อ้างว่า ฟรีเบสิคส์ คือทางแก้ไขการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของคนกว่า 4,200 ล้านคน ที่ยังไม่มีอินเทอร์เน็ตใช้ ขณะเดียวกัน ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือสหรัฐหลายราย ก็มีบริการให้เข้าอินเทอร์เน็ตแบบไม่เสียค่าใช้จ่ายอยู่แล้ว ซึ่งโครงการเหล่านี้ทำให้ลูกค้าเข้าเว็บไซต์ที่ร่วมโครงการได้ฟรี
          แม้สิ่งนี้ทำหน้าที่เหมือนยาสมาน ความไม่เท่าเทียมในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะในยุคที่ชาวสหรัฐจำนวนมากขึ้นใช้โทรศัพท์มือถือเข้าอินเทอร์เน็ต แต่ปัญหาก็คือว่า สิ่งนี้กลับขัดแย้งกับ สิ่งที่นักเคลื่อนไหวในอินเดีย และสหรัฐ ต่อสู้เพื่อการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและเสรีภาพทางอินเทอร์เน็ตโดยสิ้นเชิง เพราะปล่อย ให้บริษัทใหญ่ๆ เหล่านี้เป็นผู้เลือกทางเลือกการใช้อินเทอร์เน็ตของประชาชน
          นอกจากนี้ แทนที่จะเสนอบริการที่เข้าได้ทุกเว็บไซต์ ฟรีเบสิคส์กลับกักขังให้ผู้ใช้ใช้งานได้แต่เว็บไซต์และแอพพลิเคชั่น ที่เฟซบุ๊คและบริษัทหุ้นส่วนเลือกมาแล้ว เท่านั้น นักเคลื่อนไหวชาวอินเดียจึง รู้สึกรับไม่ได้อย่างยิ่ง และเรียกบริการ ดังกล่าวว่า "อินเทอร์เน็ตชั้นแย่สำหรับ คนยากจน" แต่เฟซบุ๊คก็ตอบโต้อย่างหนักว่านายซักเคอร์เบิร์กต่างหาก ที่คิดถึง ผลประโยชน์ต่ออินเดียมาก่อน ไม่ใช่ นักเคลื่อนไหวความเท่าเทียมทางอินเทอร์เน็ตชาวอินเดีย
          ถึงอย่างนั้น ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตชาว อินเดียที่รู้สึกกังวลกว่า 375,000 คนก็ยัง ไม่เห็นด้วยต่อบริการดังกล่าว และ อ้างว่าแนวคิดเกี่ยวกับความเท่าเทียม ทางอินเทอร์เน็ต ที่กำหนดให้เนื้อหา ออนไลน์ทุกรูปแบบควรเข้าถึงได้อย่าง เท่าเทียมกัน ไม่ใช่สิทธิที่มีแต่ประเทศ พัฒนาแล้วเท่านั้นที่ควรจะได้รับ
          การถกเถียงเกิดขึ้นไปทั่ว ตั้งแต่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีในเมืองบังกาลอร์ ไปถึงนักเคลื่อนไหวในทั้งในอินเดียและสหรัฐ ที่เร่งให้เกิดการเคลื่อนไหวข้ามประเทศ ที่มีผลให้เจ้าหน้าที่อินเดียสั่งห้ามให้บริการ ไม่ใช่แต่เฉพาะฟรีเบสิคส์เท่านั้น แต่รวมถึงบริการอินเทอร์เน็ตฟรีแบบจำกัดเว็บไซต์ และโครงการอินเทอร์เน็ตที่ให้บริการเข้าเว็บไซต์ต่างราคากัน ทุกบริการสำเร็จเมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา
          ช่วงที่มีการรายงานว่า เฟซบุ๊คกำลังให้ความสนใจต่อสหรัฐ ผู้เชี่ยวชาญ หลายคนต่างแนะนำให้คนในประเทศ ต่อต้านการขยายบริการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ที่จำกัดทางเลือกและประสบการณ์ออนไลน์ของผู้ใช้ และควรกำจัดแนวคิดเก่าๆ ที่ว่า "ไม่มีอินเทอร์เน็ตฟรีอยู่จริง" ให้หมดไป ส่วนผู้ที่สนับสนุนความเท่าเทียมทางอินเทอร์เน็ตในสหรัฐหลายคน ก็กำลังจับตา โครงการเข้าอินเทอร์เน็ตฟรีแบบจำกัดเว็บไซต์อยู่ว่า อาจทำให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตกุมชะตากรรมของผู้ใช้ไปพร้อมกับการจำกัดทางเลือกของคนมีรายได้น้อย
          นายเจสัน ลิฟวิ่งกู๊ด รองประธานของ คอมคาสต์ บริษัทสื่อยักษ์ใหญ่ในสหรัฐ ยอมรับว่า การกำหนดปริมาณใช้อินเทอร์เน็ตของบริษัทและค่าใช้จ่ายเมื่อใช้อินเทอร์เน็ตเกินจำกัด เป็นนโยบายทางธุรกิจมากกว่าความจำเป็นด้านเทคโนโลยี
          ขณะเดียวกันนักวิจัยหลายคน ก็พบว่าการกำหนดปริมาณใช้อินเทอร์เน็ตแก้ปัญหาการใช้อินเทอร์เน็ตพร้อมกันจนรองรับไม่ไหวได้น้อยมาก ซึ่งการเปิดเผยนี้ทำให้การอ้างว่า "อินเทอร์เน็ตฟรีเป็นบริการที่เกิดจากความใจกว้างของบริษัท"เป็นความคิดที่ผิด
          แทนที่จะช่วยลดช่องว่างด้านดิจิทัล อย่างที่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตอ้าง การจำกัดปริมาณใช้อินเทอร์เน็ตและโครงการเข้าบางเว็บไซต์ฟรี กลับยิ่งทำร้ายผู้บริโภคที่มีรายได้น้อย การปกป้องอินเทอร์เน็ตที่เสรีจึงเป็นภาระที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันทำเพื่อกำจัดการแบ่งแยกนี้
          อย่างที่หลายคนทราบ คนผิวสีและผู้อพยพในสหรัฐมีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงใช้น้อยกว่าประชากรกลุ่มอื่นๆ ส่วนค่าใช้จ่ายต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ทำให้คนกลุ่มนี้เลิกใช้อินเทอร์เน็ต ที่ติดตั้งในบ้าน มาเข้าเว็บไซต์ด้วย โทรศัพท์มือถือแทน และสำหรับผู้ใช้ เหล่านี้บริการอินเทอร์เน็ตฟรี อย่าง ฟรีเบสิคส์ดูเหมือนเป็นทางออก สำหรับข้อจำกัดดังกล่าว แต่ในระยะยาว กลับจำกัดทางเลือกการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ทั้งหมด และอาจนำไปสู่การสร้างอินเทอร์เน็ต2 มาตรฐาน โดยเฟซบุ๊คเคยคัดค้านคำสั่งของคณะกรรมการ การสื่อสารกลางสหรัฐ (เอฟซีซี) ที่กำหนดให้อินเทอร์เน็ตเป็นสาธารณูปโภค พื้นฐาน เมื่อปี 2557
          ฟรีเบสิคส์ และโครงการเข้าอินเทอร์เน็ตฟรีเฉพาะบางเว็บไซต์ ยังเป็นภัยที่ร้ายแรงต่อความสามารถในการเคลื่อนไหวเรื่องต่างๆ ในโลกออนไลน์ด้วย การทำให้คนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเป็นเรื่องจำเป็น และเป็นงานสำคัญ อย่างยิ่ง แต่ผู้มีรายได้น้อยก็ไม่สมควรได้รับอินเทอร์เน็ตที่คุณภาพต่ำหรือจำกัดการเข้าถึง หากเฟซบุ๊คจริงจังและจริงใจที่จะให้ผู้คนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตมากขึ้น ก็ควรต้องให้คนเหล่านี้เข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่เสรี
          "อินเทอร์เน็ตชั้นแย่สำหรับคนยากจน"